<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EduBright Resources</title>
	<atom:link href="https://edubrights.com/resource/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://edubrights.com/resource/</link>
	<description>EdTech Solutions</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Aug 2026 06:42:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.7</generator>

<image>
	<url>https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2018/11/cropped-edb-logo-grey-32x32.png</url>
	<title>EduBright Resources</title>
	<link>https://edubrights.com/resource/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>How are Asian universities reforming assessments to address AI use</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 06:41:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2126</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังปรับรูปแบบการประเมินผลอย่างไร เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/">How are Asian universities reforming assessments to address AI use</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-1024x683.png" alt="" class="wp-image-2127" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-1024x683.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-768x512.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026.png 1536w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังปรับรูปแบบการประเมินผลอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>เพื่อรับมือกับการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI?</strong></p>



<p>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Generative AI เช่น ChatGPT ได้เข้ามามีบทบาทอย่างรวดเร็วในชีวิตการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชีย ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องกลับมาทบทวนคำถามสำคัญว่า <strong>“</strong><strong>เราควรประเมินความรู้และความสามารถของนักศึกษาอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>ในยุคที่</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>สามารถช่วยเขียน</strong><strong> </strong><strong>วิเคราะห์</strong><strong> </strong><strong>สรุปข้อมูล</strong><strong> </strong><strong>และแก้ปัญหาได้</strong><strong>?”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเลือกวิธี “ห้ามใช้ AI ทั้งหมด” อีกต่อไป แต่กำลังปรับระบบการประเมินไปใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ <strong>การออกแบบงานประเมินรูปแบบใหม่ที่ลดการพึ่งพา</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างไม่เหมาะสม</strong><strong> (</strong><strong>AI-resistant assessment)</strong> และ <strong>การออกแบบงานที่ให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีเป้าหมายและมีความรับผิดชอบ</strong><strong> (</strong><strong>AI-integrated assessment)</strong></p>



<p>ขณะเดียวกัน หลายมหาวิทยาลัยเริ่มทดลองใช้ AI ช่วยตรวจและให้คะแนนงาน แต่ยังคงกำหนดให้มนุษย์ โดยเฉพาะอาจารย์ เป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อรักษาความถูกต้อง ความยุติธรรม และความโปร่งใสในการประเมินผล</p>



<p><strong>1. </strong><strong>การออกแบบงานประเมินรูปแบบใหม่</strong><strong></strong></p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังลดการพึ่งพาการสอบหรือการบ้านแบบเดิม เช่น เรียงความหรือรายงานที่นักศึกษาสามารถทำที่บ้านได้ทั้งหมด เพราะงานประเภทนี้อาจเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้ AI สร้างคำตอบโดยที่อาจารย์ไม่สามารถเห็นกระบวนการคิดที่แท้จริงได้</p>



<p>มหาวิทยาลัยจึงหันมาใช้การประเมินที่ให้นักศึกษา <strong>แสดงความเข้าใจด้วยตนเองแบบเรียลไทม์</strong> หรือภายใต้การควบคุมที่เหมาะสมมากขึ้น</p>



<p><strong>การสอบในชั้นเรียนและการสอบแบบมีผู้ควบคุม</strong><strong></strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น Yong Pung How School of Law ในสิงคโปร์กำลังเพิ่มการสอบแบบเปิดหนังสือบางส่วนและการสอบแบบปิดหนังสือสำหรับวิชาหลัก รวมถึงเพิ่มการทำแบบทดสอบในชั้นเรียน การตอบคำถามด้วยวาจา และการอภิปราย</p>



<p>ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ทุกวิชาหลักจะต้องมีกิจกรรมอย่างน้อยหนึ่งกิจกรรมที่เรียกว่า <strong>“AI-resistant activity”</strong> หรือกิจกรรมที่ออกแบบให้ต้องใช้การวิเคราะห์และการให้เหตุผลในระดับที่ AI ไม่สามารถทำแทนนักศึกษาได้ทั้งหมด</p>



<p>แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการเพียงรู้ว่า “คำตอบคืออะไร” แต่ต้องการรู้ว่า <strong>นักศึกษาสามารถคิดและอธิบายเหตุผลของตนเองได้หรือไม่</strong></p>



<p><strong>การสอบปากเปล่าและการแก้ปัญหาแบบสด</strong><strong></strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียมีแนวโน้มเพิ่มการสอบปากเปล่า (oral defence) การแก้ปัญหาแบบสด และการนำเสนอผลงานที่ให้นักศึกษาอธิบายกระบวนการทำงานของตนเอง</p>



<p>ตัวอย่างเช่น นักศึกษาอาจได้รับคำตอบที่สร้างโดย AI แล้วถูกขอให้ <strong>ตรวจสอบว่าคำตอบนั้นถูกต้องหรือไม่</strong><strong> </strong><strong>ระบุข้อผิดพลาด</strong><strong> </strong><strong>และอธิบายว่าจะปรับปรุงอย่างไร</strong></p>



<p>วิธีนี้เปลี่ยนจุดเน้นจาก</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาสร้างผลงานอะไร</strong><strong>?”</strong></p>



<p>ไปสู่</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาเข้าใจสิ่งที่สร้างขึ้นมากน้อยเพียงใด</strong><strong> </strong><strong>และสามารถตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้หรือไม่</strong><strong>?”</strong></p>



<p><strong>การออกแบบงานที่บูรณาการ</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ในทางกลับกัน บางมหาวิทยาลัยไม่ได้ห้าม AI แต่กำหนดให้นักศึกษาใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เช่น ให้นักศึกษาใช้ AI ช่วยสร้างร่างแรก จากนั้นต้องบันทึกและอธิบายว่าแก้ไขส่วนใด เพราะเหตุใด หรือให้นักศึกษาสร้าง AI agent และประเมินประสิทธิภาพของ AI ดังกล่าว</p>



<p>ตัวอย่างเช่น Nanyang Technological University (NTU) ในสิงคโปร์กำหนดให้ <strong>AI literacy </strong><strong>เป็นทักษะที่นักศึกษาชั้นปีที่</strong><strong> </strong><strong>1 </strong><strong>ต้องเรียนรู้</strong> และตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 นักศึกษาจะได้รับการประเมินความสามารถในการสร้างและบริหารจัดการ AI agents โดยใช้เครื่องมือระดับองค์กร</p>



<p>แนวทางดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า นักศึกษาในอนาคตไม่ควรเป็นเพียง “ผู้ใช้ AI” แต่ควรเป็น <strong>ผู้ที่เข้าใจ</strong><strong> </strong><strong>ควบคุม</strong><strong> </strong><strong>ตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>และใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ</strong></p>



<p><strong>2. </strong><strong>การกำหนดกติกาการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ในงานส่ง</strong><strong></strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงอีกด้านหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยเริ่มกำหนดให้นักศึกษาระบุอย่างชัดเจนว่า <strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>หรือไม่</strong><strong> </strong><strong>ใช้เครื่องมืออะไร</strong><strong> </strong><strong>และใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อวัตถุประสงค์ใด</strong></p>



<p><strong>การประกาศการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>นโยบายของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในเอเชียกำหนดให้นักศึกษาต้องเปิดเผยการใช้ AI ในงาน เช่น ระบุชื่อเครื่องมือ AI วัตถุประสงค์ในการใช้ และระดับการมีส่วนร่วมของ AI</p>



