<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EduBright Resources</title>
	<atom:link href="https://edubrights.com/resource/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://edubrights.com/resource/</link>
	<description>EdTech Solutions</description>
	<lastBuildDate>Sun, 23 Aug 2026 08:47:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.8</generator>

<image>
	<url>https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2018/11/cropped-edb-logo-grey-32x32.png</url>
	<title>EduBright Resources</title>
	<link>https://edubrights.com/resource/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การบูรณาการจริยธรรมด้าน AI ในสาขาวิชามหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่ STEM ของเอเชีย</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/integration-of-ai-ethics-in-non-stem-asian-university-majors/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=integration-of-ai-ethics-in-non-stem-asian-university-majors</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/integration-of-ai-ethics-in-non-stem-asian-university-majors/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2026 08:47:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI ARTIFICIAL]]></category>
		<category><![CDATA[AI STEM]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[STEM]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2134</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทนำ ปัจจุบัน จริยธรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics) กำล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/23/integration-of-ai-ethics-in-non-stem-asian-university-majors/">การบูรณาการจริยธรรมด้าน AI ในสาขาวิชามหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่ STEM ของเอเชีย</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80.webp" alt="" class="wp-image-2135" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80.webp 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80-300x300.webp 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80-150x150.webp 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80-768x768.webp 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80-24x24.webp 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80-48x48.webp 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/omni-478443eb-6129-47ec-808a-38195bff0f80-96x96.webp 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>บทนำ</strong></p>



<p>ปัจจุบัน <strong>จริยธรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics)</strong> กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ <strong>STEM</strong> อีกต่อไป</p>



<p>ในอดีต AI มักถูกสอนในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และสาขาเทคนิคเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันผลกระทบของ AI ได้ขยายไปสู่แทบทุกอาชีพ นักศึกษาสาขา <strong>ครุศาสตร์ บริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ สาธารณสุข รัฐประศาสนศาสตร์ และศิลปะ</strong> จะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติ คำแนะนำจากอัลกอริทึม Generative AI ข้อมูลชีวมิติ และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์อนาคตมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<p>สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้เรียน STEM การเรียน AI Ethics ไม่ควรหมายถึงการเรียนเขียนโปรแกรมหรือเทคนิค AI อย่างเดียว แต่ควรพัฒนาความสามารถในการตั้งคำถามว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>AI ระบบนี้ <strong>ยุติธรรม</strong> หรือไม่?</li>



<li>ผลลัพธ์ของ AI <strong>โปร่งใสและตรวจสอบได้</strong> หรือไม่?</li>



<li>การใช้ AI มี <strong>ความปลอดภัย</strong> หรือไม่?</li>



<li>AI เหมาะสมกับ <strong>วัฒนธรรมและบริบทของสังคม</strong> หรือไม่?</li>



<li>การใช้ AI ส่งผลต่อ <strong>สิ่งแวดล้อม</strong> อย่างไร?</li>



<li>หาก AI ทำให้เกิดความเสียหาย <strong>ใครควรรับผิดชอบ?</strong></li>
</ul>



<p>กรอบสมรรถนะด้าน AI ของ UNESCO ให้ความสำคัญกับ 4 ด้าน ได้แก่ <strong>แนวคิดที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง จริยธรรมด้าน AI </strong><strong>เทคนิคและการประยุกต์ใช้ AI </strong><strong>และการออกแบบระบบ AI</strong> โดยเสนอว่าการเรียนรู้เรื่อง AI ควรเกิดขึ้นทั้งในสาขา STEM และสาขาสังคมศาสตร์ด้วย</p>



<p>ดังนั้น การขยายการเรียน AI Ethics ไปยังสาขาที่ไม่ใช่ STEM จึงไม่ใช่เพียงการตอบสนองต่อการเกิดขึ้นของซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ แต่สะท้อนถึง <strong>การเปลี่ยนแปลงบทบาทของมหาวิทยาลัย</strong> ในการเตรียมบัณฑิตให้สามารถใช้ชีวิตและทำงานอย่างมีความรับผิดชอบในสังคมที่การตัดสินใจสำคัญต่าง ๆ ถูกกำหนดหรือได้รับอิทธิพลจากระบบอัตโนมัติมากขึ้น</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ทำไมนักศึกษาสาย Non-STEM </strong><strong>จึงต้องเรียน AI Ethics?</strong></p>



<p>AI ไม่ได้ทำงานอยู่แค่ในโลกเทคโนโลยี แต่ทำงานอยู่ภายใน <strong>สถาบันและระบบต่าง ๆ ของสังคม</strong></p>



<p>AI สามารถมีอิทธิพลต่อ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การรับสมัครงาน</li>



<li>การคัดเลือกนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัย</li>



<li>การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ</li>



<li>การให้สินเชื่อ</li>



<li>การนำเสนอข่าวสาร</li>



<li>การโฆษณา</li>



<li>การจัดสวัสดิการ</li>



<li>การทำงานของตำรวจ</li>



<li>การสื่อสารทางการเมือง</li>
</ul>



<p>ดังนั้น AI ไม่ได้เพียงสร้าง “ผลลัพธ์ทางเทคนิค” แต่ยังมีส่วนในการกำหนดว่า <strong>ใครจะได้รับโอกาส ใครจะได้รับความเสี่ยง และใครจะมีอำนาจในการตัดสินใจ</strong></p>



<p>ลองดูตัวอย่างจากอาชีพต่าง ๆ</p>



<p><strong>นักศึกษาบริหารธุรกิจ</strong> อาจนำ AI มาใช้คัดเลือกผู้สมัครงานหรือวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค</p>



<p><strong>นักศึกษานิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์</strong> อาจใช้ Generative AI เขียนข่าว สร้างภาพ หรือผลิตเนื้อหา</p>



<p><strong>นักศึกษาครุศาสตร์</strong> อาจใช้ระบบ Adaptive Learning เพื่อวิเคราะห์และจัดกลุ่มนักเรียน</p>



<p><strong>นักศึกษาสังคมสงเคราะห์</strong> อาจพบระบบ AI ที่ใช้ประเมินความเสี่ยงของครอบครัวที่มีความเปราะบาง</p>



<p><strong>นักศึกษารัฐประศาสนศาสตร์</strong> อาจมีส่วนร่วมในการนำระบบอัลกอริทึมมาใช้เพื่อพิจารณาสิทธิหรือการเข้าถึงบริการของประชาชน</p>



<p>ในทุกกรณีเหล่านี้ <strong>ความรู้ด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ</strong></p>



<p>นักศึกษายังจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง</p>



<p><strong>ความยินยอม (Consent)</strong><br><strong>ความรับผิดชอบ (Accountability)</strong><br><strong>การเลือกปฏิบัติ (Discrimination)</strong><br><strong>ความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ (Explainability)</strong><br><strong>ความเป็นส่วนตัว (Privacy)</strong><br><strong>สิทธิแรงงาน (Labour Rights)</strong><br>และ <strong>การกำกับดูแลโดยมนุษย์ (Human Oversight)</strong></p>



<p>UNESCO ชี้ว่า AI มีความท้าทายด้านจริยธรรมที่แตกต่างจากเทคโนโลยีดิจิทัลแบบเดิม เช่น ความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความเป็นส่วนตัว ความรับผิดชอบ และความเสี่ยงต่อความสามารถของมนุษย์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง</p>



<p>ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญมากสำหรับนักศึกษา Non-STEM เพราะเมื่อเรียนจบ นักศึกษาจำนวนมากจะไม่ได้เป็นผู้สร้าง AI แต่จะเป็น <strong>ผู้ใช้งาน ผู้ตีความ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ควบคุม ผู้สื่อสาร หรือผู้ตัดสินใจว่าจะนำ AI </strong><strong>ไปใช้กับมนุษย์อย่างไร</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>พัฒนาการด้าน AI Ethics </strong><strong>ในมหาวิทยาลัยเอเชีย</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียเริ่มนำ AI Ethics เข้ามาใช้ผ่านหลายรูปแบบ</p>



<p><strong>1. </strong><strong>หลักสูตรแบบสหวิทยาการ</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="975" height="650" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/image.png" alt="" class="wp-image-2136" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/image.png 975w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/image-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/image-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></figure></div>


<p><strong>Nanyang Technological University (NTU) </strong><strong>ประเทศสิงคโปร์</strong> มีหลักสูตร Bachelor of Science in AI and Society ซึ่งผสมผสานความรู้ด้าน AI กับการวิเคราะห์ประเด็นทางสังคมและจริยธรรม</p>



<p>หลักสูตรให้ความสำคัญกับคำถามว่า AI สามารถขยายปัญหาอย่าง <strong>ความเหลื่อมล้ำ อคติ และข้อมูลเท็จ</strong> ได้อย่างไร และมีรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับ AI Ethics และสังคม รวมถึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกเรียนวิชาจากมนุษยศาสตร์ ศิลปะ สังคมศาสตร์ และธุรกิจ</p>



<p>แม้จะเป็นหลักสูตรที่เน้น AI โดยตรง ไม่ใช่สาขา Non-STEM แบบดั้งเดิม แต่หลักสูตรนี้สะท้อนหลักการสำคัญว่า</p>



<p><strong>การกำกับดูแล AI </strong><strong>จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างศาสตร์ด้านเทคนิคและศาสตร์ด้านมนุษย์</strong></p>



<p>นักวิทยาการคอมพิวเตอร์อาจเป็นผู้สร้างระบบ แต่ <strong>นักปรัชญา นักกฎหมาย นักการศึกษา นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมวิทยา และนักสื่อสาร</strong> มีบทบาทสำคัญในการตอบคำถามว่า “AI ควรถูกนำไปใช้อย่างไร”</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>ปรัชญา มนุษยศาสตร์ และ AI</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียยังเริ่มสร้างหลักสูตรที่เชื่อมโยง <strong>ปรัชญากับปัญญาประดิษฐ์</strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น <strong>Lingnan University </strong><strong>ในฮ่องกง</strong> มีหลักสูตรที่เชื่อมโยงปรัชญากับ AI ขณะที่ <strong>De La Salle University </strong><strong>ในฟิลิปปินส์</strong> มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่ผสมผสานปรัชญาและ AI</p>



<p>แนวทางนี้ช่วยให้นักศึกษามนุษยศาสตร์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ AI โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคในระดับเดียวกับนักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์</p>



<p>นักศึกษาสามารถนำ AI มาศึกษาคำถามสำคัญ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>AI สามารถมี “ความรับผิดชอบทางศีลธรรม” ได้หรือไม่?</li>



<li>ใครควรรับผิดชอบเมื่อ AI ตัดสินใจผิด?</li>



<li>มนุษย์แตกต่างจาก AI อย่างไร?</li>



<li>ความรู้ที่ AI สร้างขึ้นสามารถเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด?</li>



<li>Generative AI ส่งผลต่อความจริงและความไว้วางใจของสังคมอย่างไร?</li>
</ul>



<p>นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำให้ AI ไม่ใช่เรื่องของ “คอมพิวเตอร์เท่านั้น” แต่เป็นเรื่องของ <strong>มนุษย์ สังคม และอนาคต</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>แนวทางและนโยบายระดับมหาวิทยาลัย</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการนำ AI Ethics มาใช้ผ่านนโยบายระดับสถาบัน</p>



<p><strong>University of Tsukuba</strong> สนับสนุนให้นักศึกษาใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลจาก AI อาจมีอคติหรือไม่ถูกต้อง</li>



<li>การละเมิดลิขสิทธิ์</li>



<li>ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล</li>



<li>การพึ่งพา AI มากเกินไป</li>
</ul>



<p>มหาวิทยาลัยยังเน้นเรื่อง <strong>การเสริมพลังมนุษย์ การคิดเชิงวิพากษ์ การทำงานร่วมกัน ความเข้าอกเข้าใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการตัดสินใจด้วยตนเอง</strong></p>



<p>ส่วน <strong>Tokyo Institute of Technology</strong> ไม่ได้เลือกใช้วิธีห้าม AI โดยสิ้นเชิง แต่กำหนดให้นักศึกษายังคงต้องรับผิดชอบต่อผลงานที่ใช้ AI ช่วย และควร</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li>ไม่ป้อนข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลด้านความปลอดภัยลงใน AI</li>



<li>ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ</li>



<li>ปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละรายวิชา</li>
</ol>



<p>แนวทางเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับนักศึกษา Non-STEM เพราะทำให้จริยธรรมไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่กลายเป็น <strong>พฤติกรรมที่นักศึกษาสามารถนำไปใช้จริง</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>AI Ethics </strong><strong>ควรแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละสาขา?</strong></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><td><strong>สาขาวิชา</strong></td><td><strong>คำถามด้านจริยธรรมที่ควรถาม</strong></td><td><strong>กิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม</strong></td></tr></thead><tbody><tr><td><strong>ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์</strong></td><td>AI Tutor มีอคติหรือไม่? ใครรับผิดชอบหาก AI ประเมินนักเรียนผิด?</td><td>ตรวจสอบบทเรียนที่ AI สร้างว่ามีอคติทางวัฒนธรรมหรือกีดกันใครหรือไม่</td></tr><tr><td><strong>บริหารธุรกิจ</strong></td><td>การใช้ AI คัดเลือกพนักงานมีความเป็นธรรมหรือไม่?</td><td>วิเคราะห์กรณีศึกษาการรับสมัครงานด้วย AI</td></tr><tr><td><strong>นิติศาสตร์</strong></td><td>เราสามารถเชื่อคำแนะนำทางกฎหมายจาก AI ได้หรือไม่?</td><td>เปรียบเทียบคำตอบจาก AI กับแหล่งข้อมูลกฎหมายต้นฉบับ</td></tr><tr><td><strong>นิเทศศาสตร์/วารสารศาสตร์</strong></td><td>จะตรวจจับข่าวปลอมและสื่อสังเคราะห์ได้อย่างไร?</td><td>ออกแบบนโยบายการเปิดเผยว่าเนื้อหาใดใช้ AI</td></tr><tr><td><strong>สังคมศาสตร์</strong></td><td>AI อาจสร้างผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบางอย่างไร?</td><td>วิเคราะห์กรณีศึกษา AI ที่ใช้ในการจัดสวัสดิการหรือการบังคับใช้กฎหมาย</td></tr><tr><td><strong>มนุษยศาสตร์/ปรัชญา</strong></td><td>AI สามารถตัดสินใจทางศีลธรรมได้หรือไม่?</td><td>จัดอภิปรายเรื่องความรับผิดชอบของมนุษย์และเครื่องจักร</td></tr><tr><td><strong>รัฐประศาสนศาสตร์</strong></td><td>การตัดสินใจโดย AI จะโปร่งใสและสามารถอุทธรณ์ได้อย่างไร?</td><td>ออกแบบกระบวนการอุทธรณ์สำหรับบริการภาครัฐที่ใช้ AI</td></tr><tr><td><strong>ศิลปะและการออกแบบ</strong></td><td>ผู้สร้างสรรค์ควรจัดการเรื่องลิขสิทธิ์และการระบุแหล่งที่มาอย่างไร?</td><td>สร้างนโยบายการใช้ภาพ Generative AI อย่างมีจริยธรรม</td></tr></tbody></table></figure>



<p>แนวทางนี้ช่วยให้ AI Ethics ไม่กลายเป็นเพียง “รายการหลักการ” ที่นักศึกษาต้องท่องจำ แต่ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่าน <strong>สถานการณ์จริงที่ใกล้เคียงกับวิชาชีพในอนาคต</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>หลักสูตรและวิธีการสอน AI Ethics </strong><strong>สำหรับ Non-STEM</strong></p>



<p>หลักสูตร AI Ethics ที่ดีควรมี <strong>5 </strong><strong>องค์ประกอบสำคัญ</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI</strong></p>



<p>นักศึกษาควรเข้าใจคำสำคัญ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลฝึกสอน (Training Data)</li>



<li>อัลกอริทึม (Algorithm)</li>



<li>Machine Learning</li>



<li>Large Language Models หรือ LLMs</li>



<li>Automation</li>



<li>Generative AI</li>
</ul>



<p>นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมได้ แต่ควรเข้าใจว่า <strong>AI </strong><strong>สร้างผลลัพธ์จากกระบวนการทางสถิติและข้อมูล ไม่ใช่การ “เข้าใจ” โลกเหมือนมนุษย์</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>หลักการด้านจริยธรรม</strong></p>



<p>นักศึกษาควรเรียนรู้เรื่อง</p>



<p><strong>ความเป็นธรรม<br></strong><strong>การไม่เลือกปฏิบัติ<br></strong><strong>ความเป็นส่วนตัว<br></strong><strong>ความรับผิดชอบ<br></strong><strong>ความโปร่งใส<br></strong><strong>ความปลอดภัย<br></strong><strong>สิทธิในการตัดสินใจของมนุษย์<br></strong><strong>และความยั่งยืน</strong></p>



