<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>China Archives - EduBright Resources</title>
	<atom:link href="https://edubrights.com/resource/tag/china/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://edubrights.com/resource/tag/china/</link>
	<description>Education Technology Solution</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jan 2020 17:23:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.0.6</generator>

<image>
	<url>https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2018/11/cropped-edb-logo-grey-32x32.png</url>
	<title>China Archives - EduBright Resources</title>
	<link>https://edubrights.com/resource/tag/china/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะด้าน Artificial Intelligence (AI)</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2020/01/10/education-ai-china/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=education-ai-china</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2020/01/10/education-ai-china/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin EduBright]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jan 2020 14:02:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=682</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยชั้นนำของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource/2020/01/10/education-ai-china/">ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะด้าน Artificial Intelligence (AI)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image"><img width="1024" height="538" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-2-1024x538.jpg" alt="" class="wp-image-683" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-2-1024x538.jpg 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-2-300x158.jpg 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-2-768x403.jpg 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนเปิดสถาบัน AI &nbsp;ให้ศึกษาถึงการพัฒนาของจีน </p>



<p>จากประเทศที่ล้าหลังสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก อะไรที่ทำให้จีนพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและยาวไกล ปัจจัยที่ทำให้จีนกลายเป็น Silicon Valley ของเอเชีย ประเทศไทยกับการเติบโตของจีนจะได้ประโยชน์อย่างไรและต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ก้าวต่อไปของจีนที่ต้องจับตามอง</p>



<p>เพราะจำนวนประชากรของประเทศจีนทำให้คนจีนต้องแข่งขัน
(Competition) ตั้งแต่เกิด
คนจีนจึงกระตือรือร้นในการแข่งขันตลอดเวลา
เห็นได้จากแอปพลิเคชั่นของจีนในยุคแรกจะเป็นการก๊อปปี้
เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ยุคที่สองจีนจึงมีการพัฒนาแอปฯ เพื่อสร้างความแตกต่าง จากนั้นในยุคที่สามก็พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องก๊อปปี้ใคร
และในยุคที่สี่คือการที่หลายประเทศหันมาก๊อปปี้แอปฯ จากจีน</p>



<p>ที่สำคัญจีนยังกล้าทดลอง (Experimentation)
เพราะตั้งแต่ที่เติ้งเสี่ยวผิงตั้งเมืองเสิ่นเจิ้นเป็นเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ล้มเหลวมาโดยตลอด
แต่จีนใช้หลักเรื่องไหนล้มเหลวรีบแก้ เรื่องไหนสำเร็จรีบขยาย ส่งผลให้บริษัทจีนใช้หลักการนี้เช่นกัน
ยิ่งเมื่อมี AI เข้ามาเกี่ยวข้องการนำข้อมูล (DATA) มาทดลองให้เร็ว
ทำให้ AI มีความฉลาดมากขึ้นและเร็วขึ้น</p>



<p>การศึกษาภาคพื้นฐานเป็นเพียงขั้นจุดประกายความสนใจของนักเรียนเท่านั้น ดังนั้น เพื่อต่อยอดความสนใจเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรม มหาวิทยาลัยจึงต้องเข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดความรู้และทักษะมากพอจะประกอบวิชาชีพด้วย ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่ ด้วยการประกาศแผนการให้มหาวิทยาลัยชั้นนำสถาบันค้นคว้าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์</p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" width="1024" height="537" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-1024x537.jpg" alt="" class="wp-image-685" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020.jpg 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-300x157.jpg 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/10-1-2020-768x403.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อปี 2018 กระทรวงศึกษาธิการของประเทศจีน
ประกาศแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดันจีนสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยของจีนเป็นผู้นำความรู้ของเทคโนโลยี AI ภายในปี
2030</p>



<p>แผนดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนตื่นตัวและเริ่มต้นตั้งภาคการเรียนการสอนรวมถึงสถาบันวิจัยด้าน
AI โดยเฉพาะโดยตัวอย่างการสนับสนุนที่เกิดขึ้น
มีดังนี้</p>



<p>เปิด 2 สาขาวิชาด้าน AI เมื่อปี
2018 มหาวิทยาลัยนานจิงได้เปิดตัว 2 สาขาวิชาใหม่ ได้แก่ Machine Learning
and Data Mining และ Intelligence System and
Application ซึ่ง Zhou Zhihua อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานจิง
กล่าวว่า นับเป็นความจำเป็นอย่างมากที่มหาวิทยาลัยต้องออกหลักสูตรการเรียนการสอนด้าน
AI ใหม่
เนื่องจากหลักสูตรในตอนนี้กว้างเกินกว่าจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเชิงลึกหรือเห็นภาพการใช้งาน
AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ</p>