<p>ตัวอย่างเช่น นักศึกษาอาจระบุว่าใช้ AI เพื่อระดมความคิด ตรวจสอบไวยากรณ์ หรือช่วยสร้างโครงร่าง แต่เนื้อหาสุดท้ายได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงโดยนักศึกษาเอง</p>



<p>แนวคิดสำคัญคือ <strong>การใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ไม่ได้หมายความว่านักศึกษาทุจริตโดยอัตโนมัติ</strong> แต่สิ่งสำคัญคือ นักศึกษาต้องใช้ AI ตามกติกา เปิดเผยการใช้งาน และสามารถรับผิดชอบต่อผลงานของตนเองได้</p>



<p><strong>3. “</strong><strong>พื้นที่ห้ามใช้</strong><strong> </strong><strong>AI” </strong><strong>และ</strong><strong> </strong><strong>“</strong><strong>งานที่ต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยบางแห่งกำลังใช้แนวทางแบบสองทางควบคู่กัน</p>



<p><strong>AI-free zone</strong> คือ การประเมินที่ห้ามใช้ AI เพื่อทดสอบทักษะพื้นฐานของนักศึกษา เช่น การเขียน การคิดวิเคราะห์ การคำนวณ หรือการเขียนโปรแกรมด้วยตนเอง</p>



<p>ในขณะที่ <strong>AI-required task</strong> คือ งานที่กำหนดให้นักศึกษาใช้ AI และประเมินว่านักศึกษาสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีวิจารณญาณหรือไม่</p>



<p>แนวทางนี้มีข้อดี เพราะช่วยรักษาทักษะพื้นฐานของมนุษย์ ขณะเดียวกันก็เตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ</p>



<p><strong>4. </strong><strong>การนำ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>มาใช้ช่วยตรวจและให้คะแนน</strong><strong></strong></p>



<p>นอกจากการปรับรูปแบบข้อสอบแล้ว มหาวิทยาลัยบางแห่งในเอเชียกำลังทดลองใช้ AI ช่วยตรวจงาน โดยเฉพาะงานเขียนและข้อสอบที่มีนักศึกษาจำนวนมาก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม หลักการสำคัญคือ <strong>AI </strong><strong>ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคะแนนเพียงลำพัง</strong></p>



<p><strong>สิงคโปร์</strong><strong>: </strong><strong>AI </strong><strong>ช่วยตรวจ</strong><strong> </strong><strong>แต่คนยังเป็นผู้ตัดสินใจ</strong><strong></strong></p>



<p>สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทดลองใช้ AI ในการประเมินผลการศึกษาอย่างจริงจัง</p>



<p>มหาวิทยาลัย เช่น NUS, NTU, SUTD และ SIT อนุญาตให้อาจารย์ใช้ AI ช่วยตรวจงานที่มีผลต่อคะแนนปลายภาคได้ในบางกรณี แต่กำหนดว่า <strong>คะแนนที่</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>สร้างขึ้นต้องได้รับการตรวจสอบโดยอาจารย์</strong> และนักศึกษาต้องได้รับแจ้งเมื่อมีการใช้ AI ในการประเมิน</p>



<p>NUS มีแนวทางที่เข้มงวด โดยอนุญาตให้ใช้ AI ตรวจงานเฉพาะเครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบความแม่นยำและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีการนำไปใช้กับการประเมินเรียงความภาษาอังกฤษบางประเภท โดย AI ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจเพิ่มเติม และอาจารย์จะตรวจสอบผลลัพธ์ โดยเฉพาะกรณีที่คะแนนอยู่ในช่วงก้ำกึ่ง</p>



<p>ในทางกลับกัน SMU และ SUSS ไม่อนุญาตให้ AI เป็นผู้ให้คะแนนการประเมินแบบมีผลต่อคะแนนสุดท้าย เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรม โดย SMU อนุญาตให้ใช้ AI เพื่อให้ feedback ในงานที่มีความเสี่ยงต่ำหรือเพื่อทดลองด้านการเรียนการสอน แต่ไม่ให้ AI เป็นผู้ตัดสินคะแนนสุดท้าย</p>



<p>กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ยังเน้นว่า หากใช้ AI ช่วยให้คะแนน เครื่องมือดังกล่าวต้องได้รับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ อาจารย์ต้องยังคงมีส่วนร่วมในกระบวนการ และต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อคะแนนสุดท้าย นักศึกษาควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ AI และเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน</p>



<p><strong>5. </strong><strong>เกาหลีใต้</strong><strong>: </strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อปฏิรูประบบการสอบ</strong><strong></strong></p>



<p>เกาหลีใต้กำลังนำ AI เข้ามาใช้ควบคู่กับการเปลี่ยนจากการสอบแบบปรนัยไปสู่การประเมินแบบเขียนคำตอบมากขึ้น</p>



<p>สำนักงานการศึกษาของกรุงโซล ปูซาน และอินชอนร่วมกันดำเนินระบบ <strong>“Chaeum AI”</strong> สำหรับตรวจเรียงความและคำตอบแบบเขียน โดยมีความแม่นยำในระดับที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการประเมินได้ ขณะที่จังหวัดคยองกีได้พัฒนาระบบ <strong>“Hi-Learning AI Essay and Short-Answer Assessment System”</strong> เพื่อช่วยให้การประเมินมีมาตรฐานและลดภาระการตรวจงานของครู</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาการใช้ AI ช่วยตรวจข้อสอบแบบเขียนสำหรับการปฏิรูประบบ CSAT หรือ Suneung ซึ่งเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สำคัญของเกาหลีใต้ โดยมีการทดลองระบบ AI ในสถานศึกษาแล้วตั้งแต่ปี 2025</p>



<p><strong>6. </strong><strong>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังทดลองแนวทางใหม่</strong><strong></strong></p>



<p>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปฏิรูปยังอยู่ในระยะทดลอง แต่มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น</p>



<p><strong>เวียดนาม</strong><strong></strong></p>



<p>British University Vietnam ทดลองใช้ <strong>AI Assessment Scale (AIAS)</strong> ซึ่งเป็นกรอบ 5 ระดับ ตั้งแต่ “ไม่ใช้ AI” ไปจนถึง “ใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ” เพื่อช่วยให้อาจารย์และนักศึกษารู้ว่า AI สามารถใช้ในงานแต่ละประเภทได้มากน้อยเพียงใด</p>



<p>ผลการทดลองพบว่า แนวทางดังกล่าวช่วยลดปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ GenAI และเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักศึกษา ขณะเดียวกันอาจารย์สามารถออกแบบงานที่ใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมส่งเสริมการคิดวิเคราะห์</p>



<p><strong>ประเทศไทย</strong><strong></strong></p>



<p>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการใช้พื้นที่ทดลองที่ปลอดภัยหรือ <strong>“ChulaGENIE sandbox”</strong> เพื่อประเมินความสามารถของนักศึกษาในการสร้าง AI assistants ที่เหมาะกับสาขาวิชา รวมถึงการตรวจสอบและวิพากษ์ผลลัพธ์ของ AI โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล</p>