<p>และควรเชื่อมโยงหลักการเหล่านี้กับบริบทของเอเชีย เช่น ความหลากหลายทางภาษา ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และบทบาทของครอบครัวและชุมชน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>ทักษะในการตรวจสอบ AI</strong></p>



<p>นักศึกษาควรเรียนรู้วิธีตรวจสอบคำตอบของ AI เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลผิดหรือไม่?</li>



<li>AI สร้างข้อมูลขึ้นมาเองหรือไม่?</li>



<li>มีอคติหรือไม่?</li>



<li>มีมุมมองบางกลุ่มหายไปหรือไม่?</li>



<li>แหล่งอ้างอิงมีอยู่จริงหรือไม่?</li>



<li>คำแนะนำดังกล่าวอาจสร้างอันตรายหรือไม่?</li>
</ul>



<p>หลักสำคัญคือ <strong>อย่าเชื่อ AI </strong><strong>เพียงเพราะ AI </strong><strong>ตอบอย่างมั่นใจ</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>ความเข้าใจด้าน Governance</strong></p>



<p>นักศึกษาควรรู้จัก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นโยบาย AI ของมหาวิทยาลัย</li>



<li>จรรยาบรรณวิชาชีพ</li>



<li>กฎหมายคุ้มครองข้อมูล</li>



<li>ลิขสิทธิ์</li>



<li>ทรัพย์สินทางปัญญา</li>



<li>กฎระเบียบเกี่ยวกับ AI</li>



<li>ความรับผิดชอบของผู้พัฒนา ผู้ใช้ และองค์กร</li>
</ul>



<p>สิ่งสำคัญคือ นักศึกษาต้องเข้าใจว่า <strong>ความรับผิดชอบทางจริยธรรมไม่ได้อยู่ที่ผู้สร้าง AI </strong><strong>เพียงฝ่ายเดียว แต่รวมถึงองค์กรและผู้ใช้งานด้วย</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>การคิดไตร่ตรองและการตัดสินใจด้วยตนเอง</strong></p>



<p>การเรียนควรให้นักศึกษาอธิบายว่า</p>



<p>“ฉันใช้ AI เมื่อไร?”<br>“ทำไมฉันจึงใช้ AI?”<br>“ฉันพบความเสี่ยงอะไร?”<br>“ฉันตรวจสอบคำตอบอย่างไร?”<br>“ส่วนใดของงานที่ฉันเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง?”</p>



<p>วิธีนี้ทำให้การเปิดเผยการใช้ AI กลายเป็น <strong>ส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้</strong> ไม่ใช่เพียงกฎเพื่อป้องกันการโกง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ความท้าทายที่มหาวิทยาลัยต้องเผชิญ</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>ขาดอาจารย์ที่มีความรู้ทั้ง AI </strong><strong>และจริยธรรม</strong></p>



<p>อาจารย์ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์อาจเข้าใจประเด็นทางสังคมเป็นอย่างดี แต่ยังขาดความรู้ด้านเทคนิค AI ขณะที่อาจารย์สายเทคนิคอาจมีความรู้ด้าน AI แต่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านกฎหมาย จริยธรรม หรือการจัดการเรียนรู้มากนัก</p>



<p>ดังนั้นจึงควรส่งเสริม <strong>การสอนแบบสหวิทยาการ</strong></p>



<p><strong>2. </strong><strong>การสอน AI Ethics </strong><strong>แบบผิวเผิน</strong></p>



<p>การมีเพียงหนึ่งคาบเรื่อง “การใช้ AI อย่างถูกต้อง” หรือ “การป้องกันการลอกงาน” ยังไม่เพียงพอ</p>



<p>AI Ethics ควรถูกบูรณาการตลอดหลักสูตร ทั้งใน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายวิชา</li>



<li>การประเมินผล</li>



<li>การทำวิจัย</li>



<li>การฝึกปฏิบัติวิชาชีพ</li>



<li>นโยบายของมหาวิทยาลัย</li>
</ul>



<p><strong>3. </strong><strong>อคติด้านภาษาและวัฒนธรรม</strong></p>



<p>AI อาจทำงานได้ไม่เท่าเทียมกันในแต่ละภาษา และอาจสะท้อนมุมมองจากข้อมูลฝึกสอนที่มาจากวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลสูงกว่า</p>



<p>นักศึกษาจึงควรถามว่า</p>



<p><strong>“</strong><strong>ความรู้ของใครถูกนำเสนอใน AI </strong><strong>และความรู้ของใครหายไป?”</strong></p>



<p>รวมถึงควรพิจารณาว่าชุมชนท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง AI ได้อย่างไร</p>



<p><strong>4. </strong><strong>ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง AI</strong></p>



<p>นักศึกษาที่มีเงินซื้อ AI แบบเสียค่าบริการ มีอุปกรณ์ที่ดีกว่า หรือมีทักษะภาษาอังกฤษสูงกว่า อาจได้รับประโยชน์จาก AI มากกว่านักศึกษากลุ่มอื่น</p>



<p>มหาวิทยาลัยจึงต้องสร้าง <strong>การเข้าถึง AI </strong><strong>อย่างเท่าเทียม</strong> และไม่ควรปล่อยให้ความสามารถในการใช้ AI ขึ้นอยู่กับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ข้อเสนอแนะสำหรับมหาวิทยาลัยในเอเชีย</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนา AI Ethics สำหรับนักศึกษา Non-STEM ได้โดย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กำหนด <strong>AI Ethics </strong><strong>เป็นสมรรถนะของบัณฑิตทุกสาขา</strong></li>



<li>จัดรายวิชาพื้นฐาน AI สำหรับนักศึกษาที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค</li>



<li>ใช้กรณีศึกษาจากวิชาชีพ เช่น การศึกษา กฎหมาย ธุรกิจ สื่อ นโยบายสาธารณะ และศิลปะ</li>



<li>จัดทีมสอนแบบสหวิทยาการระหว่าง Computer Science, Humanities, Social Sciences, Law และ Education</li>



<li>พัฒนาอาจารย์ให้มีความรู้ด้าน AI เครื่องมือ AI จริยธรรม การประเมินผล และการคุ้มครองข้อมูล</li>



<li>กำหนดให้นักศึกษา <strong>เปิดเผยการใช้ AI </strong><strong>อย่างโปร่งใส</strong></li>



<li>ใช้การประเมินรูปแบบใหม่ เช่น Case Analysis, Policy Design, Oral Defence, Reflective Portfolio และ Community Projects</li>



<li>นำภาษา วัฒนธรรม ความรู้ท้องถิ่น และความเหลื่อมล้ำในเอเชียมาใช้เป็นกรณีศึกษา</li>



<li>ปรับปรุงนโยบายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเทคโนโลยี AI และกฎระเบียบเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>การนำ <strong>AI Ethics </strong><strong>เข้ามาบูรณาการในสาขาวิชา Non-STEM </strong><strong>ของมหาวิทยาลัยในเอเชีย</strong> มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อความสัมพันธ์ทางสังคม การตัดสินใจในวิชาชีพ สถาบันของรัฐ และวัฒนธรรม</p>



<p>นักศึกษา <strong>ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์</strong> เพื่อที่จะเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบในยุค AI</p>



<p>แต่พวกเขาจำเป็นต้องมีความสามารถในการ</p>



<p><strong>เข้าใจ AI → </strong><strong>ตั้งคำถามกับ AI → </strong><strong>ตรวจสอบ AI → </strong><strong>มองเห็นความเสี่ยง </strong><strong>→</strong><strong> </strong><strong>ปกป้องสิทธิของมนุษย์</strong><strong> </strong><strong>→</strong><strong> </strong><strong>และตัดสินใจด้วยตนเอง</strong></p>



<p>แนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการผสมผสาน <strong>AI Literacy</strong> เข้ากับ <strong>จริยธรรมเฉพาะสาขาวิชา</strong></p>



<p>ตัวอย่างจากสิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังเริ่มสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง AI เข้ากับมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิชาชีพต่าง ๆ</p>



<p>ท้ายที่สุด <strong>AI Ethics </strong><strong>ไม่ควรถูกมองว่าเป็นวิชาเสริมที่เลือกเรียนหรือไม่เรียนก็ได้</strong></p>



<p>แต่ควรถือเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>สมรรถนะทางวิชาชีพและความเป็นพลเมืองในสังคมประชาธิปไตยยุค AI</strong></p>



<p>เป้าหมายของมหาวิทยาลัยจึงไม่ควรเป็นเพียงการผลิตบัณฑิตที่ “ใช้ AI เป็น” แต่ต้องสร้างบัณฑิตที่สามารถ <strong>ตั้งคำถามกับ AI </strong><strong>กำกับดูแล AI </strong><strong>และมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของ AI</strong> ให้เกิดประโยชน์ต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม ความรับผิดชอบ และประโยชน์สาธารณะ</p>



<p><strong>แนวคิดสำคัญสำหรับนักศึกษา:</strong></p>



<p><strong>“</strong><strong>เราไม่จำเป็นต้องสร้าง AI </strong><strong>เพื่อรับผิดชอบต่อ AI </strong><strong>แต่เราทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI </strong><strong>อย่างมีวิจารณญาณและมีจริยธรรม”</strong></p>



<p>Source : Jounal</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/23/integration-of-ai-ethics-in-non-stem-asian-university-majors/">การบูรณาการจริยธรรมด้าน AI ในสาขาวิชามหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่ STEM ของเอเชีย</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/integration-of-ai-ethics-in-non-stem-asian-university-majors/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Rise of AI Literacy Programs in Asian Universities</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2026 07:39:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI LITERACY]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2131</guid>

					<description><![CDATA[<p>AI Literacy กับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย ทักษะคว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/">The Rise of AI Literacy Programs in Asian Universities</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>AI Literacy </strong><strong>กับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย</strong></p>



<p><strong>ทักษะความรู้และความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy)</strong> กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากในระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเอเชีย การเกิดขึ้นของ Generative AI หรือ AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ได้ เช่น ChatGPT, Gemini และ Copilot ได้เปลี่ยนวิธีที่นักศึกษาเรียน เขียนงาน ทำวิจัย และเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงาน</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงกำลังก้าวออกจากแนวคิดเดิมที่มองว่าเรื่อง AI เป็นความรู้เฉพาะสำหรับนักศึกษาด้านคอมพิวเตอร์หรือวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยจำนวนมากเริ่มนำ <strong>AI Literacy</strong> มาใช้กับนักศึกษาทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นศึกษาศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงศิลปะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-1024x683.png" alt="" class="wp-image-2132" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-1024x683.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-768x512.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM.png 1536w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>AI Literacy </strong><strong>คืออะไร?</strong></p>



<p>AI Literacy ไม่ได้หมายถึงเพียง <strong>“</strong><strong>การใช้เครื่องมือ AI </strong><strong>เป็น”</strong> เท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถในการเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร สามารถประเมินความถูกต้องและอคติของคำตอบจาก AI รู้จักปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และสามารถประยุกต์ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์กับปัญหาในสาขาวิชาหรือวิชาชีพของตนเอง</p>



<p>ตามกรอบสมรรถนะของ UNESCO นักศึกษาควรพัฒนา 4 ด้านสำคัญ ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>แนวคิดที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centred mindset)</strong></li>



<li><strong>จริยธรรมด้าน AI (AI Ethics)</strong></li>



<li><strong>ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคและการประยุกต์ใช้ AI (AI Techniques and Applications)</strong></li>



<li><strong>การออกแบบระบบ AI (AI System Design)</strong></li>
</ol>



<p>สำหรับอาจารย์ ยังควรมีความรู้เพิ่มเติมด้าน <strong>การจัดการเรียนการสอนด้วย AI (AI Pedagogy)</strong> และการพัฒนาวิชาชีพโดยใช้ AI สนับสนุน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ทำไม AI Literacy </strong><strong>จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ?</strong></p>



<p>การเติบโตของ AI Literacy ในมหาวิทยาลัยเอเชียเกิดจากแรงกดดันสำคัญ 3 ประการ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การแพร่หลายอย่างรวดเร็วของ Generative AI</li>



<li>ความกังวลเกี่ยวกับการทุจริตทางวิชาการ</li>



<li>ความต้องการบัณฑิตที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>



<p>อย่างไรก็ตาม การนำ AI Literacy มาใช้ยังไม่เท่าเทียมกัน ประเทศหรือระบบการศึกษาที่มีทรัพยากรและเทคโนโลยีพร้อม เช่น <strong>สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน</strong> กำลังพัฒนาโครงการ AI Literacy ในระดับมหาวิทยาลัย ขณะที่มหาวิทยาลัยในบริบทที่มีทรัพยากรจำกัดยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ภาษา และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม</p>



<p><strong>จาก “ห้ามใช้ AI” </strong><strong>สู่ “สอนให้ใช้ AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ”</strong></p>



<p>หลังจาก ChatGPT เปิดตัวในช่วงปลายปี 2022 มหาวิทยาลัยจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า <strong>“</strong><strong>การศึกษาในมหาวิทยาลัยควรเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อ AI </strong><strong>เข้ามามีบทบาท?”</strong></p>



<p>ในช่วงแรก หลายมหาวิทยาลัยตอบสนองด้วยการห้ามหรือจำกัดการใช้ AI รวมถึงออกกฎด้านความซื่อสัตย์ทางวิชาการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มหาวิทยาลัยจำนวนมากตระหนักว่า <strong>การห้ามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้</strong></p>



<p>เพราะนักศึกษาจะต้องพบเจอ AI ทั้งในการเรียนและการทำงานในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่มหาวิทยาลัยควรทำคือ <strong>สอนให้นักศึกษารู้จักใช้ AI </strong><strong>อย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ</strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น</p>



<p>การใช้ AI เพื่อขอคำแนะนำในการปรับปรุงร่างรายงาน อาจช่วยสนับสนุนการเรียนรู้<br>แต่การส่งเรียงความที่ AI เขียนทั้งหมดโดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง อาจทำให้นักศึกษาไม่ได้พัฒนาทักษะการคิดและการเขียนด้วยตนเอง</p>



<p>นักศึกษาจึงต้องเข้าใจว่าเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นอาจ <strong>ผิดพลาด มีอคติ ไม่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรม หรือมีแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>AI Literacy </strong><strong>กับการเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงาน</strong></p>



<p>AI Literacy ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในห้องเรียน แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ <strong>ความสามารถในการหางานและการทำงานในอนาคต</strong></p>



<p>บัณฑิตยุคใหม่มีแนวโน้มที่จะต้องทำงานร่วมกับ AI ในหลายรูปแบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การค้นคว้าและทำวิจัย</li>



<li>การวิเคราะห์ข้อมูล</li>



<li>การแปลภาษา</li>



<li>การออกแบบ</li>



<li>การเขียนโปรแกรม</li>



<li>การสื่อสาร</li>



<li>การช่วยตัดสินใจ</li>
</ul>



<p>ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยมอง AI Literacy เป็นเพียงทักษะเฉพาะทางสำหรับนักศึกษาบางสาขา นักศึกษาจำนวนมากอาจไม่ได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับตลาดแรงงานที่ AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานมากขึ้น</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>รูปแบบการสอน AI Literacy </strong><strong>ที่กำลังเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเอเชีย</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>วิชา AI </strong><strong>พื้นฐานสำหรับนักศึกษาทุกคน</strong></p>



<p>แนวทางแรกคือการกำหนดให้มีวิชาหรือโมดูล AI สำหรับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเรียนสาขาอะไร</p>



<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ <strong>National University of Singapore (NUS)</strong> ซึ่งในปี 2026 ได้ประกาศให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีเรียนวิชาพื้นฐานด้าน Generative AI ชื่อ <strong>“Applied Generative AI: From Prompting to Evaluation”</strong></p>



<p>จุดสำคัญของวิชานี้ไม่ได้อยู่ที่การเขียน Prompt เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการประเมินคำตอบของ AI และการเรียนรู้ว่าจะนำ AI ไปใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละสาขาวิชาได้อย่างไร</p>



<p>ขณะเดียวกัน <strong>Nanyang Technological University (NTU)</strong> ก็มีแนวทางให้มีบทเรียน AI Literacy สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคน โดยบูรณาการเข้ากับรายวิชาในชั้นปีแรก เนื้อหาครอบคลุมการใช้งานจริง การตรวจสอบความถูกต้องและอคติของ AI ประเด็นด้านจริยธรรม และการสร้างเครื่องมือที่ใช้ AI สนับสนุน</p>



<p><strong>ข้อดีของแนวทางนี้</strong> คือทำให้ AI Literacy ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักศึกษาสาย STEM และทำให้นักศึกษาทุกคนมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ AI ในระดับใกล้เคียงกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>บูรณาการ AI </strong><strong>เข้าไปในทุกสาขาวิชา</strong></p>