<p>จับมือกับภาคธุรกิจเพื่อ Use Case ที่เกิดขึ้นจริง
นอกจากเปิดหลักสูตรแล้ว มหาวิทยาลัยนานจิงยังร่วมมือกับเจ้าของ E-Commerce
Platform รายใหญ่อย่าง JD.com เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองพัฒนา
AI ตามโจทย์และความต้องการที่เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจ</p>



<p>AI+X จับทุกวิชามารวมกับ AI อีกสถาบันหนึ่งที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงซึ่งนำเสนอแนวคิดหลักสูตร
AI+X ซึ่งคือการเอา AI ไปผนวกรวมกับวิชาเอกที่คาดว่าจะช่วยต่อยอดการเรียนรู้ด้าน
AI ได้ โดยคาดว่าจะช่วยให้มีวิชาเอกเกี่ยวกับ AI
เพิ่มขึ้นเป็น 100 รายวิชาภายในปี 2020</p>



<p>หากแยกย่อยลงไปจากจำนวนมหาวิทยาลัยจีนทั้งหมด
เป็นมหา’ลัยที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ 118 แห่ง</p>



<p>มหาวิทยาลัยจากจีนแผ่นดินใหญ่ 10
แห่ง ติด 50 อันดับแรก ในด้านชื่อเสียงด้านวิชาการ (Academic
reputation) จากการสำรวจนักวิชาการชั้นนำทั่วโลก 94,672 คน
</p>



<p>มหาวิทยาลัยจากจีนแผ่นดินใหญ่ 25 แห่ง
ติด 50 อันดับแรกในด้านจำนวนการอ้างอิงต่อบทความ (Citations
per paper) ซึ่งพิจารณาจากอิทธิพลของงานวิจัยที่ผลิต</p>



<p>ไล่เรียงข่าวความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ
ของจีน โดยเฉพาะด้าน Artificial Intelligence (AI) หรือ
ปัญญาประดิษฐ์​ ที่จีนประกาศในปี 2017 ว่าจะเป็น ‘ผู้นำด้าน AI ภายในปี
2030’ ก็ย้อนคิดว่า
ภาครัฐกับองค์กรธุรกิจอัดฉีดทุนทรัพย์ เปย์ทุนทรัพย์เพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D)
แบบไม่ยอมแพ้ชาติใดในโลก ‘สถาบันการศึกษา’
ในจีนก็ต้องมีองค์ความรู้หรือกูรูในระดับแอดวานซ์ด้วยน่ะสิ
จึงจะสามารถถ่ายทอดวิชาให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะด้านเทค
และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ประเทศจีนก้าวล้ำยิ่งขึ้น</p>



<p>Cr: Salika &nbsp;thepaper.cn,
imd.org และ xinhuanet.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource/2020/01/10/education-ai-china/">ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะด้าน Artificial Intelligence (AI)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2020/01/10/education-ai-china/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Research ระหว่างประเทศจีน และ สหรัฐอเมริกา</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2020/01/04/ai-research-china-usa/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=ai-research-china-usa</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2020/01/04/ai-research-china-usa/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin EduBright]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jan 2020 11:20:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[AI Research]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[USA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=670</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในเดือนกรกฎาคม 2017  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource/2020/01/04/ai-research-china-usa/">AI Research ระหว่างประเทศจีน และ สหรัฐอเมริกา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p style="text-align:left">ในเดือนกรกฎาคม 2017 รัฐบาลของจีนตีพิมพ์รายงานนโยบายที่ท้าทายความสามารถโดยสรุปว่าประเทศจะกลายเป็นผู้นำระดับโลกใน AI ภายในปี 2573 ได้อย่างไร แต่จากมาตรการบางอย่างที่จีนประสบความสำเร็จในเป้าหมายนี้<br></p>



<p> การศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่าการส่งออก AI ของจีนที่มีอิทธิพลต่อการวิจัยจะแซงหน้าของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกในการวิจัย AI การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าแผนของจีนที่จะขยายขีดความสามารถด้าน AI ด้วยความช่วยเหลือจากการลงทุนของภาครัฐทั้งในสถานศึกษาและอุตสาหกรรมเอกชน<br> </p>



<p>ในแง่ของปริมาณ AI ของเอกสาร AI ที่ตีพิมพ์ในแต่ละปีจีนแซงหน้าอเมริกาเมื่อปี 2549 แต่นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่าปริมาณไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพเท่ากัน ประเทศจีนมีปัญหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางวิทยาศาสตร์อย่างดีและใน AI นั้นมีงานวิจัยของจีนที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้บางคนแนะนำว่าการนับจำนวนเอกสารไม่จำเป็นต้องเป็นตัวชี้วัดที่มีความหมายสำหรับความสำเร็จของ AI<br> </p>