<p>แนวทางนี้แสดงให้เห็นว่า นักศึกษาไทยในอนาคตอาจไม่ได้ถูกประเมินเพียงว่า “ใช้ AI ได้หรือไม่” แต่จะถูกประเมินว่า <strong>สามารถออกแบบ</strong><strong> </strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>ตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>และควบคุม</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้ดีเพียงใด</strong></p>



<p><strong>7. </strong><strong>นักศึกษาควรเตรียมตัวอย่างไร</strong><strong>?</strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความหมายโดยตรงต่อนักศึกษามหาวิทยาลัย เพราะการเรียนในยุค AI ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกใช้ AI แต่หมายความว่า <strong>เราต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างฉลาดและรับผิดชอบมากขึ้น</strong></p>



<p>นักศึกษาควรพัฒนาทักษะสำคัญอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>AI literacy</strong> – เข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร มีข้อจำกัดอะไร และควรใช้เมื่อใด</li>



<li><strong>Critical thinking</strong> – สามารถตรวจสอบข้อมูลและคำตอบที่ AI สร้างขึ้น</li>



<li><strong>Prompt skills</strong> – สามารถสื่อสารกับ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ</li>



<li><strong>Ethical AI use</strong> – รู้จักเรื่องความเป็นส่วนตัว ลิขสิทธิ์ ความลำเอียง และความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>



<li><strong>Human skills</strong> – การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการตัดสินใจ</li>
</ol>



<p><strong>บทสรุป</strong><strong></strong></p>



<p>การปฏิรูปการประเมินผลของมหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า <strong>“</strong><strong>เราจะป้องกันไม่ให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างไร</strong><strong>?”</strong> ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ <strong>“</strong><strong>เราจะออกแบบการเรียนรู้และการประเมินอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>เพื่อให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีความรู้</strong><strong> </strong><strong>มีวิจารณญาณ</strong><strong> </strong><strong>และมีความรับผิดชอบ</strong><strong>?”</strong></p>



<p>แนวโน้มสำคัญคือ การประเมินจะมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการสอบในชั้นเรียน การสอบปากเปล่า การแก้ปัญหาแบบสด การวิพากษ์คำตอบของ AI โครงงานที่บูรณาการ AI และการประกาศการใช้ AI อย่างโปร่งใส</p>



<p>ขณะเดียวกัน การใช้ AI ช่วยตรวจงานจะเพิ่มขึ้น แต่ <strong>มนุษย์ยังคงต้องอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ</strong> โดยเฉพาะการประเมินที่มีผลกระทบสูงต่ออนาคตของนักศึกษา</p>



<p>สำหรับมหาวิทยาลัยและอาจารย์ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ <strong>(1) </strong><strong>กำหนดกติกาให้ชัดเจนว่าเมื่อใดห้ามใช้</strong><strong> </strong><strong>อนุญาตให้ใช้</strong><strong> </strong><strong>หรือจำเป็นต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI (2) </strong><strong>พัฒนาทักษะของอาจารย์ในการออกแบบการประเมินที่เหมาะกับยุค</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>และ</strong><strong> (</strong><strong>3) </strong><strong>ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีจริยธรรมและการเปิดเผยการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ท้ายที่สุด เป้าหมายของการศึกษาในยุค AI ไม่ใช่การสร้างนักศึกษาที่ “ไม่ใช้ AI” แต่คือการสร้างบัณฑิตที่ <strong>“</strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีวิจารณญาณ</strong><strong> </strong><strong>และยังคงคิดเป็นด้วยตนเอง</strong><strong>”</strong> เพราะในโลกการทำงานแห่งอนาคต ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครสามารถเข้าถึง AI ได้ก่อน แต่อยู่ที่ว่า <strong>ใครสามารถทำงานร่วมกับ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong><strong> </strong><strong>มีจริยธรรม</strong><strong> </strong><strong>และมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด</strong></p>



<p>Source : cte.smu.edu.sg</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/">How are Asian universities reforming assessments to address AI use</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI Adoption Among Asian University Students: Statistics and Trends</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 05:40:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2122</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/">AI Adoption Among Asian University Students: Statistics and Trends</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2081" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0.png 832w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) </strong><strong>มาใช้ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชีย: สถิติและแนวโน้ม</strong></p>



<p>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาระดับอุดมศึกษาในเอเชียอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนักศึกษามหาวิทยาลัยประมาณ <strong>81–97%</strong> ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด (Generative AI) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา การนำ AI มาใช้ได้เติบโตเร็วกว่าความพร้อมของสถาบันการศึกษา จึงนำไปสู่การอภิปรายอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับ <strong>ความรู้และทักษะด้าน AI (AI literacy)</strong> การปรับรูปแบบการประเมินผลการเรียน และการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีทั่วทั้งภูมิภาค</p>



<p><strong>การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการใช้ AI </strong><strong>ในภูมิภาค</strong></p>



<p>ผลสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การใช้ AI ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชียมีระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก รายงานของ Deloitte ในปี 2024 พบว่า <strong>81% </strong><strong>ของนักศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong> ใช้ Generative AI โดยกลุ่มอายุ 18–24 ปีเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงที่สุด</p>



<p>ในฮ่องกง นักศึกษาของ Hong Kong University of Science and Technology จำนวน <strong>96%</strong> รายงานว่าใช้เครื่องมือ AI ในการเรียน โดย 44% ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ และ 23% ใช้ทุกวัน</p>



<p>ในอินโดนีเซีย นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ตอบแบบสำรวจจำนวน <strong>97.6%</strong> ระบุว่าใช้ Generative AI ในงานด้านการศึกษา โดยเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ChatGPT และ Canva</p>



<p>ในระดับโลก ปัจจุบันประมาณ <strong>88% </strong><strong>ของนักศึกษาใช้ AI </strong><strong>ในการเรียน</strong> โดยอัตราการใช้งานแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ได้แก่ 92% ในละตินอเมริกา 85% ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา และ 65% ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา</p>



<p>งานวิจัยยังพบว่า นักศึกษาในเอเชียมีแนวโน้มใช้ AI ในอัตราที่สูงกว่านักศึกษาในประเทศตะวันตก ตัวอย่างเช่น ในวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา นักศึกษาชาวเอเชียรายงานอัตราการใช้ AI อยู่ที่ <strong>91.3%</strong> ซึ่งสูงกว่านักศึกษาผิวขาวถึง 11.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ผลดังกล่าวอาจสะท้อนว่า ปัจจัยด้านวัฒนธรรม ระบบการศึกษา หรือโครงสร้างทางสังคมบางประการอาจส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในกลุ่มนักศึกษาเอเชียมากกว่า</p>



<p><strong>เครื่องมือ รูปแบบการใช้งาน และลักษณะของผู้ใช้</strong></p>



<p><strong>ChatGPT</strong> ยังคงเป็นเครื่องมือ Generative AI ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเอเชีย โดยนักศึกษาทั่วโลกที่ตอบแบบสำรวจ 66% ระบุว่าใช้ ChatGPT และในกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีของอินโดนีเซีย 44% ระบุว่า ChatGPT เป็นเครื่องมือหลักที่ใช้</p>