<p>อีกแนวทางหนึ่งคือ <strong>ไม่สร้างวิชา AI </strong><strong>แยกออกมา แต่ให้นักศึกษาเรียนรู้ AI </strong><strong>ผ่านรายวิชาที่เรียนอยู่แล้ว</strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น Ngee Ann Polytechnic ในสิงคโปร์ ซึ่งกำหนดให้นักศึกษาได้เรียนรู้ Generative AI อย่างน้อยหนึ่งโมดูลในแต่ละปี โดยใช้แนวคิด <strong>PAIR: Problem – AI – Interaction – Reflection</strong></p>



<p>นักศึกษาจะต้อง</p>



<p><strong>กำหนดปัญหา </strong><strong>→</strong><strong> </strong><strong>เลือกและใช้</strong><strong> AI → </strong><strong>ทดสอบคำตอบ </strong><strong>→</strong><strong> </strong><strong>สะท้อนผลกระทบของ</strong><strong> AI </strong><strong>ต่อการคิดและการตัดสินใจของตนเอง</strong></p>



<p>แนวทางนี้สำคัญเพราะการใช้ AI ในแต่ละสาขาวิชาไม่เหมือนกัน</p>



<p>ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นักศึกษาครูอาจใช้ AI ช่วยสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วตรวจสอบว่ากิจกรรมนั้นเหมาะสมกับวัฒนธรรมและผู้เรียนที่มีความต้องการแตกต่างกันหรือไม่</li>



<li>นักศึกษาบริหารธุรกิจอาจวิเคราะห์อคติของ AI ในกระบวนการคัดเลือกพนักงาน</li>



<li>นักศึกษากฎหมายอาจตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเหตุผลทางกฎหมายที่ AI สร้างขึ้น</li>
</ul>



<p>ดังนั้น นักศึกษาไม่ได้เรียนเพียง <strong>“</strong><strong>วิธีใช้ AI”</strong> แต่เรียนรู้ <strong>“</strong><strong>วิธีคิดและตัดสินใจเมื่อใช้ AI”</strong> ด้วย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>ระบบการเรียนรู้แบบเป็นระดับในญี่ปุ่น</strong></p>



<p>ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ <strong>คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และ AI</strong> ในระดับปริญญาตรีมากขึ้น</p>



<p>ตัวอย่างเช่น Osaka University มีแนวทางแบบ 2 ระดับ คือ</p>



<p><strong>ระดับที่ 1:</strong> ความรู้พื้นฐานด้าน AI สำหรับนักศึกษาทุกคน<br><strong>ระดับที่ 2:</strong> รายวิชา AI ที่ประยุกต์ใช้กับแต่ละสาขาวิชา</p>



<p>แนวทางนี้เหมาะกับมหาวิทยาลัยเพราะนักศึกษาแต่ละคนมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีไม่เท่ากัน ทุกคนจึงควรได้รับความรู้พื้นฐานก่อน จากนั้นผู้ที่ต้องการพัฒนาความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมจึงสามารถเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. AI </strong><strong>ในวิชาศึกษาทั่วไปของเกาหลีใต้</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้กำลังมุ่งสู่การให้ความรู้ด้าน AI แก่นักศึกษาทุกคนเช่นกัน โดยบางหลักสูตรผสมผสาน <strong>AI + </strong><strong>จริยธรรม + การคิดเชิงวิพากษ์</strong></p>



<p>นักศึกษาอาจเรียนวิชา AI ในลักษณะวิชาศึกษาทั่วไปในปีแรก แล้วจึงเรียนต่อว่า AI สามารถนำมาใช้ในสาขาของตนเองอย่างไร</p>



<p>แนวทางนี้ทำให้ AI Literacy ไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมทักษะสำหรับตลาดแรงงาน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>การศึกษาสำหรับการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมดิจิทัล</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ทักษะ AI Literacy </strong><strong>ที่นักศึกษาควรมี</strong></p>



<p>หลักสูตร AI Literacy ที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยอย่างน้อย <strong>5 </strong><strong>ด้านสำคัญ</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>พื้นฐานด้าน AI</strong></p>



<p>เข้าใจแนวคิดพื้นฐาน เช่น Machine Learning, ข้อมูลสำหรับการฝึก AI, Algorithm, Large Language Models และ Generative AI</p>



<p><strong>2. </strong><strong>การคิดและตรวจสอบอย่างมีวิจารณญาณ</strong></p>



<p>นักศึกษาต้องตรวจสอบข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น รู้จัก Hallucination ตรวจสอบคุณภาพของแหล่งข้อมูล และเข้าใจข้อจำกัดของการให้เหตุผลโดย AI</p>



<p><strong>3. </strong><strong>จริยธรรมและความรับผิดชอบ</strong></p>



<p>ควรเข้าใจเรื่องความเป็นธรรม ความเป็นส่วนตัว ความรับผิดชอบ ลิขสิทธิ์ อคติทางวัฒนธรรม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบทบาทของมนุษย์ในการตัดสินใจ</p>



<p><strong>4. </strong><strong>การประยุกต์ใช้จริง</strong></p>



<p>สามารถใช้ AI ในงาน เช่น การระดมความคิด การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม การแปลภาษา การให้ Feedback การจำลองสถานการณ์ และการสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<p><strong>5. </strong><strong>การสะท้อนคิดและการตัดสินใจตามสาขาวิชา</strong></p>



<p>นักศึกษาควรสามารถอธิบายได้ว่า <strong>ทำไมจึงเลือกใช้ AI </strong><strong>ใช้แล้วงานดีขึ้นหรือไม่ และส่วนใดของงานยังจำเป็นต้องใช้ความรู้และวิจารณญาณของมนุษย์</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ประโยชน์และความท้าทาย</strong></p>



<p>AI Literacy สามารถช่วยให้นักศึกษาเป็นผู้เรียนที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น เพราะ AI สามารถให้คำอธิบาย Feedback และโอกาสในการฝึกฝนได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถช่วยด้านการเขียน การสร้างไอเดีย การเขียนโปรแกรม และการแก้ปัญหาแบบข้ามศาสตร์</p>



<p>AI ยังสามารถช่วยลดอุปสรรคในการเรียนรู้ เช่น นักศึกษาที่เรียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่อาจใช้ AI ช่วยด้านภาษาและการแก้ไขงาน ขณะที่นักศึกษาที่มีความต้องการเฉพาะสามารถใช้ระบบแปลงเสียง การแปล การสรุป และระบบที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ได้</p>



<p>แต่ AI Literacy ก็มีความท้าทายเช่นกัน</p>



<p><strong>ความท้าทายที่ 1: </strong><strong>ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง</strong><br>นักศึกษาแต่ละคนมีอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ และสิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือ AI แบบเสียเงินไม่เท่ากัน หากมหาวิทยาลัยสมมติว่านักศึกษาทุกคนสามารถใช้ AI แบบ Premium ได้ อาจยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มขึ้น</p>



<p><strong>ความท้าทายที่ 2: </strong><strong>ความพร้อมของอาจารย์</strong><br>อาจารย์เองก็ต้องได้รับการพัฒนาทักษะด้าน AI โดยเฉพาะ AI Pedagogy การออกแบบการประเมินผล การคุ้มครองข้อมูล และการประยุกต์ใช้ AI ในแต่ละสาขาวิชา</p>



<p><strong>ความท้าทายที่ 3: </strong><strong>การประเมินผลการเรียน</strong><br>งาน Essay และงานที่ทำที่บ้านอาจตรวจสอบได้ยากขึ้นเมื่อมี Generative AI เข้ามาช่วย มหาวิทยาลัยจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการสอบปากเปล่า การสาธิตผลงาน การประเมินโดยเพื่อน Portfolio และงานที่ต้องอธิบายความคิดเห็นหรือกระบวนการคิดของตนเอง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>มหาวิทยาลัยเอเชียควรเตรียมตัวอย่างไร?</strong></p>



<p>จากเนื้อหาต้นฉบับ สามารถสรุปแนวทางสำคัญได้ 8 ข้อ ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li>มอง AI Literacy เป็น <strong>คุณลักษณะที่บัณฑิตทุกคนควรมี</strong></li>



<li>จัดการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI การใช้อย่างรับผิดชอบ และ Academic Integrity</li>



<li>บูรณาการกิจกรรม AI เข้ากับแต่ละสาขาวิชา</li>



<li>พัฒนาอาจารย์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่อบรมเพียงครั้งเดียว</li>



<li>ปรับรูปแบบการประเมินให้เน้นงานจริง กระบวนการคิด การอธิบาย และการสะท้อนผล</li>



<li>สร้างโอกาสให้นักศึกษาทุกคนเข้าถึงเครื่องมือและอุปกรณ์อย่างเท่าเทียม</li>



<li>มีกฎที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Privacy, Copyright, การเปิดเผยการใช้ AI และการใช้ AI ในงานวิจัย</li>



<li>ประเมินความสำเร็จจาก <strong>ผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านการคิดของนักศึกษา</strong> ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนครั้งที่ใช้ AI</li>
</ol>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>สรุป: นักศึกษายุค AI </strong><strong>ต้อง “ใช้ AI </strong><strong>เป็น” และ “คิดเป็น”</strong></p>



<p>การเติบโตของ AI Literacy ในมหาวิทยาลัยเอเชียสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากแนวคิดเดิมที่เน้น <strong>“</strong><strong>ควบคุมและห้ามใช้ AI”</strong> ไปสู่แนวคิดใหม่ที่เน้น <strong>“</strong><strong>เรียนรู้และใช้ AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยไม่ได้ถามเพียงว่า</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาควรใช้ AI </strong><strong>หรือไม่?”</strong></p>



<p>แต่กำลังเปลี่ยนคำถามเป็น</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาควรรู้อะไรเกี่ยวกับ AI?”</strong><br><strong>“AI </strong><strong>ควรถูกนำมาใช้ในการเรียนรู้อย่างไร?”</strong><br><strong>“</strong><strong>ทักษะอะไรของมนุษย์ที่ยังต้องเป็นหัวใจสำคัญ?”</strong></p>



<p>แนวทางที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชียจึงมีจุดร่วมสำคัญ คือ <strong>การเรียนรู้พื้นฐาน AI </strong><strong>สำหรับทุกคน + การประยุกต์ใช้ AI </strong><strong>ตามสาขาวิชา</strong></p>



<p>เป้าหมายของ AI Literacy ไม่ใช่การทำให้นักศึกษากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทุกคน แต่คือการทำให้นักศึกษาสามารถ <strong>ใช้ AI </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ คิดอย่างมีวิจารณญาณ ตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม และรู้ว่าเมื่อใดควรใช้ AI </strong><strong>และเมื่อใดควรใช้ความสามารถของมนุษย์</strong></p>



<p>ท้ายที่สุด มหาวิทยาลัยในเอเชียไม่ได้กำลังแข่งขันกันว่า <strong>“</strong><strong>ใครใช้ AI </strong><strong>ได้มากที่สุด”</strong> แต่กำลังเผชิญคำถามที่สำคัญกว่า คือ <strong>“</strong><strong>เราจะทำอย่างไรให้ AI </strong><strong>ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ การเรียนรู้ และศักยภาพของมนุษย์ได้มากที่สุด”</strong></p>



<p>Source : Unesco</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/">The Rise of AI Literacy Programs in Asian Universities</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How are Asian universities reforming assessments to address AI use</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 06:41:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2126</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังปรับรูปแบบการประเมินผลอย่างไร เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/">How are Asian universities reforming assessments to address AI use</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-1024x683.png" alt="" class="wp-image-2127" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-1024x683.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-768x512.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026.png 1536w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังปรับรูปแบบการประเมินผลอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>เพื่อรับมือกับการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI?</strong></p>



<p>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Generative AI เช่น ChatGPT ได้เข้ามามีบทบาทอย่างรวดเร็วในชีวิตการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชีย ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องกลับมาทบทวนคำถามสำคัญว่า <strong>“</strong><strong>เราควรประเมินความรู้และความสามารถของนักศึกษาอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>ในยุคที่</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>สามารถช่วยเขียน</strong><strong> </strong><strong>วิเคราะห์</strong><strong> </strong><strong>สรุปข้อมูล</strong><strong> </strong><strong>และแก้ปัญหาได้</strong><strong>?”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเลือกวิธี “ห้ามใช้ AI ทั้งหมด” อีกต่อไป แต่กำลังปรับระบบการประเมินไปใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ <strong>การออกแบบงานประเมินรูปแบบใหม่ที่ลดการพึ่งพา</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างไม่เหมาะสม</strong><strong> (</strong><strong>AI-resistant assessment)</strong> และ <strong>การออกแบบงานที่ให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีเป้าหมายและมีความรับผิดชอบ</strong><strong> (</strong><strong>AI-integrated assessment)</strong></p>



<p>ขณะเดียวกัน หลายมหาวิทยาลัยเริ่มทดลองใช้ AI ช่วยตรวจและให้คะแนนงาน แต่ยังคงกำหนดให้มนุษย์ โดยเฉพาะอาจารย์ เป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อรักษาความถูกต้อง ความยุติธรรม และความโปร่งใสในการประเมินผล</p>



<p><strong>1. </strong><strong>การออกแบบงานประเมินรูปแบบใหม่</strong><strong></strong></p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังลดการพึ่งพาการสอบหรือการบ้านแบบเดิม เช่น เรียงความหรือรายงานที่นักศึกษาสามารถทำที่บ้านได้ทั้งหมด เพราะงานประเภทนี้อาจเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้ AI สร้างคำตอบโดยที่อาจารย์ไม่สามารถเห็นกระบวนการคิดที่แท้จริงได้</p>



<p>มหาวิทยาลัยจึงหันมาใช้การประเมินที่ให้นักศึกษา <strong>แสดงความเข้าใจด้วยตนเองแบบเรียลไทม์</strong> หรือภายใต้การควบคุมที่เหมาะสมมากขึ้น</p>



<p><strong>การสอบในชั้นเรียนและการสอบแบบมีผู้ควบคุม</strong><strong></strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น Yong Pung How School of Law ในสิงคโปร์กำลังเพิ่มการสอบแบบเปิดหนังสือบางส่วนและการสอบแบบปิดหนังสือสำหรับวิชาหลัก รวมถึงเพิ่มการทำแบบทดสอบในชั้นเรียน การตอบคำถามด้วยวาจา และการอภิปราย</p>



<p>ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ทุกวิชาหลักจะต้องมีกิจกรรมอย่างน้อยหนึ่งกิจกรรมที่เรียกว่า <strong>“AI-resistant activity”</strong> หรือกิจกรรมที่ออกแบบให้ต้องใช้การวิเคราะห์และการให้เหตุผลในระดับที่ AI ไม่สามารถทำแทนนักศึกษาได้ทั้งหมด</p>



<p>แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการเพียงรู้ว่า “คำตอบคืออะไร” แต่ต้องการรู้ว่า <strong>นักศึกษาสามารถคิดและอธิบายเหตุผลของตนเองได้หรือไม่</strong></p>



<p><strong>การสอบปากเปล่าและการแก้ปัญหาแบบสด</strong><strong></strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียมีแนวโน้มเพิ่มการสอบปากเปล่า (oral defence) การแก้ปัญหาแบบสด และการนำเสนอผลงานที่ให้นักศึกษาอธิบายกระบวนการทำงานของตนเอง</p>



<p>ตัวอย่างเช่น นักศึกษาอาจได้รับคำตอบที่สร้างโดย AI แล้วถูกขอให้ <strong>ตรวจสอบว่าคำตอบนั้นถูกต้องหรือไม่</strong><strong> </strong><strong>ระบุข้อผิดพลาด</strong><strong> </strong><strong>และอธิบายว่าจะปรับปรุงอย่างไร</strong></p>



<p>วิธีนี้เปลี่ยนจุดเน้นจาก</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาสร้างผลงานอะไร</strong><strong>?”</strong></p>



<p>ไปสู่</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาเข้าใจสิ่งที่สร้างขึ้นมากน้อยเพียงใด</strong><strong> </strong><strong>และสามารถตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้หรือไม่</strong><strong>?”</strong></p>



<p><strong>การออกแบบงานที่บูรณาการ</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ในทางกลับกัน บางมหาวิทยาลัยไม่ได้ห้าม AI แต่กำหนดให้นักศึกษาใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เช่น ให้นักศึกษาใช้ AI ช่วยสร้างร่างแรก จากนั้นต้องบันทึกและอธิบายว่าแก้ไขส่วนใด เพราะเหตุใด หรือให้นักศึกษาสร้าง AI agent และประเมินประสิทธิภาพของ AI ดังกล่าว</p>



<p>ตัวอย่างเช่น Nanyang Technological University (NTU) ในสิงคโปร์กำหนดให้ <strong>AI literacy </strong><strong>เป็นทักษะที่นักศึกษาชั้นปีที่</strong><strong> </strong><strong>1 </strong><strong>ต้องเรียนรู้</strong> และตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 นักศึกษาจะได้รับการประเมินความสามารถในการสร้างและบริหารจัดการ AI agents โดยใช้เครื่องมือระดับองค์กร</p>