<p>หลังจากการวิเคราะห์เอกสาร AI มากกว่าสองล้านฉบับที่ตีพิมพ์จนถึงสิ้นปี 2018 สถาบันอัลเลนพบว่าจีน“ มีแนวโน้มที่จะแซงหน้าสหรัฐในจำนวน 50% ของเอกสารที่อ้างถึงมากที่สุดในปีนี้ ปีหน้าและใน 1 เปอร์เซ็นต์ของเอกสารที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดภายในปี 2025”</p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" width="1024" height="394" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/4-1-2020-allen_ai_china_paper_graphs-1024x394.jpg" alt="" class="wp-image-671" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/4-1-2020-allen_ai_china_paper_graphs-1024x394.jpg 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/4-1-2020-allen_ai_china_paper_graphs-300x115.jpg 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2020/01/4-1-2020-allen_ai_china_paper_graphs-768x295.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>กราฟสองจุดจาก AI2 แสดงส่วนแบ่งของจีนและอเมริกาสูงสุด 10% และ 1% ของเอกสารที่ถูกอ้างถึงมากที่สุด<br> Credit: Allen Institute for Artificial Intelligence<br></figcaption></figure>



<p style="text-align:left">สหรัฐอเมริกาและจีนได้ก้าวมาเป็นผู้นำในด้านวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีคุณภาพมากที่สุดของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถึงแม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่เริ่มต้นทำการวิจัยทางด้านนี้ก่อน  แต่ผลสำรวจนั้นชี้ว่าจีนได้ขึ้นนำสหรัฐอเมริกาทางด้านการตีพิมพ์งานวิจัยและการถูกนำไปใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในประเด็นของ Deep Learning และ Deep Neural Network ตั้งแต่ปี 2014 แล้ว จากข้อมูลปี 2017 จีนมีปริมาณสิทธิบัตรด้าน AI มากกว่าสหรัฐอเมริกาอยู่ 4 เท่า<br> </p>



<p>และถือครองสิทธิบัตรด้าน Blockchain มากกว่าสหรัฐอเมริกาอยู่ 3 เท่า ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วทางด้านการวิจัยเทคโนโลยีนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นผลพวงมาจากการสนับสนุนอย่างเต็มตัวของภาครัฐในจีนที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาใช้ผลักดันการเติบโตของประเทศจีน<br> </p>



<p>ทั้งในส่วนของตอบสนองต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ด้วยเหตุนี้สหรัฐอเมริกาจึงวางแผนในการปรับตัวทางด้านอนาคตของ AI และเผยแพร่ออกมาในเอกสารภายใต้ชื่อ Preparing for the Future of Artificial Intelligence เพื่อให้ภาคธุรกิจและการศึกษาในประเทศได้ปรับตัวไปพร้อมๆ กัน&nbsp;<br> </p>



<p>นักวิจัยพบว่าส่วนแบ่งของอเมริกาที่ถูกอ้างถึงมากที่สุด 10% ของเอกสารลดลงจาก 47% ในปี 1982 เป็น 29% ในปี 2018 ที่ต่ำที่สุดในขณะที่ส่วนแบ่งของจีนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 26.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว</p>



<p> นโยบายส่งเสริม AI ของรัฐบาลจีน ซึ่งมักใช้วิธีส่งเสริมให้รัฐบาลท้องถิ่นทดลองนำ AI ไปปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยให้ร่วมมือกับเอกชนนำ AI ไปปรับใช้ในเรื่องการจราจร สาธารณสุข การเกษตร การศึกษา ฯลฯทำให้มีตัวอย่างการปรับใช้ AI ที่หลากหลาย มีการพัฒนารูปแบบการนำ AI มาประยุกต์ใช้มากมาย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม
ประชาชนชาวจีนยังคงมีสถิติสูงสุดของโลกที่มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตถึง 800 ล้านคนจากจำนวนประชากรทั้งหมด
1,400 ล้านคน</p>



<p>และจีนยังยึดถือ
AI
เป็นแขนข้างหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญของการแข่งขันในตลาดโลก
ทำให้มีการจัดตั้ง Chinese State Council เพื่อจัดระบบพัฒนา AI
ให้เทียบเคียงกับสหรัฐในปี 2020 มีการทุ่มเงินมากถึง
1 ล้านล้านหยวน หรือราว 4.63 ล้านล้านบาท
เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมของจีน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเป็น AI
Innovation Center ของโลกภายในปี 2030</p>



<p><br> Cr: theverge.com, allenai.org/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource/2020/01/04/ai-research-china-usa/">AI Research ระหว่างประเทศจีน และ สหรัฐอเมริกา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2020/01/04/ai-research-china-usa/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