<p>เครื่องมืออื่น ๆ ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ได้แก่ <strong>Google Gemini, Microsoft Copilot, Grammarly, Perplexity AI </strong><strong>และ Canva</strong></p>



<p>ในประเทศจีน ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก นักศึกษาจึงพึ่งพาเครื่องมือภายในประเทศ เช่น <strong>Kimi Chat, ChatGLM, Doubao, Wenxin Yiyan </strong><strong>และ Qwen</strong></p>



<p>นักศึกษาใช้ AI สำหรับงานทางวิชาการหลายรูปแบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การระดมความคิดและค้นหาแนวทางในการทำงาน</li>



<li>การสรุปบทความหรือเอกสารประกอบการเรียน</li>



<li>การถอดความหรือเรียบเรียงข้อความใหม่</li>



<li>การช่วยร่างเรียงความ</li>



<li>การสร้างและตรวจสอบโค้ดโปรแกรม</li>
</ul>



<p>งานวิจัยในปี 2025 ที่ศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยในมาเลเซียพบว่า สามารถแบ่งพฤติกรรมการใช้ AI ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>ผู้ใช้แบบเลือกเฉพาะ (Selective Users)</strong> — 14.9%</li>



<li><strong>ผู้ใช้ในระดับปานกลาง (Moderate Adopters)</strong> — 31.8% โดยเน้นการเขียนโค้ด</li>



<li><strong>ผู้ใช้เพื่อการศึกษาอย่างกระตือรือร้น (Academic Enthusiasts)</strong> — 33.0% โดยเน้นงานด้านข้อความ</li>



<li><strong>ผู้ใช้แบบครอบคลุม (Comprehensive Users)</strong> — 20.3% ซึ่งใช้ AI ในงานหลากหลายรูปแบบ</li>
</ol>



<p>งานวิจัยยังพบความแตกต่างระหว่างเพศในด้าน <strong>ลักษณะการนำ AI </strong><strong>ไปใช้</strong> มากกว่าด้านการเข้าถึง AI โดยนักศึกษาชายมีแนวโน้มใช้ AI กับงานด้านการเขียนโค้ดมากกว่า ขณะที่นักศึกษาหญิงมีแนวโน้มใช้ AI กับงานที่เกี่ยวข้องกับข้อความมากกว่า</p>



<p><strong>ความแตกต่างระหว่างประเทศและข้อจำกัดด้านการเข้าถึง</strong></p>



<p>รูปแบบการใช้ AI แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างประเทศในเอเชีย เนื่องจากแต่ละประเทศมีความแตกต่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายของภาครัฐ และบริบททางวัฒนธรรม</p>



<p><strong>ประเทศไทยและสิงคโปร์</strong> กำลังกลายเป็นผู้นำด้านการนำ AI มาใช้ในภูมิภาค โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่ชัดเจน รวมถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม นักศึกษามหาวิทยาลัยในจีนเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก เนื่องจากข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ส่งผลให้นักศึกษาหันไปใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ที่พัฒนาในประเทศแทน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นักศึกษาจีนที่เรียนด้าน STEM และนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษยังคงนิยมใช้ AI ระดับโลกสำหรับงานด้านเทคนิคและงานภาษาอังกฤษ ในขณะที่นักศึกษาด้านมนุษยศาสตร์มีแนวโน้มเลือกใช้เครื่องมือภายในประเทศสำหรับงานภาษาและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบริบททางวัฒนธรรมจีน</p>



<p>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักศึกษามีความคุ้นเคยกับ AI ในระดับสูงและมีทัศนคติเชิงบวกต่อเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังมีความกังวลเกี่ยวกับ <strong>การพึ่งพา AI </strong><strong>มากเกินไป จริยธรรม และการขาดคำแนะนำที่ชัดเจนจากสถาบันการศึกษา</strong></p>



<p>ในบังกลาเทศ นักศึกษาบางส่วนใช้ ChatGPT ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและนอกเหนือจากการศึกษา ขณะที่นักศึกษาบางรายพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับการคัดลอกผลงาน ซึ่งก่อให้เกิดข้อกังวลด้าน <strong>ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ (academic integrity)</strong></p>



<p>สำหรับมาเลเซีย การทดสอบแบบ paired t-test พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง <strong>ความคาดหวังของนักศึกษาที่มีต่อการสนับสนุนจาก AI</strong> กับ <strong>ระดับการนำ AI </strong><strong>มาใช้จริงในสถาบันการศึกษา</strong> นักศึกษาจึงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยมีแนวทางด้านจริยธรรมที่ชัดเจนขึ้น และมีการบูรณาการ AI อย่างเป็นระบบมากขึ้น</p>



<p><strong>ทัศนคติ ประโยชน์ และข้อกังวลของนักศึกษา</strong></p>



<p>โดยทั่วไป นักศึกษามีทัศนคติเชิงบวกต่อ AI แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อกังวลหลายประการ</p>



<p><strong>ประโยชน์ที่นักศึกษามองเห็น</strong></p>



<p>ประโยชน์สำคัญของ AI ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การสนับสนุนการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล</li>



<li>การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนและทำงาน</li>



<li>ความสะดวกและการประหยัดเวลา</li>



<li>การพัฒนาทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพในอนาคต</li>
</ul>



<p>อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงกังวลเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การพึ่งพา AI มากเกินไป</li>



<li>การลดลงของความสามารถในการคิดอย่างอิสระ</li>



<li>อคติของอัลกอริทึม</li>



<li>ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล</li>



<li>ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล</li>



<li>การนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดหรือผิดจริยธรรม</li>
</ul>



<p>ผลสำรวจระดับโลกในปี 2026 พบว่า แม้ <strong>88% </strong><strong>ของนักศึกษาจะใช้ AI </strong><strong>ในการเรียน</strong> แต่มีเพียง <strong>29% </strong><strong>เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าอาจารย์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ AI </strong><strong>ได้อย่างเหมาะสม</strong> ช่องว่างด้านความไว้วางใจนี้มีความชัดเจนเป็นพิเศษในพื้นที่ที่อาจารย์ยังขาดการฝึกอบรมด้าน AI หรือสถาบันการศึกษายังไม่มีนโยบายที่ชัดเจน</p>



<p>แม้การใช้ AI จะอยู่ในระดับสูง แต่ประมาณ <strong>58% </strong><strong>ของนักศึกษารู้สึกว่าตนเองยังเตรียมตัวไม่เพียงพอสำหรับตลาดแรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI</strong> และ <strong>72% </strong><strong>เชื่อว่ามหาวิทยาลัยควรจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้ AI </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>



<p>ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า <strong>ความรู้และทักษะด้านดิจิทัล (digital literacy)</strong> เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการนำ AI มาใช้ของนักศึกษามหาวิทยาลัย ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานด้าน <strong>AI literacy</strong> ให้แก่นักศึกษา</p>



<p><strong>การตอบสนองของสถาบันการศึกษาและการพัฒนานโยบาย</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียเริ่มตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยการจัดทำนโยบายและโครงการฝึกอบรมที่เป็นระบบมากขึ้น</p>