<p>แนวทางดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า นักศึกษาในอนาคตไม่ควรเป็นเพียง “ผู้ใช้ AI” แต่ควรเป็น <strong>ผู้ที่เข้าใจ</strong><strong> </strong><strong>ควบคุม</strong><strong> </strong><strong>ตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>และใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ</strong></p>



<p><strong>2. </strong><strong>การกำหนดกติกาการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ในงานส่ง</strong><strong></strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงอีกด้านหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยเริ่มกำหนดให้นักศึกษาระบุอย่างชัดเจนว่า <strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>หรือไม่</strong><strong> </strong><strong>ใช้เครื่องมืออะไร</strong><strong> </strong><strong>และใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อวัตถุประสงค์ใด</strong></p>



<p><strong>การประกาศการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>นโยบายของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในเอเชียกำหนดให้นักศึกษาต้องเปิดเผยการใช้ AI ในงาน เช่น ระบุชื่อเครื่องมือ AI วัตถุประสงค์ในการใช้ และระดับการมีส่วนร่วมของ AI</p>



<p>ตัวอย่างเช่น นักศึกษาอาจระบุว่าใช้ AI เพื่อระดมความคิด ตรวจสอบไวยากรณ์ หรือช่วยสร้างโครงร่าง แต่เนื้อหาสุดท้ายได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงโดยนักศึกษาเอง</p>



<p>แนวคิดสำคัญคือ <strong>การใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ไม่ได้หมายความว่านักศึกษาทุจริตโดยอัตโนมัติ</strong> แต่สิ่งสำคัญคือ นักศึกษาต้องใช้ AI ตามกติกา เปิดเผยการใช้งาน และสามารถรับผิดชอบต่อผลงานของตนเองได้</p>



<p><strong>3. “</strong><strong>พื้นที่ห้ามใช้</strong><strong> </strong><strong>AI” </strong><strong>และ</strong><strong> </strong><strong>“</strong><strong>งานที่ต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยบางแห่งกำลังใช้แนวทางแบบสองทางควบคู่กัน</p>



<p><strong>AI-free zone</strong> คือ การประเมินที่ห้ามใช้ AI เพื่อทดสอบทักษะพื้นฐานของนักศึกษา เช่น การเขียน การคิดวิเคราะห์ การคำนวณ หรือการเขียนโปรแกรมด้วยตนเอง</p>



<p>ในขณะที่ <strong>AI-required task</strong> คือ งานที่กำหนดให้นักศึกษาใช้ AI และประเมินว่านักศึกษาสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีวิจารณญาณหรือไม่</p>



<p>แนวทางนี้มีข้อดี เพราะช่วยรักษาทักษะพื้นฐานของมนุษย์ ขณะเดียวกันก็เตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ</p>



<p><strong>4. </strong><strong>การนำ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>มาใช้ช่วยตรวจและให้คะแนน</strong><strong></strong></p>



<p>นอกจากการปรับรูปแบบข้อสอบแล้ว มหาวิทยาลัยบางแห่งในเอเชียกำลังทดลองใช้ AI ช่วยตรวจงาน โดยเฉพาะงานเขียนและข้อสอบที่มีนักศึกษาจำนวนมาก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม หลักการสำคัญคือ <strong>AI </strong><strong>ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคะแนนเพียงลำพัง</strong></p>



<p><strong>สิงคโปร์</strong><strong>: </strong><strong>AI </strong><strong>ช่วยตรวจ</strong><strong> </strong><strong>แต่คนยังเป็นผู้ตัดสินใจ</strong><strong></strong></p>



<p>สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทดลองใช้ AI ในการประเมินผลการศึกษาอย่างจริงจัง</p>



<p>มหาวิทยาลัย เช่น NUS, NTU, SUTD และ SIT อนุญาตให้อาจารย์ใช้ AI ช่วยตรวจงานที่มีผลต่อคะแนนปลายภาคได้ในบางกรณี แต่กำหนดว่า <strong>คะแนนที่</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>สร้างขึ้นต้องได้รับการตรวจสอบโดยอาจารย์</strong> และนักศึกษาต้องได้รับแจ้งเมื่อมีการใช้ AI ในการประเมิน</p>



<p>NUS มีแนวทางที่เข้มงวด โดยอนุญาตให้ใช้ AI ตรวจงานเฉพาะเครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบความแม่นยำและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีการนำไปใช้กับการประเมินเรียงความภาษาอังกฤษบางประเภท โดย AI ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจเพิ่มเติม และอาจารย์จะตรวจสอบผลลัพธ์ โดยเฉพาะกรณีที่คะแนนอยู่ในช่วงก้ำกึ่ง</p>



<p>ในทางกลับกัน SMU และ SUSS ไม่อนุญาตให้ AI เป็นผู้ให้คะแนนการประเมินแบบมีผลต่อคะแนนสุดท้าย เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรม โดย SMU อนุญาตให้ใช้ AI เพื่อให้ feedback ในงานที่มีความเสี่ยงต่ำหรือเพื่อทดลองด้านการเรียนการสอน แต่ไม่ให้ AI เป็นผู้ตัดสินคะแนนสุดท้าย</p>



<p>กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ยังเน้นว่า หากใช้ AI ช่วยให้คะแนน เครื่องมือดังกล่าวต้องได้รับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ อาจารย์ต้องยังคงมีส่วนร่วมในกระบวนการ และต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อคะแนนสุดท้าย นักศึกษาควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ AI และเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน</p>



<p><strong>5. </strong><strong>เกาหลีใต้</strong><strong>: </strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อปฏิรูประบบการสอบ</strong><strong></strong></p>



<p>เกาหลีใต้กำลังนำ AI เข้ามาใช้ควบคู่กับการเปลี่ยนจากการสอบแบบปรนัยไปสู่การประเมินแบบเขียนคำตอบมากขึ้น</p>



<p>สำนักงานการศึกษาของกรุงโซล ปูซาน และอินชอนร่วมกันดำเนินระบบ <strong>“Chaeum AI”</strong> สำหรับตรวจเรียงความและคำตอบแบบเขียน โดยมีความแม่นยำในระดับที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการประเมินได้ ขณะที่จังหวัดคยองกีได้พัฒนาระบบ <strong>“Hi-Learning AI Essay and Short-Answer Assessment System”</strong> เพื่อช่วยให้การประเมินมีมาตรฐานและลดภาระการตรวจงานของครู</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาการใช้ AI ช่วยตรวจข้อสอบแบบเขียนสำหรับการปฏิรูประบบ CSAT หรือ Suneung ซึ่งเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สำคัญของเกาหลีใต้ โดยมีการทดลองระบบ AI ในสถานศึกษาแล้วตั้งแต่ปี 2025</p>



<p><strong>6. </strong><strong>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังทดลองแนวทางใหม่</strong><strong></strong></p>



<p>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปฏิรูปยังอยู่ในระยะทดลอง แต่มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น</p>



<p><strong>เวียดนาม</strong><strong></strong></p>



<p>British University Vietnam ทดลองใช้ <strong>AI Assessment Scale (AIAS)</strong> ซึ่งเป็นกรอบ 5 ระดับ ตั้งแต่ “ไม่ใช้ AI” ไปจนถึง “ใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ” เพื่อช่วยให้อาจารย์และนักศึกษารู้ว่า AI สามารถใช้ในงานแต่ละประเภทได้มากน้อยเพียงใด</p>



<p>ผลการทดลองพบว่า แนวทางดังกล่าวช่วยลดปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ GenAI และเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักศึกษา ขณะเดียวกันอาจารย์สามารถออกแบบงานที่ใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมส่งเสริมการคิดวิเคราะห์</p>



<p><strong>ประเทศไทย</strong><strong></strong></p>



<p>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการใช้พื้นที่ทดลองที่ปลอดภัยหรือ <strong>“ChulaGENIE sandbox”</strong> เพื่อประเมินความสามารถของนักศึกษาในการสร้าง AI assistants ที่เหมาะกับสาขาวิชา รวมถึงการตรวจสอบและวิพากษ์ผลลัพธ์ของ AI โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล</p>



<p>แนวทางนี้แสดงให้เห็นว่า นักศึกษาไทยในอนาคตอาจไม่ได้ถูกประเมินเพียงว่า “ใช้ AI ได้หรือไม่” แต่จะถูกประเมินว่า <strong>สามารถออกแบบ</strong><strong> </strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>ตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>และควบคุม</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้ดีเพียงใด</strong></p>



<p><strong>7. </strong><strong>นักศึกษาควรเตรียมตัวอย่างไร</strong><strong>?</strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความหมายโดยตรงต่อนักศึกษามหาวิทยาลัย เพราะการเรียนในยุค AI ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกใช้ AI แต่หมายความว่า <strong>เราต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างฉลาดและรับผิดชอบมากขึ้น</strong></p>



<p>นักศึกษาควรพัฒนาทักษะสำคัญอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>AI literacy</strong> – เข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร มีข้อจำกัดอะไร และควรใช้เมื่อใด</li>



<li><strong>Critical thinking</strong> – สามารถตรวจสอบข้อมูลและคำตอบที่ AI สร้างขึ้น</li>



<li><strong>Prompt skills</strong> – สามารถสื่อสารกับ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ</li>



<li><strong>Ethical AI use</strong> – รู้จักเรื่องความเป็นส่วนตัว ลิขสิทธิ์ ความลำเอียง และความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>



<li><strong>Human skills</strong> – การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการตัดสินใจ</li>
</ol>



<p><strong>บทสรุป</strong><strong></strong></p>



<p>การปฏิรูปการประเมินผลของมหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า <strong>“</strong><strong>เราจะป้องกันไม่ให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างไร</strong><strong>?”</strong> ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ <strong>“</strong><strong>เราจะออกแบบการเรียนรู้และการประเมินอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>เพื่อให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีความรู้</strong><strong> </strong><strong>มีวิจารณญาณ</strong><strong> </strong><strong>และมีความรับผิดชอบ</strong><strong>?”</strong></p>



<p>แนวโน้มสำคัญคือ การประเมินจะมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการสอบในชั้นเรียน การสอบปากเปล่า การแก้ปัญหาแบบสด การวิพากษ์คำตอบของ AI โครงงานที่บูรณาการ AI และการประกาศการใช้ AI อย่างโปร่งใส</p>



<p>ขณะเดียวกัน การใช้ AI ช่วยตรวจงานจะเพิ่มขึ้น แต่ <strong>มนุษย์ยังคงต้องอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ</strong> โดยเฉพาะการประเมินที่มีผลกระทบสูงต่ออนาคตของนักศึกษา</p>



<p>สำหรับมหาวิทยาลัยและอาจารย์ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ <strong>(1) </strong><strong>กำหนดกติกาให้ชัดเจนว่าเมื่อใดห้ามใช้</strong><strong> </strong><strong>อนุญาตให้ใช้</strong><strong> </strong><strong>หรือจำเป็นต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI (2) </strong><strong>พัฒนาทักษะของอาจารย์ในการออกแบบการประเมินที่เหมาะกับยุค</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>และ</strong><strong> (</strong><strong>3) </strong><strong>ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีจริยธรรมและการเปิดเผยการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ท้ายที่สุด เป้าหมายของการศึกษาในยุค AI ไม่ใช่การสร้างนักศึกษาที่ “ไม่ใช้ AI” แต่คือการสร้างบัณฑิตที่ <strong>“</strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีวิจารณญาณ</strong><strong> </strong><strong>และยังคงคิดเป็นด้วยตนเอง</strong><strong>”</strong> เพราะในโลกการทำงานแห่งอนาคต ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครสามารถเข้าถึง AI ได้ก่อน แต่อยู่ที่ว่า <strong>ใครสามารถทำงานร่วมกับ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong><strong> </strong><strong>มีจริยธรรม</strong><strong> </strong><strong>และมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด</strong></p>



<p>Source : cte.smu.edu.sg</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/">How are Asian universities reforming assessments to address AI use</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Adoption Among Asian University Students: Statistics and Trends</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 05:40:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2122</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/">AI Adoption Among Asian University Students: Statistics and Trends</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2081" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) </strong><strong>มาใช้ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชีย: สถิติและแนวโน้ม</strong></p>



<p>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาระดับอุดมศึกษาในเอเชียอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนักศึกษามหาวิทยาลัยประมาณ <strong>81–97%</strong> ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด (Generative AI) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา การนำ AI มาใช้ได้เติบโตเร็วกว่าความพร้อมของสถาบันการศึกษา จึงนำไปสู่การอภิปรายอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับ <strong>ความรู้และทักษะด้าน AI (AI literacy)</strong> การปรับรูปแบบการประเมินผลการเรียน และการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีทั่วทั้งภูมิภาค</p>



<p><strong>การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการใช้ AI </strong><strong>ในภูมิภาค</strong></p>



<p>ผลสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การใช้ AI ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชียมีระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก รายงานของ Deloitte ในปี 2024 พบว่า <strong>81% </strong><strong>ของนักศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong> ใช้ Generative AI โดยกลุ่มอายุ 18–24 ปีเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงที่สุด</p>



<p>ในฮ่องกง นักศึกษาของ Hong Kong University of Science and Technology จำนวน <strong>96%</strong> รายงานว่าใช้เครื่องมือ AI ในการเรียน โดย 44% ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ และ 23% ใช้ทุกวัน</p>



<p>ในอินโดนีเซีย นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ตอบแบบสำรวจจำนวน <strong>97.6%</strong> ระบุว่าใช้ Generative AI ในงานด้านการศึกษา โดยเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ChatGPT และ Canva</p>



<p>ในระดับโลก ปัจจุบันประมาณ <strong>88% </strong><strong>ของนักศึกษาใช้ AI </strong><strong>ในการเรียน</strong> โดยอัตราการใช้งานแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ได้แก่ 92% ในละตินอเมริกา 85% ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา และ 65% ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา</p>



<p>งานวิจัยยังพบว่า นักศึกษาในเอเชียมีแนวโน้มใช้ AI ในอัตราที่สูงกว่านักศึกษาในประเทศตะวันตก ตัวอย่างเช่น ในวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา นักศึกษาชาวเอเชียรายงานอัตราการใช้ AI อยู่ที่ <strong>91.3%</strong> ซึ่งสูงกว่านักศึกษาผิวขาวถึง 11.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ผลดังกล่าวอาจสะท้อนว่า ปัจจัยด้านวัฒนธรรม ระบบการศึกษา หรือโครงสร้างทางสังคมบางประการอาจส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในกลุ่มนักศึกษาเอเชียมากกว่า</p>



<p><strong>เครื่องมือ รูปแบบการใช้งาน และลักษณะของผู้ใช้</strong></p>



<p><strong>ChatGPT</strong> ยังคงเป็นเครื่องมือ Generative AI ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเอเชีย โดยนักศึกษาทั่วโลกที่ตอบแบบสำรวจ 66% ระบุว่าใช้ ChatGPT และในกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีของอินโดนีเซีย 44% ระบุว่า ChatGPT เป็นเครื่องมือหลักที่ใช้</p>



<p>เครื่องมืออื่น ๆ ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ได้แก่ <strong>Google Gemini, Microsoft Copilot, Grammarly, Perplexity AI </strong><strong>และ Canva</strong></p>



<p>ในประเทศจีน ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก นักศึกษาจึงพึ่งพาเครื่องมือภายในประเทศ เช่น <strong>Kimi Chat, ChatGLM, Doubao, Wenxin Yiyan </strong><strong>และ Qwen</strong></p>



<p>นักศึกษาใช้ AI สำหรับงานทางวิชาการหลายรูปแบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การระดมความคิดและค้นหาแนวทางในการทำงาน</li>



<li>การสรุปบทความหรือเอกสารประกอบการเรียน</li>



<li>การถอดความหรือเรียบเรียงข้อความใหม่</li>



<li>การช่วยร่างเรียงความ</li>



<li>การสร้างและตรวจสอบโค้ดโปรแกรม</li>
</ul>



<p>งานวิจัยในปี 2025 ที่ศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยในมาเลเซียพบว่า สามารถแบ่งพฤติกรรมการใช้ AI ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>ผู้ใช้แบบเลือกเฉพาะ (Selective Users)</strong> — 14.9%</li>



<li><strong>ผู้ใช้ในระดับปานกลาง (Moderate Adopters)</strong> — 31.8% โดยเน้นการเขียนโค้ด</li>



<li><strong>ผู้ใช้เพื่อการศึกษาอย่างกระตือรือร้น (Academic Enthusiasts)</strong> — 33.0% โดยเน้นงานด้านข้อความ</li>



<li><strong>ผู้ใช้แบบครอบคลุม (Comprehensive Users)</strong> — 20.3% ซึ่งใช้ AI ในงานหลากหลายรูปแบบ</li>
</ol>