<p>การทบทวนงานวิจัยแบบ scoping review ในปี 2025 ซึ่งศึกษานโยบายของมหาวิทยาลัย 30 แห่งในเอเชีย พบว่า <strong>นักศึกษาเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายเหล่านี้</strong> โดยมีนโยบาย 28 ฉบับที่ระบุเนื้อหาหรือข้อกำหนดสำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ</p>



<p>ความคาดหวังที่พบมากที่สุดคือ นักศึกษาควรมี <strong>ความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของ Generative AI</strong> ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการใช้ AI อย่างมีความรู้และความรับผิดชอบ</p>



<p>ตัวอย่างเช่น University of Malaya ได้จัดให้มีการฝึกอบรมด้าน AI literacy สำหรับนักศึกษาและบุคลากร กำหนดให้มีความโปร่งใสในการใช้ AI ในการเรียนการสอน และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับระดับการใช้ AI ที่อนุญาตในงานที่ได้รับมอบหมาย</p>



<p>นโยบายของ Universiti Malaya กำหนดให้บุคลากรทางวิชาการต้องเปิดเผยการใช้ AI ในเอกสารประกอบการเรียนและการประเมินผล ขณะที่นักศึกษาต้องระบุการใช้ AI ในงานทุกชิ้น พร้อมทั้งระบุว่าใช้เครื่องมือใดและ AI มีบทบาทอย่างไรในการจัดทำงานนั้น</p>



<p>แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง <strong>การส่งเสริมนวัตกรรม</strong> กับ <strong>ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</strong> โดยทำให้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาทดแทนผลงานและความคิดริเริ่มของนักศึกษา</p>



<p><strong>ผลกระทบต่อนโยบายและการปฏิบัติ</strong></p>



<p>หลักฐานจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า สถาบันอุดมศึกษาในเอเชียควรให้ความสำคัญกับ <strong>3 </strong><strong>ประเด็นหลัก</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>การพัฒนา AI literacy </strong><strong>และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยควรบูรณาการการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI เข้าไปในหลักสูตรอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมเรื่อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ</li>



<li>การเขียนคำสั่งหรือ prompt อย่างมีประสิทธิภาพ (prompt engineering)</li>



<li>การตรวจสอบและประเมินความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI</li>



<li>การตระหนักถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงของ AI</li>
</ul>



<p><strong>2. </strong><strong>การจัดทำนโยบายการใช้ AI </strong><strong>ที่ชัดเจน</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ AI ใน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การทำข้อสอบและการประเมินผล</li>



<li>การทำรายงานและงานที่ได้รับมอบหมาย</li>



<li>การอ้างอิงแหล่งข้อมูล</li>



<li>ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>
</ul>



<p>นโยบายที่ชัดเจนจะช่วยลดความสับสนและความไม่แน่นอนทั้งสำหรับนักศึกษาและอาจารย์</p>



<p><strong>3. </strong><strong>การสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงและการปรับ AI </strong><strong>ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยควรทำให้เกิดการเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือ AI ภายในประเทศในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือระดับโลก</p>



<p>นอกจากนี้ การสนับสนุนควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง <strong>สาขาวิชา ภาษา และบริบททางวัฒนธรรม</strong> ของนักศึกษาแต่ละกลุ่ม</p>



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>จากแนวโน้มดังกล่าว เห็นได้อย่างชัดเจนว่า <strong>AI </strong><strong>กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของนักศึกษาเอเชียอย่างรวดเร็ว</strong> อย่างไรก็ตาม การที่นักศึกษาใช้ AI ในระดับสูงไม่ได้หมายความว่าสถาบันการศึกษามีความพร้อมในระดับเดียวกัน</p>



<p>สำหรับผู้ที่ทำงานด้าน <strong>นโยบาย AI </strong><strong>และการฝึกอบรมครูหรืออาจารย์ในบริบทเอเชีย</strong> แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนากรอบ <strong>AI literacy </strong><strong>ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศและสถาบัน</strong></p>



<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษา <strong>Gen Alpha</strong> ที่กำลังเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมอง AI เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการเรียนรู้ ไม่ใช่เทคโนโลยีเพิ่มเติมที่สามารถเลือกใช้หรือไม่ใช้ก็ได้</p>



<p>ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้และการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น จะมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างระหว่าง <strong>ความคาดหวังของนักศึกษา</strong> กับ <strong>ศักยภาพและความพร้อมของสถาบันการศึกษา</strong></p>



<p>เป้าหมายสำคัญคือการทำให้การนำ AI มาใช้ในมหาวิทยาลัยของเอเชียสามารถดำเนินไปพร้อมกันทั้งในด้าน <strong>นวัตกรรม ประสิทธิภาพ ความเท่าเทียม และจริยธรรมทางการศึกษา</strong></p>



<p>Source : koreatimes</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/">AI Adoption Among Asian University Students: Statistics and Trends</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/ai-adoption-among-asian-university-students-statistics-and-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ AI</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2026 09:07:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2118</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/">มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ AI</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="2119" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1.png" alt="" class="wp-image-2119" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/how_are_universities_adapting_curricula_for_an_ai-integrated_economy_qi25pkru1cdpwqteuniy_1-96x96.png 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div></figure>



<p></p>



<p><strong>มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ </strong><strong>AI</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแนวทางจาก <strong>“</strong><strong>การห้ามใช้ </strong><strong>AI</strong><strong>”</strong> ไปสู่ <strong>“</strong><strong>การบูรณาการความรู้ด้าน </strong><strong>AI (AI Literacy) </strong><strong>และทักษะการใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>ร่วมกับการทำงาน (</strong><strong>AI-Augmented Skills)</strong><strong>”</strong> ในทุกหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตสามารถใช้ AI ในสาขาวิชาของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะเรียนรู้เรื่อง AI เฉพาะในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น</p>



<p><strong>1. </strong><strong>ทำให้ความรู้ด้าน </strong><strong>AI </strong><strong>เป็นทักษะพื้นฐานของนักศึกษาทุกคน</strong><strong></strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยจำนวนมากเริ่มมองว่า <strong>AI Literacy</strong> เป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญไม่ต่างจากการเขียนหรือการใช้สถิติ โดยบัณฑิตทุกคนควรมีความรู้ด้านนี้ก่อนสำเร็จการศึกษา</p>



<p>ตัวอย่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มหาวิทยาลัยฮ่องกง (</strong><strong>HKU)</strong> กำหนดให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคนต้องเรียนรายวิชา <strong>AI Literacy</strong> ตั้งแต่ปีการศึกษา 2025–2026 ครอบคลุมพื้นฐาน AI จริยธรรม ความสามารถ และข้อจำกัดของ AI</li>



<li>HKU ยังจัดตั้ง <strong>AI Area of Inquiry</strong> ในหลักสูตร Common Core ซึ่งเปิดรายวิชาสหวิทยาการมากกว่า 20–30 รายวิชา เช่น กฎหมาย ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายสาขา</li>



<li><strong>State University of New York (SUNY)</strong> ปรับข้อกำหนดด้าน Information Literacy โดยตั้งแต่ภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง ปี 2026 เป็นต้นไป รายวิชาจะต้องครอบคลุมประเด็นจริยธรรมของเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึง AI</li>



<li><strong>Ohio State University</strong> เปิดโครงการ <strong>AI Fluency</strong> ที่บูรณาการการเรียนรู้ด้าน AI ในทุกหลักสูตรระดับปริญญาตรี เช่น การเรียนรู้พื้นฐาน Generative AI ในชั้นปีที่ 1 การจัดเวิร์กชอประหว่างการปฐมนิเทศ และรายวิชา <strong>Unlocking Generative AI</strong> ที่เปิดให้นักศึกษาทุกสาขาเรียนได้</li>



<li><strong>DeVry University</strong> ประกาศแผนบูรณาการ AI Literacy และทักษะการใช้ AI ในทุกรายวิชาภายในปี 2026 รวมถึงการใช้ผู้ช่วยการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในชั้นเรียน</li>
</ul>



<p>แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาหลักสูตรในปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับ <strong>AI </strong><strong>ควบคู่กับจริยธรรม การคิดเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับอคติของอัลกอริทึม (</strong><strong>Algorithmic Bias) </strong><strong>ข่าวลวง (</strong><strong>Misinformation) </strong><strong>และการออกแบบการเรียนการสอนด้วย </strong><strong>Generative AI </strong><strong>และสื่อหลายรูปแบบ (</strong><strong>Multimodal Learning)</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>แนวคิด “</strong><strong>AI + X</strong><strong>”</strong><strong>: </strong><strong>บูรณาการ </strong><strong>AI </strong><strong>เข้ากับทุกสาขาวิชา</strong><strong></strong></p>



<p>แทนที่จะเปิดเพียงหลักสูตรด้าน AI โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยชั้นนำกำลังผสาน AI เข้าไปในทุกศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ AI ในบริบทของวิชาชีพของตน</p>



<p>ตัวอย่างการบูรณาการ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สาขาสุขภาพและการพยาบาล</strong>: ใช้ AI ในการช่วยวินิจฉัยโรค การจัดทำเวชระเบียน และการประสานงานด้านการดูแลผู้ป่วย</li>



<li><strong>สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการ</strong>: เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และการใช้ระบบอัตโนมัติอย่างมีความรับผิดชอบ</li>



<li><strong>สาขานิติศาสตร์</strong>: ใช้ AI เพื่อช่วยค้นคว้ากฎหมาย การร่างเอกสารทางกฎหมาย และศึกษาประเด็นจริยธรรมของการใช้ AI ในวิชาชีพกฎหมาย</li>



<li><strong>สาขาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์</strong>: ประยุกต์ AI ในการจำลองสถานการณ์ (Simulation) การวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบการทดลอง</li>
</ul>



<p>HKU เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยนอกจากรายวิชา AI ภาคบังคับแล้ว ยังเปิดหลักสูตรสหวิทยาการใหม่ 11 หลักสูตรที่เน้น AI และวิทยาการข้อมูล (Data Science) รวมทั้งเปิดโครงการ <strong>AI+X</strong> ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีสามารถสำเร็จทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทภายในระยะเวลา 5 ปีหรือน้อยกว่า</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>เปิดหลักสูตรใหม่ วิชาโท และ </strong><strong>Micro-credentials </strong><strong>ด้าน </strong><strong>AI</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน AI ผ่านหลักสูตรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>University of California San Diego (UC San Diego)</strong> เปิดหลักสูตรปริญญาตรีด้าน AI โดยเฉพาะเป็นครั้งแรกในปี 2025 เริ่มรับนักศึกษาประมาณ 150 คน และมีแผนขยายเป็นประมาณ 1,000 คนภายในปี 2029</li>



<li>หลายมหาวิทยาลัยเปิด <strong>วิชาโท (</strong><strong>Minor)</strong>, <strong>ประกาศนียบัตร (</strong><strong>Certificate)</strong> และ <strong>Micro-credentials</strong> ด้าน AI เช่น หลักสูตรออนไลน์ระยะสั้นเกี่ยวกับการใช้ Generative AI อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งสามารถสะสมหน่วยกิตร่วมกับหลักสูตรปริญญาได้</li>



<li>ในประเทศจีน มีการยกเลิกหรือระงับหลักสูตรระดับปริญญาตรีมากกว่า 12,000 หลักสูตรระหว่างปี 2021–2025 และเปิดหลักสูตรใหม่กว่า 10,200 หลักสูตร โดยเน้นด้าน AI และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงสาขา <strong>Embodied Intelligence</strong> ซึ่งผสาน AI กับหุ่นยนต์</li>
</ul>



<p>แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าการปรับหลักสูตรไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายวิชา AI หนึ่งรายวิชา แต่เป็นการออกแบบหลักสูตรใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานในยุค AI</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>ปรับรูปแบบการเรียนการสอนและการประเมินผล</strong><strong></strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเนื้อหาวิชา แต่รวมถึงวิธีการเรียนรู้และการประเมินผลด้วย</p>



<p>ตัวอย่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สอนให้นักศึกษามีทักษะในการเขียน <strong>Prompt</strong> การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล (Source Verification) การเปิดเผยการใช้ AI ในงานวิชาการ และการเข้าใจระบบตรวจจับการใช้ AI เพื่อรักษาความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>



<li>อาจารย์ใช้ Generative AI เป็น <strong>ผู้ช่วยในการสอน (</strong><strong>Teaching Colleague)</strong> เช่น ใช้แดชบอร์ดอัจฉริยะเพื่อช่วยให้นักศึกษาสะท้อนการเรียนรู้ ปรับปรุงงาน และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง</li>



<li>ใช้ Generative AI เพื่อช่วยวางแผนการสอน สร้างสื่อการเรียนรู้ ให้ข้อเสนอแนะระหว่างเรียน และผลิตสื่อหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง และวิดีโอ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสอนและสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล</li>
</ul>



<p>แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนจากคำถามว่า</p>



<p><strong>&#8220;</strong><strong>นักศึกษาหลีกเลี่ยงการใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>ได้หรือไม่</strong><strong>?&#8221;</strong></p>



<p></p>



<p><strong>&#8220;</strong><strong>นักศึกษาสามารถใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีความรับผิดชอบเพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นได้หรือไม่</strong><strong>?&#8221;</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>บูรณาการ </strong><strong>AI </strong><strong>กับการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (</strong><strong>Work-Integrated Learning: WIL)</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งนำ AI มาใช้ในโครงการฝึกงาน สหกิจศึกษา และการเรียนรู้จากโครงงาน (Project-Based Learning) เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ AI ในสถานการณ์จริง</p>



<p>ตัวอย่าง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลและค้นหารูปแบบในโครงงาน เช่น การติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือการคัดเลือกสารต้นแบบสำหรับการพัฒนายา</li>



<li>ฝึกให้นักศึกษาผสมผสานความรู้เฉพาะสาขากับเครื่องมือ AI เพื่อแก้ปัญหาจริง และนำเสนอผลงานแก่ภาคอุตสาหกรรม</li>



<li>ใช้ AI เพื่อศึกษาข้อมูลขององค์กร วางแผนเป้าหมายการเรียนรู้ และสร้างแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) พร้อมทั้งเรียนรู้มาตรฐานด้านจริยธรรมและวิชาชีพ</li>
</ul>