<p>งานวิจัยยังพบความแตกต่างระหว่างเพศในด้าน <strong>ลักษณะการนำ AI </strong><strong>ไปใช้</strong> มากกว่าด้านการเข้าถึง AI โดยนักศึกษาชายมีแนวโน้มใช้ AI กับงานด้านการเขียนโค้ดมากกว่า ขณะที่นักศึกษาหญิงมีแนวโน้มใช้ AI กับงานที่เกี่ยวข้องกับข้อความมากกว่า</p>



<p><strong>ความแตกต่างระหว่างประเทศและข้อจำกัดด้านการเข้าถึง</strong></p>



<p>รูปแบบการใช้ AI แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างประเทศในเอเชีย เนื่องจากแต่ละประเทศมีความแตกต่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายของภาครัฐ และบริบททางวัฒนธรรม</p>



<p><strong>ประเทศไทยและสิงคโปร์</strong> กำลังกลายเป็นผู้นำด้านการนำ AI มาใช้ในภูมิภาค โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่ชัดเจน รวมถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม นักศึกษามหาวิทยาลัยในจีนเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก เนื่องจากข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ส่งผลให้นักศึกษาหันไปใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ที่พัฒนาในประเทศแทน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นักศึกษาจีนที่เรียนด้าน STEM และนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษยังคงนิยมใช้ AI ระดับโลกสำหรับงานด้านเทคนิคและงานภาษาอังกฤษ ในขณะที่นักศึกษาด้านมนุษยศาสตร์มีแนวโน้มเลือกใช้เครื่องมือภายในประเทศสำหรับงานภาษาและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบริบททางวัฒนธรรมจีน</p>



<p>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักศึกษามีความคุ้นเคยกับ AI ในระดับสูงและมีทัศนคติเชิงบวกต่อเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังมีความกังวลเกี่ยวกับ <strong>การพึ่งพา AI </strong><strong>มากเกินไป จริยธรรม และการขาดคำแนะนำที่ชัดเจนจากสถาบันการศึกษา</strong></p>



<p>ในบังกลาเทศ นักศึกษาบางส่วนใช้ ChatGPT ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและนอกเหนือจากการศึกษา ขณะที่นักศึกษาบางรายพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับการคัดลอกผลงาน ซึ่งก่อให้เกิดข้อกังวลด้าน <strong>ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ (academic integrity)</strong></p>



<p>สำหรับมาเลเซีย การทดสอบแบบ paired t-test พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง <strong>ความคาดหวังของนักศึกษาที่มีต่อการสนับสนุนจาก AI</strong> กับ <strong>ระดับการนำ AI </strong><strong>มาใช้จริงในสถาบันการศึกษา</strong> นักศึกษาจึงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยมีแนวทางด้านจริยธรรมที่ชัดเจนขึ้น และมีการบูรณาการ AI อย่างเป็นระบบมากขึ้น</p>



<p><strong>ทัศนคติ ประโยชน์ และข้อกังวลของนักศึกษา</strong></p>



<p>โดยทั่วไป นักศึกษามีทัศนคติเชิงบวกต่อ AI แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อกังวลหลายประการ</p>



<p><strong>ประโยชน์ที่นักศึกษามองเห็น</strong></p>



<p>ประโยชน์สำคัญของ AI ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การสนับสนุนการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล</li>



<li>การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนและทำงาน</li>



<li>ความสะดวกและการประหยัดเวลา</li>



<li>การพัฒนาทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพในอนาคต</li>
</ul>



<p>อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงกังวลเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การพึ่งพา AI มากเกินไป</li>



<li>การลดลงของความสามารถในการคิดอย่างอิสระ</li>



<li>อคติของอัลกอริทึม</li>



<li>ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล</li>



<li>ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล</li>



<li>การนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดหรือผิดจริยธรรม</li>
</ul>



<p>ผลสำรวจระดับโลกในปี 2026 พบว่า แม้ <strong>88% </strong><strong>ของนักศึกษาจะใช้ AI </strong><strong>ในการเรียน</strong> แต่มีเพียง <strong>29% </strong><strong>เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าอาจารย์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ AI </strong><strong>ได้อย่างเหมาะสม</strong> ช่องว่างด้านความไว้วางใจนี้มีความชัดเจนเป็นพิเศษในพื้นที่ที่อาจารย์ยังขาดการฝึกอบรมด้าน AI หรือสถาบันการศึกษายังไม่มีนโยบายที่ชัดเจน</p>



<p>แม้การใช้ AI จะอยู่ในระดับสูง แต่ประมาณ <strong>58% </strong><strong>ของนักศึกษารู้สึกว่าตนเองยังเตรียมตัวไม่เพียงพอสำหรับตลาดแรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI</strong> และ <strong>72% </strong><strong>เชื่อว่ามหาวิทยาลัยควรจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้ AI </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>



<p>ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า <strong>ความรู้และทักษะด้านดิจิทัล (digital literacy)</strong> เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการนำ AI มาใช้ของนักศึกษามหาวิทยาลัย ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานด้าน <strong>AI literacy</strong> ให้แก่นักศึกษา</p>



<p><strong>การตอบสนองของสถาบันการศึกษาและการพัฒนานโยบาย</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียเริ่มตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยการจัดทำนโยบายและโครงการฝึกอบรมที่เป็นระบบมากขึ้น</p>



<p>การทบทวนงานวิจัยแบบ scoping review ในปี 2025 ซึ่งศึกษานโยบายของมหาวิทยาลัย 30 แห่งในเอเชีย พบว่า <strong>นักศึกษาเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายเหล่านี้</strong> โดยมีนโยบาย 28 ฉบับที่ระบุเนื้อหาหรือข้อกำหนดสำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ</p>



<p>ความคาดหวังที่พบมากที่สุดคือ นักศึกษาควรมี <strong>ความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของ Generative AI</strong> ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการใช้ AI อย่างมีความรู้และความรับผิดชอบ</p>



<p>ตัวอย่างเช่น University of Malaya ได้จัดให้มีการฝึกอบรมด้าน AI literacy สำหรับนักศึกษาและบุคลากร กำหนดให้มีความโปร่งใสในการใช้ AI ในการเรียนการสอน และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับระดับการใช้ AI ที่อนุญาตในงานที่ได้รับมอบหมาย</p>



<p>นโยบายของ Universiti Malaya กำหนดให้บุคลากรทางวิชาการต้องเปิดเผยการใช้ AI ในเอกสารประกอบการเรียนและการประเมินผล ขณะที่นักศึกษาต้องระบุการใช้ AI ในงานทุกชิ้น พร้อมทั้งระบุว่าใช้เครื่องมือใดและ AI มีบทบาทอย่างไรในการจัดทำงานนั้น</p>



<p>แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง <strong>การส่งเสริมนวัตกรรม</strong> กับ <strong>ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</strong> โดยทำให้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาทดแทนผลงานและความคิดริเริ่มของนักศึกษา</p>



<p><strong>ผลกระทบต่อนโยบายและการปฏิบัติ</strong></p>



<p>หลักฐานจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า สถาบันอุดมศึกษาในเอเชียควรให้ความสำคัญกับ <strong>3 </strong><strong>ประเด็นหลัก</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>การพัฒนา AI literacy </strong><strong>และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยควรบูรณาการการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI เข้าไปในหลักสูตรอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมเรื่อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ</li>



<li>การเขียนคำสั่งหรือ prompt อย่างมีประสิทธิภาพ (prompt engineering)</li>



<li>การตรวจสอบและประเมินความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI</li>



<li>การตระหนักถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงของ AI</li>
</ul>



<p><strong>2. </strong><strong>การจัดทำนโยบายการใช้ AI </strong><strong>ที่ชัดเจน</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ AI ใน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การทำข้อสอบและการประเมินผล</li>



<li>การทำรายงานและงานที่ได้รับมอบหมาย</li>



<li>การอ้างอิงแหล่งข้อมูล</li>



<li>ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>
</ul>



<p>นโยบายที่ชัดเจนจะช่วยลดความสับสนและความไม่แน่นอนทั้งสำหรับนักศึกษาและอาจารย์</p>



<p><strong>3. </strong><strong>การสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงและการปรับ AI </strong><strong>ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยควรทำให้เกิดการเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือ AI ภายในประเทศในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือระดับโลก</p>



<p>นอกจากนี้ การสนับสนุนควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง <strong>สาขาวิชา ภาษา และบริบททางวัฒนธรรม</strong> ของนักศึกษาแต่ละกลุ่ม</p>



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>จากแนวโน้มดังกล่าว เห็นได้อย่างชัดเจนว่า <strong>AI </strong><strong>กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของนักศึกษาเอเชียอย่างรวดเร็ว</strong> อย่างไรก็ตาม การที่นักศึกษาใช้ AI ในระดับสูงไม่ได้หมายความว่าสถาบันการศึกษามีความพร้อมในระดับเดียวกัน</p>



<p>สำหรับผู้ที่ทำงานด้าน <strong>นโยบาย AI </strong><strong>และการฝึกอบรมครูหรืออาจารย์ในบริบทเอเชีย</strong> แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนากรอบ <strong>AI literacy </strong><strong>ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศและสถาบัน</strong></p>



<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษา <strong>Gen Alpha</strong> ที่กำลังเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมอง AI เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการเรียนรู้ ไม่ใช่เทคโนโลยีเพิ่มเติมที่สามารถเลือกใช้หรือไม่ใช้ก็ได้</p>



<p>ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้และการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น จะมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างระหว่าง <strong>ความคาดหวังของนักศึกษา</strong> กับ <strong>ศักยภาพและความพร้อมของสถาบันการศึกษา</strong></p>



<p>เป้าหมายสำคัญคือการทำให้การนำ AI มาใช้ในมหาวิทยาลัยของเอเชียสามารถดำเนินไปพร้อมกันทั้งในด้าน <strong>นวัตกรรม ประสิทธิภาพ ความเท่าเทียม และจริยธรรมทางการศึกษา</strong></p>



<p>Source : koreatimes</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/">AI Adoption Among Asian University Students: Statistics and Trends</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ AI</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2026 09:07:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2118</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/">มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ AI</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="2119" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1.png" alt="" class="wp-image-2119" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div></figure>



<p></p>



<p><strong>มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ </strong><strong>AI</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแนวทางจาก <strong>“</strong><strong>การห้ามใช้ </strong><strong>AI</strong><strong>”</strong> ไปสู่ <strong>“</strong><strong>การบูรณาการความรู้ด้าน </strong><strong>AI (AI Literacy) </strong><strong>และทักษะการใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>ร่วมกับการทำงาน (</strong><strong>AI-Augmented Skills)</strong><strong>”</strong> ในทุกหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตสามารถใช้ AI ในสาขาวิชาของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะเรียนรู้เรื่อง AI เฉพาะในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น</p>



<p><strong>1. </strong><strong>ทำให้ความรู้ด้าน </strong><strong>AI </strong><strong>เป็นทักษะพื้นฐานของนักศึกษาทุกคน</strong><strong></strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยจำนวนมากเริ่มมองว่า <strong>AI Literacy</strong> เป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญไม่ต่างจากการเขียนหรือการใช้สถิติ โดยบัณฑิตทุกคนควรมีความรู้ด้านนี้ก่อนสำเร็จการศึกษา</p>



<p>ตัวอย่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มหาวิทยาลัยฮ่องกง (</strong><strong>HKU)</strong> กำหนดให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคนต้องเรียนรายวิชา <strong>AI Literacy</strong> ตั้งแต่ปีการศึกษา 2025–2026 ครอบคลุมพื้นฐาน AI จริยธรรม ความสามารถ และข้อจำกัดของ AI</li>



<li>HKU ยังจัดตั้ง <strong>AI Area of Inquiry</strong> ในหลักสูตร Common Core ซึ่งเปิดรายวิชาสหวิทยาการมากกว่า 20–30 รายวิชา เช่น กฎหมาย ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายสาขา</li>



<li><strong>State University of New York (SUNY)</strong> ปรับข้อกำหนดด้าน Information Literacy โดยตั้งแต่ภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง ปี 2026 เป็นต้นไป รายวิชาจะต้องครอบคลุมประเด็นจริยธรรมของเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึง AI</li>



<li><strong>Ohio State University</strong> เปิดโครงการ <strong>AI Fluency</strong> ที่บูรณาการการเรียนรู้ด้าน AI ในทุกหลักสูตรระดับปริญญาตรี เช่น การเรียนรู้พื้นฐาน Generative AI ในชั้นปีที่ 1 การจัดเวิร์กชอประหว่างการปฐมนิเทศ และรายวิชา <strong>Unlocking Generative AI</strong> ที่เปิดให้นักศึกษาทุกสาขาเรียนได้</li>



<li><strong>DeVry University</strong> ประกาศแผนบูรณาการ AI Literacy และทักษะการใช้ AI ในทุกรายวิชาภายในปี 2026 รวมถึงการใช้ผู้ช่วยการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในชั้นเรียน</li>
</ul>



<p>แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาหลักสูตรในปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับ <strong>AI </strong><strong>ควบคู่กับจริยธรรม การคิดเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับอคติของอัลกอริทึม (</strong><strong>Algorithmic Bias) </strong><strong>ข่าวลวง (</strong><strong>Misinformation) </strong><strong>และการออกแบบการเรียนการสอนด้วย </strong><strong>Generative AI </strong><strong>และสื่อหลายรูปแบบ (</strong><strong>Multimodal Learning)</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>แนวคิด “</strong><strong>AI + X</strong><strong>”</strong><strong>: </strong><strong>บูรณาการ </strong><strong>AI </strong><strong>เข้ากับทุกสาขาวิชา</strong><strong></strong></p>



<p>แทนที่จะเปิดเพียงหลักสูตรด้าน AI โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยชั้นนำกำลังผสาน AI เข้าไปในทุกศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ AI ในบริบทของวิชาชีพของตน</p>



<p>ตัวอย่างการบูรณาการ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สาขาสุขภาพและการพยาบาล</strong>: ใช้ AI ในการช่วยวินิจฉัยโรค การจัดทำเวชระเบียน และการประสานงานด้านการดูแลผู้ป่วย</li>



<li><strong>สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการ</strong>: เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และการใช้ระบบอัตโนมัติอย่างมีความรับผิดชอบ</li>



<li><strong>สาขานิติศาสตร์</strong>: ใช้ AI เพื่อช่วยค้นคว้ากฎหมาย การร่างเอกสารทางกฎหมาย และศึกษาประเด็นจริยธรรมของการใช้ AI ในวิชาชีพกฎหมาย</li>



<li><strong>สาขาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์</strong>: ประยุกต์ AI ในการจำลองสถานการณ์ (Simulation) การวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบการทดลอง</li>
</ul>



<p>HKU เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยนอกจากรายวิชา AI ภาคบังคับแล้ว ยังเปิดหลักสูตรสหวิทยาการใหม่ 11 หลักสูตรที่เน้น AI และวิทยาการข้อมูล (Data Science) รวมทั้งเปิดโครงการ <strong>AI+X</strong> ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีสามารถสำเร็จทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทภายในระยะเวลา 5 ปีหรือน้อยกว่า</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>เปิดหลักสูตรใหม่ วิชาโท และ </strong><strong>Micro-credentials </strong><strong>ด้าน </strong><strong>AI</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน AI ผ่านหลักสูตรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>University of California San Diego (UC San Diego)</strong> เปิดหลักสูตรปริญญาตรีด้าน AI โดยเฉพาะเป็นครั้งแรกในปี 2025 เริ่มรับนักศึกษาประมาณ 150 คน และมีแผนขยายเป็นประมาณ 1,000 คนภายในปี 2029</li>



<li>หลายมหาวิทยาลัยเปิด <strong>วิชาโท (</strong><strong>Minor)</strong>, <strong>ประกาศนียบัตร (</strong><strong>Certificate)</strong> และ <strong>Micro-credentials</strong> ด้าน AI เช่น หลักสูตรออนไลน์ระยะสั้นเกี่ยวกับการใช้ Generative AI อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งสามารถสะสมหน่วยกิตร่วมกับหลักสูตรปริญญาได้</li>



<li>ในประเทศจีน มีการยกเลิกหรือระงับหลักสูตรระดับปริญญาตรีมากกว่า 12,000 หลักสูตรระหว่างปี 2021–2025 และเปิดหลักสูตรใหม่กว่า 10,200 หลักสูตร โดยเน้นด้าน AI และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงสาขา <strong>Embodied Intelligence</strong> ซึ่งผสาน AI กับหุ่นยนต์</li>
</ul>



<p>แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าการปรับหลักสูตรไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายวิชา AI หนึ่งรายวิชา แต่เป็นการออกแบบหลักสูตรใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานในยุค AI</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>ปรับรูปแบบการเรียนการสอนและการประเมินผล</strong><strong></strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเนื้อหาวิชา แต่รวมถึงวิธีการเรียนรู้และการประเมินผลด้วย</p>