<p>แนวทางนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงเครื่องมือ AI ขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น หากมหาวิทยาลัยมีการสนับสนุนด้านการฝึกอบรมและทรัพยากรที่เพียงพอ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นโยบายระดับประเทศเป็นแรงผลักดันสำคัญ</strong><strong></strong></p>



<p>ในหลายประเทศ การปรับหลักสูตรเกิดขึ้นจากนโยบายของภาครัฐโดยตรง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประเทศจีน</strong> เชื่อมโยงการปฏิรูปการอุดมศึกษากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ซึ่งกำหนดให้ AI เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องปรับหลักสูตรให้ตอบสนองเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI</li>



<li><strong>ประเทศอินเดีย</strong> ปรับปรุงหลักสูตรภายใต้นโยบาย <strong>National Education Policy (NEP) 2020</strong> และ <strong>National Credit Framework</strong> เพื่อบูรณาการทักษะด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะด้าน AI ในทุกระดับการศึกษา</li>
</ul>



<p>นโยบายเหล่านี้ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและความคาดหวังของผู้เรียน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ความหมายต่อคุณค่าของปริญญาในยุค </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงสะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยกำลังพยายามรักษาคุณค่าของปริญญา โดยเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับสมรรถนะที่จำเป็นในยุค AI ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>AI Literacy </strong><strong>และจริยธรรมในการใช้ </strong><strong>AI</strong> กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่บัณฑิตทุกคนควรมี ไม่ใช่เพียงทักษะเสริม</li>



<li>ปริญญาไม่ได้สะท้อนเพียงความรู้เฉพาะสาขา แต่แสดงถึงความสามารถในการใช้ AI ร่วมกับความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ เช่น <strong>พยาบาลที่สามารถใช้ </strong><strong>AI </strong><strong>ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย</strong> หรือ <strong>นักการตลาดที่สามารถใช้ </strong><strong>Generative AI </strong><strong>ได้อย่างมีความรับผิดชอบ</strong></li>



<li>หลักสูตรที่ไม่บูรณาการ AI มีแนวโน้มถูกมองว่าล้าสมัย โดยเฉพาะในสาขาที่ AI ได้กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการทำงานแล้ว</li>
</ul>



<p><strong>สรุป</strong> มหาวิทยาลัยในยุค AI ไม่ได้มุ่งผลิตบัณฑิตที่ &#8220;แข่งขันกับ AI&#8221; แต่เน้นการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถ <strong>ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณ และมีจริยธรรม</strong> ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญสำหรับการทำงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์</p>



<p>source : news.osu</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/">มหาวิทยาลัยกำลังปรับหลักสูตรอย่างไรเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่บูรณาการ AI</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/how-are-universities-adapting-curricula-for-an-ai-integrated-economy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2026 08:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครู]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2114</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทนำ: เมื่อ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/">วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="2116" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1.png" alt="" class="wp-image-2116" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>บทนำ: เมื่อ AI </strong><strong>ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน</strong></p>



<p>หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังมองว่า <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)</strong> เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในห้องทดลองหรือเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี <strong>ค.ศ. 2022</strong> เป็นต้นมา โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวของ <strong>Generative AI</strong> เช่น ChatGPT โลกของการอุดมศึกษาได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>มหาวิทยาลัยทั่วเอเชียเริ่มนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกภารกิจ ตั้งแต่การเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ ไปจนถึงการวางแผนเชิงนโยบายระดับสถาบัน สิ่งที่เคยเป็นเพียง &#8220;เครื่องมือช่วยงาน&#8221; ได้พัฒนาเป็น &#8220;โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล&#8221; ที่ส่งผลต่อวิธีคิด วิธีเรียน วิธีทำวิจัย และการเตรียมกำลังคนสำหรับตลาดแรงงานแห่งอนาคต</p>



<p>การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็วอย่างยิ่ง หลายมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวจากการทดลองใช้ AI ในวงจำกัด ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน นักศึกษาและอาจารย์ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ มีจริยธรรม และสามารถสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง</p>



<p>บทความนี้นำเสนอภาพรวมของแนวโน้มการวิจัยและการประยุกต์ใช้ AI ในการอุดมศึกษาของเอเชียระหว่างปี ค.ศ. 2020–2026 พร้อมทั้งวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างประเทศ โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบที่นักศึกษามหาวิทยาลัยควรตระหนัก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>1. </strong><strong>จากโครงการทดลองสู่ยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย</strong></p>



<p>ในช่วงปี <strong>ค.ศ. 2020</strong><strong>–2022</strong> การใช้ AI ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะของ <strong>โครงการนำร่อง (Pilot Projects)</strong> หรือการทดลองใช้งานในบางคณะและบางสาขาวิชา เช่น การใช้ Chatbot ตอบคำถามนักศึกษา ระบบตรวจข้อสอบอัตโนมัติ หรือระบบแนะนำรายวิชาที่เหมาะสมกับผู้เรียน</p>



<p>แม้โครงการเหล่านี้จะแสดงให้เห็นศักยภาพของ AI แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในระดับองค์กร เนื่องจากหลายมหาวิทยาลัยยังขาดงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และนโยบายที่ชัดเจน</p>



<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน <strong>ค.ศ. 2022</strong> เมื่อ ChatGPT เปิดให้ประชาชนใช้งาน เครื่องมือ Generative AI สามารถสร้างข้อความ สรุปบทความ วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโปรแกรม และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มหาวิทยาลัยทั่วโลกต้องเร่งทบทวนแนวทางการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล</p>



<p>ภายในปี <strong>ค.ศ. 2025</strong> มีโครงการ AI อย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัยเอเชียเกือบ <strong>1,000 </strong><strong>โครงการ</strong> สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย การบริหาร และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. Generative AI: </strong><strong>จุดเปลี่ยนของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</strong></p>



<p>การถือกำเนิดของ <strong>Generative AI (GenAI)</strong> ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดของวงการอุดมศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่จากข้อมูลเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ สรุปเอกสาร แปลภาษา วิเคราะห์ข้อมูล หรือสร้างภาพและโค้ดคอมพิวเตอร์</p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มบูรณาการเครื่องมือ เช่น ChatGPT, Google Gemini และ Microsoft Copilot เข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้เพื่อ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อธิบายแนวคิดที่ซับซ้อน</li>



<li>ช่วยวางแผนการเรียน</li>



<li>สนับสนุนการค้นคว้าวรรณกรรม</li>



<li>ช่วยตรวจสอบโค้ดคอมพิวเตอร์</li>



<li>ช่วยร่างบทความวิชาการ</li>



<li>ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำโครงงาน</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา AI เปรียบเสมือน &#8220;ผู้ช่วยการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง&#8221; ที่สามารถตอบคำถาม อธิบายเนื้อหา และช่วยแก้ปัญหาได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนจำเป็นต้องพัฒนาทักษะในการตั้งคำถาม (Prompting Skills) การประเมินความถูกต้องของข้อมูล และการตรวจสอบอคติของ AI เพราะคำตอบที่ AI สร้างขึ้นไม่ได้ถูกต้องเสมอไป</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>การเรียนการสอนยุคใหม่: จากการสอนแบบเดียวกันสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล</strong></p>