<p>ตัวอย่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สอนให้นักศึกษามีทักษะในการเขียน <strong>Prompt</strong> การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล (Source Verification) การเปิดเผยการใช้ AI ในงานวิชาการ และการเข้าใจระบบตรวจจับการใช้ AI เพื่อรักษาความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>



<li>อาจารย์ใช้ Generative AI เป็น <strong>ผู้ช่วยในการสอน (</strong><strong>Teaching Colleague)</strong> เช่น ใช้แดชบอร์ดอัจฉริยะเพื่อช่วยให้นักศึกษาสะท้อนการเรียนรู้ ปรับปรุงงาน และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง</li>



<li>ใช้ Generative AI เพื่อช่วยวางแผนการสอน สร้างสื่อการเรียนรู้ ให้ข้อเสนอแนะระหว่างเรียน และผลิตสื่อหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง และวิดีโอ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสอนและสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล</li>
</ul>



<p>แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนจากคำถามว่า</p>



<p><strong>&#8220;</strong><strong>นักศึกษาหลีกเลี่ยงการใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>ได้หรือไม่</strong><strong>?&#8221;</strong></p>



<p></p>



<p><strong>&#8220;</strong><strong>นักศึกษาสามารถใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีความรับผิดชอบเพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นได้หรือไม่</strong><strong>?&#8221;</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>บูรณาการ </strong><strong>AI </strong><strong>กับการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (</strong><strong>Work-Integrated Learning: WIL)</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งนำ AI มาใช้ในโครงการฝึกงาน สหกิจศึกษา และการเรียนรู้จากโครงงาน (Project-Based Learning) เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ AI ในสถานการณ์จริง</p>



<p>ตัวอย่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลและค้นหารูปแบบในโครงงาน เช่น การติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือการคัดเลือกสารต้นแบบสำหรับการพัฒนายา</li>



<li>ฝึกให้นักศึกษาผสมผสานความรู้เฉพาะสาขากับเครื่องมือ AI เพื่อแก้ปัญหาจริง และนำเสนอผลงานแก่ภาคอุตสาหกรรม</li>



<li>ใช้ AI เพื่อศึกษาข้อมูลขององค์กร วางแผนเป้าหมายการเรียนรู้ และสร้างแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) พร้อมทั้งเรียนรู้มาตรฐานด้านจริยธรรมและวิชาชีพ</li>
</ul>



<p>แนวทางนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงเครื่องมือ AI ขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น หากมหาวิทยาลัยมีการสนับสนุนด้านการฝึกอบรมและทรัพยากรที่เพียงพอ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นโยบายระดับประเทศเป็นแรงผลักดันสำคัญ</strong><strong></strong></p>



<p>ในหลายประเทศ การปรับหลักสูตรเกิดขึ้นจากนโยบายของภาครัฐโดยตรง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประเทศจีน</strong> เชื่อมโยงการปฏิรูปการอุดมศึกษากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ซึ่งกำหนดให้ AI เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องปรับหลักสูตรให้ตอบสนองเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI</li>



<li><strong>ประเทศอินเดีย</strong> ปรับปรุงหลักสูตรภายใต้นโยบาย <strong>National Education Policy (NEP) 2020</strong> และ <strong>National Credit Framework</strong> เพื่อบูรณาการทักษะด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะด้าน AI ในทุกระดับการศึกษา</li>
</ul>



<p>นโยบายเหล่านี้ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและความคาดหวังของผู้เรียน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ความหมายต่อคุณค่าของปริญญาในยุค </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงสะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยกำลังพยายามรักษาคุณค่าของปริญญา โดยเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับสมรรถนะที่จำเป็นในยุค AI ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>AI Literacy </strong><strong>และจริยธรรมในการใช้ </strong><strong>AI</strong> กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่บัณฑิตทุกคนควรมี ไม่ใช่เพียงทักษะเสริม</li>



<li>ปริญญาไม่ได้สะท้อนเพียงความรู้เฉพาะสาขา แต่แสดงถึงความสามารถในการใช้ AI ร่วมกับความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ เช่น <strong>พยาบาลที่สามารถใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย</strong> หรือ <strong>นักการตลาดที่สามารถใช้ </strong><strong>Generative AI </strong><strong>ได้อย่างมีความรับผิดชอบ</strong></li>



<li>หลักสูตรที่ไม่บูรณาการ AI มีแนวโน้มถูกมองว่าล้าสมัย โดยเฉพาะในสาขาที่ AI ได้กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการทำงานแล้ว</li>
</ul>



<p><strong>สรุป</strong> มหาวิทยาลัยในยุค AI ไม่ได้มุ่งผลิตบัณฑิตที่ &#8220;แข่งขันกับ AI&#8221; แต่เน้นการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถ <strong>ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณ และมีจริยธรรม</strong> ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญสำหรับการทำงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์</p>



<p>source : news.osu</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/">มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ AI</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2026 08:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครู]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2114</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทนำ: เมื่อ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/">วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="2116" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1.png" alt="" class="wp-image-2116" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>บทนำ: เมื่อ AI </strong><strong>ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน</strong></p>



<p>หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังมองว่า <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)</strong> เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในห้องทดลองหรือเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี <strong>ค.ศ. 2022</strong> เป็นต้นมา โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวของ <strong>Generative AI</strong> เช่น ChatGPT โลกของการอุดมศึกษาได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>มหาวิทยาลัยทั่วเอเชียเริ่มนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกภารกิจ ตั้งแต่การเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ ไปจนถึงการวางแผนเชิงนโยบายระดับสถาบัน สิ่งที่เคยเป็นเพียง &#8220;เครื่องมือช่วยงาน&#8221; ได้พัฒนาเป็น &#8220;โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล&#8221; ที่ส่งผลต่อวิธีคิด วิธีเรียน วิธีทำวิจัย และการเตรียมกำลังคนสำหรับตลาดแรงงานแห่งอนาคต</p>



<p>การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็วอย่างยิ่ง หลายมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวจากการทดลองใช้ AI ในวงจำกัด ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน นักศึกษาและอาจารย์ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ มีจริยธรรม และสามารถสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง</p>



<p>บทความนี้นำเสนอภาพรวมของแนวโน้มการวิจัยและการประยุกต์ใช้ AI ในการอุดมศึกษาของเอเชียระหว่างปี ค.ศ. 2020–2026 พร้อมทั้งวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างประเทศ โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบที่นักศึกษามหาวิทยาลัยควรตระหนัก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>1. </strong><strong>จากโครงการทดลองสู่ยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย</strong></p>



<p>ในช่วงปี <strong>ค.ศ. 2020</strong><strong>–2022</strong> การใช้ AI ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะของ <strong>โครงการนำร่อง (Pilot Projects)</strong> หรือการทดลองใช้งานในบางคณะและบางสาขาวิชา เช่น การใช้ Chatbot ตอบคำถามนักศึกษา ระบบตรวจข้อสอบอัตโนมัติ หรือระบบแนะนำรายวิชาที่เหมาะสมกับผู้เรียน</p>



<p>แม้โครงการเหล่านี้จะแสดงให้เห็นศักยภาพของ AI แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในระดับองค์กร เนื่องจากหลายมหาวิทยาลัยยังขาดงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และนโยบายที่ชัดเจน</p>



<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน <strong>ค.ศ. 2022</strong> เมื่อ ChatGPT เปิดให้ประชาชนใช้งาน เครื่องมือ Generative AI สามารถสร้างข้อความ สรุปบทความ วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโปรแกรม และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มหาวิทยาลัยทั่วโลกต้องเร่งทบทวนแนวทางการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล</p>



<p>ภายในปี <strong>ค.ศ. 2025</strong> มีโครงการ AI อย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัยเอเชียเกือบ <strong>1,000 </strong><strong>โครงการ</strong> สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย การบริหาร และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. Generative AI: </strong><strong>จุดเปลี่ยนของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</strong></p>



<p>การถือกำเนิดของ <strong>Generative AI (GenAI)</strong> ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดของวงการอุดมศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่จากข้อมูลเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ สรุปเอกสาร แปลภาษา วิเคราะห์ข้อมูล หรือสร้างภาพและโค้ดคอมพิวเตอร์</p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มบูรณาการเครื่องมือ เช่น ChatGPT, Google Gemini และ Microsoft Copilot เข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้เพื่อ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อธิบายแนวคิดที่ซับซ้อน</li>



<li>ช่วยวางแผนการเรียน</li>



<li>สนับสนุนการค้นคว้าวรรณกรรม</li>



<li>ช่วยตรวจสอบโค้ดคอมพิวเตอร์</li>



<li>ช่วยร่างบทความวิชาการ</li>



<li>ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำโครงงาน</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา AI เปรียบเสมือน &#8220;ผู้ช่วยการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง&#8221; ที่สามารถตอบคำถาม อธิบายเนื้อหา และช่วยแก้ปัญหาได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนจำเป็นต้องพัฒนาทักษะในการตั้งคำถาม (Prompting Skills) การประเมินความถูกต้องของข้อมูล และการตรวจสอบอคติของ AI เพราะคำตอบที่ AI สร้างขึ้นไม่ได้ถูกต้องเสมอไป</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>การเรียนการสอนยุคใหม่: จากการสอนแบบเดียวกันสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล</strong></p>



<p>หนึ่งในประโยชน์สำคัญของ AI คือ <strong>Personalized Learning</strong> หรือการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน</p>



<p>ในอดีต อาจารย์ต้องใช้รูปแบบการสอนเดียวกันสำหรับนักศึกษาทั้งชั้นเรียน แม้ว่านักศึกษาแต่ละคนจะมีพื้นฐาน ความเร็วในการเรียนรู้ และความสนใจแตกต่างกัน</p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนของนักศึกษา เช่น คะแนนสอบ ระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนออนไลน์ จำนวนครั้งที่เข้าใช้งานระบบ และรูปแบบการตอบคำถาม เพื่อนำมาปรับเนื้อหา ระดับความยาก และกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถตรวจจับนักศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อการเรียนไม่สำเร็จผ่านเทคนิค <strong>Predictive Analytics</strong> ทำให้อาจารย์สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ก่อนที่จะเกิดปัญหารุนแรง เช่น ผลการเรียนตก การขาดเรียน หรือการลาออกกลางคัน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่งานวิจัยพบว่าการใช้งานจริงยังแตกต่างกันมากระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจัยด้านความพร้อมของอาจารย์ ทักษะดิจิทัลของบุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. AI </strong><strong>กับการปฏิวัติงานวิจัย</strong></p>



<p>AI ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะห้องเรียน แต่ยังเปลี่ยนวิธีการทำวิจัยของนักวิชาการอย่างสิ้นเชิง</p>



<p>ในอดีต นักวิจัยอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นหาและอ่านบทความหลายร้อยเรื่อง แต่ปัจจุบัน AI สามารถช่วยสรุปวรรณกรรม วิเคราะห์แนวโน้มของงานวิจัย และค้นหาช่องว่างขององค์ความรู้ได้ภายในเวลาอันสั้น</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สร้างแบบจำลองทางสถิติ วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ จำแนกข้อมูลดาวเทียม และช่วยเขียนโค้ดสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ศักยภาพดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) ระบบคลาวด์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง</p>



<p>สิงคโปร์และฮ่องกงถือเป็นผู้นำในด้านนี้ ขณะที่มหาวิทยาลัยจำนวนมากในประเทศกำลังพัฒนายังคงเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล: ความท้าทายที่เอเชียยังต้องเผชิญ</strong></p>



<p>แม้หลายประเทศจะลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนายังไม่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ประเทศที่มีรายได้สูง เช่น สิงคโปร์และฮ่องกง มีโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และนโยบายที่พร้อมต่อการประยุกต์ใช้ AI ในทุกมิติ</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเผชิญปัญหา เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่ครอบคลุม</li>



<li>ความพร้อมของอาจารย์แตกต่างกัน</li>



<li>งบประมาณด้านเทคโนโลยีมีจำกัด</li>



<li>นักศึกษาในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ยาก</li>
</ul>



<p>ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวอาจส่งผลให้โอกาสทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยขยายตัวมากขึ้น หากไม่มีการลงทุนและนโยบายที่ช่วยลดช่องว่างด้านดิจิทัล</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นักศึกษามหาวิทยาลัยควรเตรียมตัวอย่างไร</strong></p>



<p>ในยุคที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียนรู้ นักศึกษาไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับ AI แต่ควรเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ทักษะสำคัญที่ควรพัฒนา ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความรู้ด้าน AI (AI Literacy)</li>



<li>การตั้งคำถามกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ (Prompt Engineering)</li>



<li>การคิดวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล</li>



<li>จริยธรรมในการใช้ AI</li>



<li>การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล</li>



<li>การอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างถูกต้อง</li>



<li>การใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนรู้</li>
</ul>



<p>นักศึกษาที่สามารถใช้ AI เป็น &#8220;ผู้ช่วย&#8221; มากกว่า &#8220;ผู้แทน&#8221; จะมีความได้เปรียบทั้งในการเรียน การวิจัย และการทำงานในอนาคต</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>ในช่วงปี ค.ศ. 2020–2026 การพัฒนา AI ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของการอุดมศึกษาในเอเชียอย่างลึกซึ้ง จากเดิมที่ AI เป็นเพียงเทคโนโลยีเฉพาะทาง กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริหารมหาวิทยาลัย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการใช้ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ</p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย AI จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่ช่วยทำงานให้เร็วขึ้น หากแต่เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ วิธีคิด วิธีวิจัย และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 ผู้ที่เข้าใจ AI ใช้อย่างมีวิจารณญาณ และสามารถผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เข้ากับศักยภาพของ AI ได้ จะเป็นผู้ที่พร้อมรับมือกับโลกการทำงานและสังคมแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคง</p>



<p> source: timeshighereducation</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/">วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Why Adaptability Will Be the Most Important Skill in 2030</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jul 2026 11:18:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Infographics]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2108</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะการปรับตัว (Adaptability): เหตุใดจึงเป็นทักษะที่สำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/">Why Adaptability Will Be the Most Important Skill in 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2109" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>ทักษะการปรับตัว (Adaptability): </strong><strong>เหตุใดจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในปี ค.ศ. 2030</strong></p>



<p><strong>บทนำ</strong></p>



<p>ในปี ค.ศ. 2030 <strong>ทักษะการปรับตัว (Adaptability)</strong> มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับการใช้ชีวิต การศึกษา และการทำงาน เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ระบบอัตโนมัติ (Automation) การแข่งขันระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม</p>



<p>ในอดีต การมีความรู้เฉพาะทางเพียงอย่างเดียวอาจเพียงพอสำหรับการประกอบอาชีพ แต่ในอนาคต <strong>ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และนำความรู้เดิมมาประยุกต์ใช้ในบริบทใหม่</strong> จะมีความสำคัญมากกว่าการจดจำความรู้เพียงอย่างเดียว</p>



<p>งานวิจัยของ <strong>OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development)</strong> และ <strong>Nesta</strong> ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร ชี้ให้เห็นตรงกันว่า ความสามารถในการปรับตัวช่วยให้บุคคลสามารถเรียนรู้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ (OECD, 2023; Nesta, 2017)</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ความหมายของ Adaptability</strong></p>



<p>OECD ให้ความหมายของ <strong>Adaptability</strong> ว่า</p>



<p>&#8220;ความสามารถในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีคิด และการตัดสินใจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหรือมีความไม่แน่นอน โดยอาศัยประสบการณ์เดิมร่วมกับข้อมูลหรือความรู้ใหม่&#8221;</p>



<p>กล่าวอีกนัยหนึ่ง Adaptability ไม่ใช่เพียงการ &#8220;ยอมรับการเปลี่ยนแปลง&#8221; แต่หมายถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเรียนรู้จากประสบการณ์</li>



<li>การเปิดรับข้อมูลใหม่</li>



<li>การเปลี่ยนวิธีคิดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน</li>



<li>การตัดสินใจอย่างยืดหยุ่น</li>



<li>การแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>เหตุใด Adaptability </strong><strong>จึงมีความสำคัญในปี 2030</strong></p>



<p><strong>1. AI </strong><strong>และระบบอัตโนมัติจะเปลี่ยนรูปแบบงาน</strong></p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายด้าน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิเคราะห์ข้อมูล</li>



<li>เขียนรายงาน</li>



<li>แปลภาษา</li>



<li>เขียนโปรแกรม</li>



<li>สร้างภาพและวิดีโอ</li>



<li>ตอบคำถามลูกค้า</li>
</ul>



<p>World Economic Forum (2025) คาดการณ์ว่า หลายอาชีพจะถูกปรับเปลี่ยนจาก AI ไม่ใช่เพราะงานทั้งหมดหายไป แต่เพราะ <strong>ลักษณะงาน (Job Tasks)</strong> เปลี่ยนแปลง</p>



<p>ดังนั้น คนทำงานจำเป็นต้อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เรียนรู้เครื่องมือใหม่</li>



<li>ทำงานร่วมกับ AI</li>



<li>เปลี่ยนบทบาทตามความต้องการขององค์กร</li>
</ul>



<p>ผู้ที่ปรับตัวได้เร็วจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ดีกว่าผู้ที่ยึดติดกับวิธีการเดิม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>ความรู้เฉพาะทางมีอายุสั้นลง</strong></p>



<p>ในอดีต ความรู้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยสามารถใช้ทำงานได้หลายสิบปี</p>



<p>แต่ในปัจจุบัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกปี</li>



<li>ซอฟต์แวร์อัปเดตตลอดเวลา</li>



<li>เครื่องมือ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว</li>



<li>หลายอาชีพเกิดใหม่</li>
</ul>



<p>ดังนั้น นักศึกษาไม่สามารถเรียนเพียงครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิตได้อีกต่อไป</p>



<p>OECD ระบุว่า</p>



<p>&#8220;ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)&#8221;</p>



<p>และ Adaptability คือทักษะที่ทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตเกิดขึ้นได้จริง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>โลกการทำงานมีความไม่แน่นอนมากขึ้น</strong></p>



<p>Nesta ศึกษาแนวโน้มแรงงานปี 2030 พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บางอาชีพจะเติบโต</li>



<li>บางอาชีพจะหายไป</li>



<li>หลายอาชีพจะเปลี่ยนรูปแบบ</li>
</ul>



<p>แรงงานจึงต้องสามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปลี่ยนสายงาน</li>



<li>เรียนรู้ทักษะใหม่</li>



<li>ใช้เครื่องมือใหม่</li>



<li>ทำงานข้ามสาขาวิชา</li>
</ul>



<p>ตัวอย่าง</p>



<p>นักบัญชีอาจต้องเรียนรู้ AI</p>



<p>วิศวกรอาจต้องใช้ Data Analytics</p>



<p>ครูต้องใช้ AI ในการออกแบบการเรียนรู้</p>



<p>แพทย์ต้องใช้ระบบ AI ช่วยวินิจฉัยโรค</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>งานวิจัยสนับสนุน</strong></p>



<p>OECD ระบุว่า Adaptability มีความสัมพันธ์กับคุณลักษณะสำคัญหลายประการ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity)</li>



<li>การเปิดรับความคิดเห็นใหม่ (Open-mindedness)</li>



<li>ความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience)</li>



<li>การยอมรับความไม่แน่นอน (Tolerance for Ambiguity)</li>



<li>ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</li>



<li>การแก้ปัญหา (Problem Solving)</li>
</ul>



<p>กล่าวคือ Adaptability ไม่ใช่ทักษะเดี่ยว แต่เป็น &#8220;ทักษะเหนือทักษะ&#8221; (Meta-skill) ที่ช่วยเสริมสร้างและเชื่อมโยงทักษะอื่น ๆ ให้สามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>Adaptability </strong><strong>กับการศึกษา</strong></p>



<p>สำหรับนักศึกษา Adaptability หมายถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเรียนรู้ด้วยตนเอง</li>



<li>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร</li>



<li>การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเรียน</li>



<li>การทำงานร่วมกับเพื่อนที่มีความแตกต่าง</li>



<li>การคิดวิเคราะห์ในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบตายตัว</li>
</ul>



<p>OECD แนะนำให้สถาบันการศึกษาพัฒนาทักษะนี้ผ่านกิจกรรม เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Problem-Based Learning (PBL)</li>



<li>Project-Based Learning</li>



<li>Simulation</li>



<li>Game-based Learning</li>



<li>Case Study</li>
</ul>



<p>กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาเผชิญปัญหาที่ใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริง และฝึกการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>Adaptability </strong><strong>กับการทำงาน</strong></p>



<p>ในตลาดแรงงานปี 2030 นายจ้างไม่ได้มองเพียงว่า</p>



<p>&#8220;คุณรู้อะไร&#8221;</p>



<p>แต่ยังถามว่า</p>



<p>&#8220;คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วแค่ไหน&#8221;</p>



<p>คนที่มี Adaptability สามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปลี่ยนตำแหน่งงานได้</li>



<li>เปลี่ยนอุตสาหกรรมได้</li>



<li>ใช้เทคโนโลยีใหม่ได้</li>



<li>ทำงานร่วมกับ AI ได้</li>



<li>เรียนรู้ทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง</li>
</ul>



<p>จึงมีแนวโน้มได้รับโอกาสในการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพมากกว่า</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>เหตุใด Adaptability </strong><strong>จึงสำคัญกว่าทักษะอื่น</strong></p>



<p>ความรู้ทางเทคนิค (Technical Skills)</p>



<p>เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเขียนโปรแกรม</li>



<li>การใช้โปรแกรม Microsoft Excel</li>



<li>การออกแบบกราฟิก</li>



<li>การใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง</li>
</ul>



<p>สามารถล้าสมัยได้เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน</p>



<p>แต่ Adaptability ไม่ล้าสมัย เพราะเป็นทักษะที่ช่วยให้บุคคลสามารถเรียนรู้และอัปเดตความรู้ใหม่ได้ตลอดเวลา</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการจำนวนมากจึงจัดให้ Adaptability เป็น <strong>Meta-skill</strong> หรือ &#8220;ทักษะเหนือทักษะ&#8221; เนื่องจากเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ตัวอย่างในบริบทประเทศไทย</strong></p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยไทย ทักษะการปรับตัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และนโยบาย <strong>Thailand 4.0</strong> ซึ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้หลายอาชีพต้องใช้ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำงานแบบสหวิชาชีพ (Interdisciplinary Work) มากขึ้น ดังนั้น บัณฑิตไทยจึงควรพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานทั้งในประเทศและระดับนานาชาติได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>กล่าวโดยสรุป <strong>Adaptability</strong> เป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับปี ค.ศ. 2030 เพราะช่วยให้บุคคลสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งใหม่ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน งานวิจัยของ OECD และ Nesta สนับสนุนว่า ความสำเร็จในอนาคตจะขึ้นอยู่กับ <strong>การคิดอย่างยืดหยุ่น (Flexible Thinking)</strong> <strong>การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</strong> และ <strong>ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</strong></p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย การพัฒนาทักษะการปรับตัวจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างศักยภาพในการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเป็นพลเมืองที่สามารถรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างยั่งยืน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p>Source : <strong>เอกสารอ้างอิง (รูปแบบ APA 7th Edition)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Nesta. (2017). <em>The Future of Skills: Employment in 2030</em>. <a href="https://media.nesta.org.uk/documents/the_future_of_skills_employment_in_2030_0.pdf">https://media.nesta.org.uk/documents/the_future_of_skills_employment_in_2030_0.pdf</a></li>



<li>OECD. (2023). <em>OECD Learning Compass 2030: Adaptability</em>. <a href="https://www.oecd.org/education/2030-project/">https://www.oecd.org/education/2030-project/</a></li>



<li>World Economic Forum. (2025). <em>The Future of Jobs Report 2025</em>. <a href="https://www.weforum.org/reports/the-future-of-jobs-report-2025/">https://www.weforum.org/reports/the-future-of-jobs-report-2025/</a></li>
</ul>



<p><strong>หมายเหตุสำหรับนักศึกษา:</strong> เมื่ออ้างอิงในเนื้อหา (in-text citation) สามารถใช้รูปแบบ เช่น <em>(OECD, 2023)</em>, <em>(Nesta, 2017)</em> และ <em>(World Economic Forum, 2025)</em> ตามมาตรฐาน APA 7th Edition.</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/">Why Adaptability Will Be the Most Important Skill in 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Will AI Make University Degrees Less Valuable by 2030</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2026 13:38:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2104</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้ปริญญามหาวิทยาลัยมีคุณค่าน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/">Will AI Make University Degrees Less Valuable by 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2105" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI) </strong><strong>จะทำให้ปริญญามหาวิทยาลัยมีคุณค่าน้อยลงภายในปี ค.ศ. 2030 </strong><strong>หรือไม่</strong></p>



<p>ภายในปี ค.ศ. 2030 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มีแนวโน้มที่จะทำให้ <strong>ปริญญาบางสาขามีคุณค่าลดลง</strong> แต่ไม่น่าจะทำให้ <strong>ปริญญามหาวิทยาลัยโดยรวมหมดความสำคัญ</strong> สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงคือ นายจ้างจะให้ความสำคัญกับ <strong>ทักษะ ความสามารถ และหลักฐานที่แสดงว่าผู้สำเร็จการศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้จริง</strong> มากกว่าการพิจารณาเพียงวุฒิการศึกษา โดยเฉพาะในอาชีพที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมาก</p>



<p><strong>การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น</strong></p>



<p>ปัจจุบัน ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนไปสู่การจ้างงานที่ให้ความสำคัญกับ <strong>ทักษะ (Skills-based Hiring)</strong> มากขึ้น โดยเฉพาะในตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบจาก AI รายงาน <strong>PwC Global AI Jobs Barometer 2025</strong> ระบุว่า ในช่วงปี ค.ศ. 2019–2024 สัดส่วนของประกาศรับสมัครงานที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีวุฒิปริญญา ลดลงจาก <strong>43% </strong><strong>เหลือ 38%</strong> สำหรับตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะเดียวกัน ทักษะที่นายจ้างต้องการในงานกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าอาชีพอื่นถึง <strong>66%</strong> ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า นายจ้างกำลังให้ความสำคัญกับ <strong>สิ่งที่ผู้สมัครสามารถทำได้ในปัจจุบัน</strong> มากกว่าสิ่งที่เคยเรียนมาเมื่อหลายปีก่อน</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้บุคคลสามารถเรียนรู้ความรู้เฉพาะทางได้รวดเร็วและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นแหล่งความรู้เพียงแห่งเดียวเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังปรับตัวด้วยการนำ AI มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) และการสนับสนุนนักศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล</p>



<p><strong>เหตุใดปริญญาจึงยังคงมีความสำคัญ</strong></p>



<p>แม้ AI จะสามารถช่วยในการเรียนรู้และทำงานได้มากขึ้น แต่ <strong>ปริญญามหาวิทยาลัยยังคงมีคุณค่าในหลายมิติ</strong> เพราะปริญญาไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานว่าผู้เรียนได้รับความรู้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความสามารถในการทำงานระยะยาวภายใต้มาตรฐานทางวิชาการที่องค์กรต่าง ๆ ให้การยอมรับ</p>



<p>ผลการศึกษาของ PwC ยังชี้ให้เห็นว่า แม้งานหลายประเภทจะได้รับการเสริมด้วย AI หรือมีระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย แต่ตำแหน่งงานส่วนใหญ่ยังคงต้องการผู้สมัครที่มีวุฒิปริญญา นั่นหมายความว่า การศึกษาระดับอุดมศึกษายังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการประกอบอาชีพจำนวนมาก</p>



<p>โดยเฉพาะวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับ <strong>กฎหมาย จริยธรรม การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และความเชื่อมั่นของสังคม</strong> เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ การศึกษา และงานภาครัฐ สาขาเหล่านี้ไม่น่าจะลดความสำคัญของปริญญาในระยะเวลาอันใกล้ เพราะสังคมต้องการบุคลากรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงผู้ที่สามารถใช้ AI ทำงานได้รวดเร็ว</p>



<p>ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่คำถามว่า <strong>&#8220;</strong><strong>ปริญญาจะยังจำเป็นหรือไม่&#8221;</strong> แต่เป็นคำถามว่า <strong>&#8220;</strong><strong>ปริญญาสาขาใดจะยังคงมีคุณค่าในตลาดแรงงาน&#8221;</strong></p>



<p><strong>ปริญญาที่มีความเสี่ยงมากที่สุด</strong></p>



<p>ปริญญาที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ หลักสูตรที่เน้นการท่องจำ ถ่ายทอดความรู้แบบเดิม หรือวัดผลด้วยงานที่ AI สามารถสร้างหรือช่วยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากหลักสูตรขาดการฝึกปฏิบัติ ขาดประสบการณ์จริง หรือไม่เชื่อมโยงกับความต้องการของอุตสาหกรรม นายจ้างอาจให้ความสำคัญกับ <strong>แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)</strong> การฝึกงาน ใบรับรองวิชาชีพ (Professional Certifications) และประสบการณ์จากโครงการจริง มากกว่าวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว</p>



<p>แม้แต่ปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำก็อาจเผชิญแรงกดดัน หาก AI ทำให้การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพสูงเป็นเรื่องง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำจะสูญเสียคุณค่า แต่ข้อได้เปรียบของมหาวิทยาลัยเหล่านี้อาจเปลี่ยนจาก <strong>ความพิเศษในการเข้าศึกษา</strong> ไปสู่ <strong>คุณภาพของบัณฑิต เครือข่ายศิษย์เก่า ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และชื่อเสียงของสถาบัน</strong></p>



<p><strong>ปริญญาแบบใดที่จะยังคงมีคุณค่า</strong></p>



<p>ปริญญาที่มีความยืดหยุ่นและมีคุณค่าในอนาคต คือ หลักสูตรที่ผสมผสาน <strong>ความรู้เชิงลึกในสาขาวิชา</strong> เข้ากับ <strong>ทักษะของมนุษย์</strong> และ <strong>ความสามารถในการใช้ AI </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>



<p>สาขาวิชาที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การตัดสินใจเชิงจริยธรรม การสื่อสาร ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง จะยังคงเป็นที่ต้องการ เนื่องจากทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์</p>



<p>นอกจากนี้ ปริญญาจะมีคุณค่ามากขึ้น หากหลักสูตรมีความเชื่อมโยงกับประสบการณ์การทำงานจริง ผ่านการฝึกงาน ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย หรือโครงการที่สามารถแสดงผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นายจ้างในอนาคตกำลังมองหาผู้สำเร็จการศึกษาที่สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ผลลัพธ์ และตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>



<p>กล่าวอีกนัยหนึ่ง <strong>ปริญญาจะมีคุณค่าเมื่อเป็นหลักฐานของ &#8220;ความสามารถ&#8221; (Capability) </strong><strong>มากกว่าการเป็นเพียง &#8220;ใบรับรอง&#8221; (Certificate)</strong></p>



<p><strong>แนวโน้มภายในปี ค.ศ. 2030</strong></p>



<p>ภายในปี ค.ศ. 2030 ปริญญามหาวิทยาลัยอาจมีคุณค่า <strong>ลดลงในฐานะเครื่องยืนยันความสามารถเพียงอย่างเดียว</strong> แต่จะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>ชุดทักษะ (Skills Profile)</strong> ที่ครอบคลุมมากขึ้น</p>



<p>นักศึกษาที่เรียนควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้าน AI การฝึกงาน การทำวิจัย การสร้างโครงการจริง การแข่งขันทางวิชาการ และการฝึกแก้ปัญหาในสถานการณ์การทำงาน จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดแรงงานมากกว่าผู้ที่มีเพียงวุฒิปริญญาแต่ขาดประสบการณ์และทักษะที่จำเป็น</p>



<p>ในทางกลับกัน ผู้ที่พึ่งพาปริญญาเพียงอย่างเดียวอาจพบว่า วุฒิการศึกษาไม่สามารถรับประกันโอกาสในการทำงานได้เหมือนในอดีต เนื่องจากตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และนายจ้างสามารถประเมินทักษะของผู้สมัครได้จากผลงานจริงมากขึ้น</p>



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>การคาดการณ์ที่มีเหตุผลที่สุด คือ AI จะ <strong>ไม่ทำให้ปริญญามหาวิทยาลัยหมดคุณค่า</strong> แต่จะทำให้ <strong>คุณค่าของปริญญาแต่ละประเภทแตกต่างกันมากขึ้น</strong> AI จะลดคุณค่าของวุฒิการศึกษาบางสาขา เพิ่มความสำคัญของทักษะเชิงปฏิบัติ และผลักดันให้มหาวิทยาลัยต้องพิสูจน์บทบาทและความเกี่ยวข้องกับโลกการทำงานอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<p>ดังนั้น ภายในปี ค.ศ. 2030 ปริญญามหาวิทยาลัยจะยังคงมีความสำคัญ แต่ปริญญาที่มีคุณค่ามากที่สุดจะเป็นปริญญาที่สะท้อนให้เห็นถึง <strong>ความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้ตลอดชีวิต การใช้ AI </strong><strong>อย่างเหมาะสม และการประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง</strong> มากกว่าการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเพียงอย่างเดียว</p>



<p>Source: CNBC.com</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/">Will AI Make University Degrees Less Valuable by 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>National AI Policies and Their Impact on University Students</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 05:47:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2100</guid>

					<description><![CDATA[<p>นโยบาย AI ระดับชาติส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างไร?  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/">National AI Policies and Their Impact on University Students</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945.jpg" alt="" class="wp-image-2101" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945.jpg 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-300x300.jpg 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-150x150.jpg 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-768x768.jpg 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-24x24.jpg 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-48x48.jpg 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-96x96.jpg 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">A futuristic classroom setting with a diverse group of students engaged in learning about artificial intelligence. In the background, a large screen displays abstract visuals of neural networks and digital data streams, symbolizing AI technology. The students are interacting with holographic AI models, showcasing the integration of technology in education. </figcaption></figure></div>


<p><strong>นโยบาย AI </strong><strong>ระดับชาติส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างไร?</strong></p>



<p><strong>เมื่อ AI </strong><strong>ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นนโยบายที่กำหนดอนาคตการศึกษา</strong></p>



<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษา หลายประเทศทั่วโลกได้ออก “นโยบาย AI ระดับชาติ” (National AI Policies) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัย การพัฒนากำลังคน และการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ</p>



<p>แม้ว่านโยบายเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องของรัฐบาลหรือผู้กำหนดนโยบาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักศึกษามหาวิทยาลัยคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะนโยบาย AI มีอิทธิพลต่อวิธีการเรียนรู้ การประเมินผล ทักษะที่จำเป็นในอนาคต ตลอดจนโอกาสในการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา</p>



<p>ดังนั้น การทำความเข้าใจนโยบาย AI จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับโลกการทำงานและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</p>



<p><strong>1. </strong><strong>นโยบาย AI </strong><strong>ช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาทักษะของนักศึกษา</strong></p>



<p>หนึ่งในเป้าหมายหลักของนโยบาย AI ระดับชาติคือการพัฒนากำลังคนที่มีความสามารถในการใช้และพัฒนา AI รัฐบาลหลายประเทศตระหนักว่าแรงงานในอนาคตจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงได้รับแรงสนับสนุนให้ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)</li>



<li>การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)</li>



<li>จริยธรรม AI (AI Ethics)</li>



<li>ความปลอดภัยทางไซเบอร์</li>



<li>การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking)</li>



<li>AI Literacy หรือความรู้เท่าทัน AI</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา สิ่งนี้หมายความว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะความรู้ในสาขาวิชาเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคต</p>



<p>แม้นักศึกษาจะเรียนในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรง เช่น บริหารธุรกิจ การศึกษา นิเทศศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ แต่ความสามารถในการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพก็กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่นายจ้างต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. AI </strong><strong>เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย</strong></p>



<p>นโยบาย AI ของรัฐบาลมักสนับสนุนให้สถาบันการศึกษานำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน</p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถช่วยนักศึกษาได้หลายด้าน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรุปบทเรียน</li>



<li>แปลภาษา</li>



<li>ช่วยค้นคว้างานวิจัย</li>



<li>ช่วยเขียนโค้ด</li>



<li>สร้างแบบฝึกหัดเฉพาะบุคคล</li>



<li>ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานเขียน</li>
</ul>



<p>เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติ เครื่องมือเหล่านี้จึงมีโอกาสถูกนำมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น</p>



<p>ข้อดีสำคัญคือการเรียนรู้มีความเป็นรายบุคคล (Personalized Learning) มากขึ้น นักศึกษาสามารถเรียนตามจังหวะของตนเอง และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับระดับความรู้ของตน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการใช้งาน AI อย่างมีวิจารณญาณ เพราะ AI ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป บางครั้งอาจสร้างข้อมูลที่ผิดพลาดหรือมีอคติได้</p>



<p>ดังนั้น นโยบาย AI ที่ดีจึงไม่ควรสอนเพียง “วิธีใช้ AI” แต่ต้องสอน “วิธีคิดเกี่ยวกับ AI” ด้วย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. AI Literacy </strong><strong>ทักษะสำคัญของนักศึกษาในยุคใหม่</strong></p>



<p>ในอดีต ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ถือเป็นทักษะสำคัญ แต่ในปัจจุบัน ความรู้เท่าทัน AI หรือ AI Literacy กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นไม่แพ้กัน</p>



<p>AI Literacy ไม่ได้หมายถึงการเขียนโปรแกรม AI เท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถในการ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เข้าใจข้อจำกัดของ AI</li>



<li>ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล</li>



<li>รู้จักอคติของอัลกอริทึม</li>



<li>ประเมินความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์</li>



<li>ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม</li>
</ul>



<p>นักศึกษาที่มี AI Literacy สูงจะสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม หากพึ่งพา AI มากเกินไปโดยไม่เข้าใจข้อจำกัด อาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาในระยะยาว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>นโยบาย AI </strong><strong>กับความเท่าเทียมทางการศึกษา</strong></p>



<p>แม้ AI จะมีศักยภาพในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่หากออกแบบนโยบายไม่ดี ก็อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน</p>



<p>นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือมีทรัพยากรพร้อม มักเข้าถึงเครื่องมือ AI คุณภาพสูง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการสนับสนุนจากอาจารย์ได้ง่ายกว่า</p>



<p>ในขณะที่นักศึกษาจากพื้นที่ห่างไกลหรือสถาบันที่มีทรัพยากรจำกัด อาจเผชิญกับอุปสรรค เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขาดอุปกรณ์ดิจิทัล</li>



<li>อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร</li>



<li>ขาดการฝึกอบรม</li>



<li>ขาดโอกาสเข้าถึงเครื่องมือ AI</li>
</ul>



<p>ดังนั้น นโยบาย AI ระดับชาติจึงควรมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสนับสนุนเครื่องมือแบบเปิด (Open Access) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียมกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. AI </strong><strong>กับความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</strong></p>



<p>หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในมหาวิทยาลัยทั่วโลกคือเรื่อง “ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ” (Academic Integrity)</p>



<p>ปัจจุบันนักศึกษาจำนวนมากใช้ AI ในการ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรุปเนื้อหา</li>



<li>ค้นคว้าข้อมูล</li>



<li>ระดมความคิด</li>



<li>ช่วยเขียนรายงาน</li>
</ul>



<p>คำถามสำคัญคือ การใช้ AI มากน้อยเพียงใดจึงถือว่าเหมาะสม?</p>



<p>นโยบาย AI ของทั้งรัฐบาลและมหาวิทยาลัยกำลังพยายามหาคำตอบสำหรับคำถามนี้</p>



<p>งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การเน้นตรวจจับหรือการลงโทษเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน</p>



<p>แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ</li>



<li>การกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน</li>



<li>การเปิดเผยการใช้ AI อย่างโปร่งใส</li>



<li>การออกแบบการประเมินผลรูปแบบใหม่</li>
</ul>



<p>ตัวอย่างเช่น อาจารย์อาจเน้นการสอบปากเปล่า การสะท้อนความคิด (Reflection) หรือการทำโครงงานที่แสดงกระบวนการคิดมากกว่าผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นโยบาย AI </strong><strong>กับอนาคตการทำงานของนักศึกษา</strong></p>



<p>ตลาดแรงงานในอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของ AI</p>



<p>งานบางประเภทอาจถูกทำงานอัตโนมัติมากขึ้น ขณะที่งานใหม่ ๆ เกี่ยวกับข้อมูล AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>นโยบาย AI ของหลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling)</li>



<li>การเพิ่มทักษะเดิม (Upskilling)</li>



<li>การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา นี่หมายความว่าการเรียนเพื่อรับปริญญาเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป</p>



<p>ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอนาคตจะต้องสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตการทำงาน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>7. </strong><strong>บทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทยและอาเซียน</strong></p>



<p>ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศต่าง ๆ มีระดับความพร้อมด้าน AI แตกต่างกัน บางประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ขณะที่บางประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น</p>



<p>ดังนั้น นโยบาย AI ที่มีประสิทธิภาพควรเชื่อมโยงกับการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างใกล้ชิด</p>



<p>มหาวิทยาลัยควรได้รับการสนับสนุนให้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พัฒนาหลักสูตร AI Literacy</li>



<li>ส่งเสริมการวิจัยด้าน AI</li>



<li>สร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม</li>



<li>พัฒนาทักษะดิจิทัลของนักศึกษา</li>



<li>ส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม</li>
</ul>



<p>หากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาค</p>



<p><strong>สรุป</strong></p>



<p>นโยบาย AI ระดับชาติส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนโยบายเหล่านี้กำหนดทั้งวิธีการเรียนรู้ การประเมินผล การเข้าถึงเทคโนโลยี และการเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต</p>



<p>นักศึกษายุคใหม่จึงไม่ควรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่ควรมองว่าเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้และใช้อย่างมีวิจารณญาณ ผู้ที่สามารถผสมผสานความรู้เฉพาะทางเข้ากับ AI Literacy ความคิดเชิงวิพากษ์ จริยธรรม และความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะเป็นผู้ที่พร้อมที่สุดสำหรับโลกการทำงานในยุค AI</p>



<p>source : iesalc</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/">National AI Policies and Their Impact on University Students</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเรียนรู้ของมนุษย์ยังมีคุณค่าอย่างไรในอนาคตที่ AI ครองโลก</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2026 16:10:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[kid]]></category>
		<category><![CDATA[parents]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2096</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/">การเรียนรู้ของมนุษย์ยังมีคุณค่าอย่างไรในอนาคตที่ AI ครองโลก</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2097" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่การศึกษา การทำงาน ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “เมื่อ AI สามารถตอบคำถาม เขียนบทความ แปลภาษา และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มนุษย์ยังจำเป็นต้องเรียนรู้อีกหรือไม่?”</p>



<p>คำตอบคือ “จำเป็นอย่างยิ่ง” เพราะการเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างคำตอบ แต่เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิด ตัดสินใจ เข้าใจผู้อื่น และดำเนินชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ทำไมการเรียนรู้ของมนุษย์จึงยังสำคัญ</a></h2>



<p>แม้ AI จะสามารถสรุปข้อมูล เขียนรายงาน แปลภาษา หรือแก้ปัญหางานที่เป็นกิจวัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มนุษย์ยังคงต้องเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรคือข้อมูลที่ถูกต้อง มีประโยชน์ และเหมาะสมต่อการนำไปใช้</p>



<p>ความกังวลสำคัญในวงการศึกษาปัจจุบันคือ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้นักศึกษาลดการใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ หากปล่อยให้ AI ทำหน้าที่แทนในส่วนที่เป็นกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมด นักศึกษาอาจได้รับคำตอบที่รวดเร็ว แต่ไม่ได้พัฒนาความสามารถในการตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือประเมินคุณภาพของคำตอบนั้น</p>



<p>แท้จริงแล้ว การเรียนรู้ไม่ได้หมายถึงการได้คำตอบที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล ตั้งคำถามอย่างลึกซึ้ง และพัฒนาความเข้าใจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>การเรียนรู้ช่วยสร้างความหมายและคุณค่าของชีวิต</a></h2>



<p>การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดขึ้นผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ทั้งการลองผิดลองถูก การสะท้อนความคิด (reflection) การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำงานร่วมกับผู้อื่น</p>



<p>หลายครั้ง ความรู้ที่มีคุณค่าที่สุดไม่ได้เกิดจากการอ่านคำตอบสำเร็จรูป แต่เกิดจากการต่อสู้กับปัญหา การวิเคราะห์มุมมองที่แตกต่าง และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p>



<p>องค์กรด้านการศึกษาระดับโลกอย่าง UNESCO ได้เน้นย้ำว่า การนำ AI มาใช้ในการศึกษาควรให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Education) โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความยุติธรรม และการมีส่วนร่วมของทุกคน มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพหรือความรวดเร็วของเทคโนโลยี</p>



<p>นั่นหมายความว่า การศึกษาที่ดีไม่เพียงสอนให้นักศึกษารู้ข้อมูล แต่ยังช่วยให้พวกเขาเข้าใจผลกระทบของการกระทำ เข้าใจผู้อื่น และสามารถตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมในโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>สิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์</a></h2>



<p>AI มีความสามารถโดดเด่นในการวิเคราะห์รูปแบบข้อมูลจำนวนมหาศาลและสร้างข้อความที่คล้ายกับมนุษย์ แต่ AI ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิต ความรู้สึก ความรับผิดชอบ หรือความเข้าใจบริบททางสังคมในแบบเดียวกับมนุษย์</p>



<p>AI อาจสามารถอธิบายความหมายของคำว่า “ความสูญเสีย” หรือ “ความรัก” ได้ แต่ไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นจริง ๆ ได้</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ นักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้จำนวนมากจึงเสนอว่า นักศึกษาไม่ควร “มอบการคิดทั้งหมดให้ AI” แต่ควรใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ ในขณะที่ยังคงรักษากระบวนการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ไว้กับตนเอง</p>



<p>โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งการสร้างข้อโต้แย้งทางวิชาการ การวิเคราะห์เชิงลึก และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้สูญเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะเหล่านี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังคงมีความสำคัญ</a></h2>



<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้อย่างแท้จริงคือ “ความสัมพันธ์ของมนุษย์”</p>



<p>การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นจากตำราเรียนหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพูดคุยกับอาจารย์ การทำงานร่วมกับเพื่อน การได้รับคำแนะนำ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแม้กระทั่งการถกเถียงในห้องเรียน</p>



<p>ความสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยพัฒนาความมั่นใจ อัตลักษณ์ และความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่</p>



<p>AI อาจให้คำตอบได้ แต่ไม่สามารถสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจ หรือแรงบันดาลใจในรูปแบบเดียวกับมนุษย์ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ทักษะที่สำคัญมากขึ้นในยุค AI</a></h2>



<p>เมื่อ AI สามารถทำงานเชิงเทคนิคได้มากขึ้น ทักษะที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับมนุษย์กลับเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์</p>



<p>ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</li>



<li>ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</li>



<li>การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving)</li>



<li>การสื่อสาร (Communication)</li>



<li>การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)</li>



<li>การตัดสินใจเชิงจริยธรรม (Ethical Reasoning)</li>



<li>ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)</li>
</ul>



<p>ทักษะเหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น มองเห็นอคติที่อาจซ่อนอยู่ในระบบ และตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบตายตัว</p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย การเตรียมตัวสู่อนาคตจึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้วิธีใช้ AI แต่ต้องเรียนรู้วิธีประเมินข้อมูล สร้างข้อโต้แย้งที่มีเหตุผล ทำงานข้ามศาสตร์ และเข้าใจประเด็นด้านจริยธรรมของเทคโนโลยี เช่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และความเสี่ยงจากการเลือกปฏิบัติ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ตัวอย่างในชีวิตจริงของนักศึกษา</a></h2>



<p>ลองจินตนาการว่านักศึกษาคนหนึ่งกำลังเขียนรายงานเกี่ยวกับนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>



<p>AI อาจช่วยสร้างโครงร่างบทความ ค้นหาข้อมูลเบื้องต้น หรือสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ภายในไม่กี่วินาที</p>



<p>แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนนักศึกษาได้คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การประเมินว่าแหล่งข้อมูลใดน่าเชื่อถือ</li>



<li>การเลือกมุมมองหรือข้อโต้แย้งที่ต้องการนำเสนอ</li>



<li>การเชื่อมโยงข้อมูลกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนจริง</li>



<li>การพิจารณาด้านจริยธรรมและผลกระทบต่อสังคม</li>
</ul>



<p>กระบวนการเหล่านี้คือหัวใจของการเรียนรู้ เพราะเป็นการเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้กลายเป็น “ความเข้าใจ” และเปลี่ยน “ความเข้าใจ” ให้กลายเป็น “วิจารณญาณ”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>บทสรุป</a></h2>



<p>แม้ AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีบทบาทสำคัญในอนาคต แต่การเรียนรู้ของมนุษย์ยังคงมีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยพัฒนาสิ่งที่ AI ไม่มี ได้แก่ จิตสำนึก ความรับผิดชอบ การตีความ ความยืดหยุ่นทางความคิด ความเห็นอกเห็นใจ และความสามารถในการสร้างความหมายให้กับชีวิต</p>



<p>ในอนาคตที่ AI สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายของการศึกษาไม่ควรเป็นการแข่งขันกับเครื่องจักรในเรื่องความเร็ว แต่ควรเป็นการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นมนุษย์ เพื่อให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด มีจริยธรรม และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง</p>



<p>ดังนั้น นักศึกษาที่จะประสบความสำเร็จในยุค AI ไม่ใช่ผู้ที่ใช้ AI มากที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ พร้อมกับรักษาความสามารถในการคิด เรียนรู้ และตัดสินใจด้วยตนเองไว้ได้เสมอ</p>



<p>source :  harbourspace</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/">การเรียนรู้ของมนุษย์ยังมีคุณค่าอย่างไรในอนาคตที่ AI ครองโลก</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