<p>หนึ่งในประโยชน์สำคัญของ AI คือ <strong>Personalized Learning</strong> หรือการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน</p>



<p>ในอดีต อาจารย์ต้องใช้รูปแบบการสอนเดียวกันสำหรับนักศึกษาทั้งชั้นเรียน แม้ว่านักศึกษาแต่ละคนจะมีพื้นฐาน ความเร็วในการเรียนรู้ และความสนใจแตกต่างกัน</p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนของนักศึกษา เช่น คะแนนสอบ ระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนออนไลน์ จำนวนครั้งที่เข้าใช้งานระบบ และรูปแบบการตอบคำถาม เพื่อนำมาปรับเนื้อหา ระดับความยาก และกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถตรวจจับนักศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อการเรียนไม่สำเร็จผ่านเทคนิค <strong>Predictive Analytics</strong> ทำให้อาจารย์สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ก่อนที่จะเกิดปัญหารุนแรง เช่น ผลการเรียนตก การขาดเรียน หรือการลาออกกลางคัน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่งานวิจัยพบว่าการใช้งานจริงยังแตกต่างกันมากระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจัยด้านความพร้อมของอาจารย์ ทักษะดิจิทัลของบุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. AI </strong><strong>กับการปฏิวัติงานวิจัย</strong></p>



<p>AI ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะห้องเรียน แต่ยังเปลี่ยนวิธีการทำวิจัยของนักวิชาการอย่างสิ้นเชิง</p>



<p>ในอดีต นักวิจัยอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นหาและอ่านบทความหลายร้อยเรื่อง แต่ปัจจุบัน AI สามารถช่วยสรุปวรรณกรรม วิเคราะห์แนวโน้มของงานวิจัย และค้นหาช่องว่างขององค์ความรู้ได้ภายในเวลาอันสั้น</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สร้างแบบจำลองทางสถิติ วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ จำแนกข้อมูลดาวเทียม และช่วยเขียนโค้ดสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ศักยภาพดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) ระบบคลาวด์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง</p>



<p>สิงคโปร์และฮ่องกงถือเป็นผู้นำในด้านนี้ ขณะที่มหาวิทยาลัยจำนวนมากในประเทศกำลังพัฒนายังคงเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล: ความท้าทายที่เอเชียยังต้องเผชิญ</strong></p>



<p>แม้หลายประเทศจะลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนายังไม่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ประเทศที่มีรายได้สูง เช่น สิงคโปร์และฮ่องกง มีโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และนโยบายที่พร้อมต่อการประยุกต์ใช้ AI ในทุกมิติ</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเผชิญปัญหา เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่ครอบคลุม</li>



<li>ความพร้อมของอาจารย์แตกต่างกัน</li>



<li>งบประมาณด้านเทคโนโลยีมีจำกัด</li>



<li>นักศึกษาในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ยาก</li>
</ul>



<p>ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวอาจส่งผลให้โอกาสทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยขยายตัวมากขึ้น หากไม่มีการลงทุนและนโยบายที่ช่วยลดช่องว่างด้านดิจิทัล</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นักศึกษามหาวิทยาลัยควรเตรียมตัวอย่างไร</strong></p>



<p>ในยุคที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียนรู้ นักศึกษาไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับ AI แต่ควรเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ทักษะสำคัญที่ควรพัฒนา ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความรู้ด้าน AI (AI Literacy)</li>



<li>การตั้งคำถามกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ (Prompt Engineering)</li>



<li>การคิดวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล</li>



<li>จริยธรรมในการใช้ AI</li>



<li>การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล</li>



<li>การอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างถูกต้อง</li>



<li>การใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนรู้</li>
</ul>



<p>นักศึกษาที่สามารถใช้ AI เป็น &#8220;ผู้ช่วย&#8221; มากกว่า &#8220;ผู้แทน&#8221; จะมีความได้เปรียบทั้งในการเรียน การวิจัย และการทำงานในอนาคต</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>ในช่วงปี ค.ศ. 2020–2026 การพัฒนา AI ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของการอุดมศึกษาในเอเชียอย่างลึกซึ้ง จากเดิมที่ AI เป็นเพียงเทคโนโลยีเฉพาะทาง กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริหารมหาวิทยาลัย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการใช้ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ</p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย AI จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่ช่วยทำงานให้เร็วขึ้น หากแต่เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ วิธีคิด วิธีวิจัย และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 ผู้ที่เข้าใจ AI ใช้อย่างมีวิจารณญาณ และสามารถผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เข้ากับศักยภาพของ AI ได้ จะเป็นผู้ที่พร้อมรับมือกับโลกการทำงานและสังคมแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคง</p>



<p> source: timeshighereducation</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/">วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Why Adaptability Will Be the Most Important Skill in 2030</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jul 2026 11:18:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Infographics]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2108</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะการปรับตัว (Adaptability): เหตุใดจึงเป็นทักษะที่สำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/">Why Adaptability Will Be the Most Important Skill in 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2109" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/why_adaptability_will_be_the_most_important_skill_in_2030__mznh455jfqx89fojk6jk_1.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>ทักษะการปรับตัว (Adaptability): </strong><strong>เหตุใดจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในปี ค.ศ. 2030</strong></p>



<p><strong>บทนำ</strong></p>



<p>ในปี ค.ศ. 2030 <strong>ทักษะการปรับตัว (Adaptability)</strong> มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับการใช้ชีวิต การศึกษา และการทำงาน เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ระบบอัตโนมัติ (Automation) การแข่งขันระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม</p>



<p>ในอดีต การมีความรู้เฉพาะทางเพียงอย่างเดียวอาจเพียงพอสำหรับการประกอบอาชีพ แต่ในอนาคต <strong>ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และนำความรู้เดิมมาประยุกต์ใช้ในบริบทใหม่</strong> จะมีความสำคัญมากกว่าการจดจำความรู้เพียงอย่างเดียว</p>



<p>งานวิจัยของ <strong>OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development)</strong> และ <strong>Nesta</strong> ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร ชี้ให้เห็นตรงกันว่า ความสามารถในการปรับตัวช่วยให้บุคคลสามารถเรียนรู้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ (OECD, 2023; Nesta, 2017)</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ความหมายของ Adaptability</strong></p>



<p>OECD ให้ความหมายของ <strong>Adaptability</strong> ว่า</p>



<p>&#8220;ความสามารถในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีคิด และการตัดสินใจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหรือมีความไม่แน่นอน โดยอาศัยประสบการณ์เดิมร่วมกับข้อมูลหรือความรู้ใหม่&#8221;</p>



<p>กล่าวอีกนัยหนึ่ง Adaptability ไม่ใช่เพียงการ &#8220;ยอมรับการเปลี่ยนแปลง&#8221; แต่หมายถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเรียนรู้จากประสบการณ์</li>



<li>การเปิดรับข้อมูลใหม่</li>



<li>การเปลี่ยนวิธีคิดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน</li>



<li>การตัดสินใจอย่างยืดหยุ่น</li>



<li>การแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>เหตุใด Adaptability </strong><strong>จึงมีความสำคัญในปี 2030</strong></p>



<p><strong>1. AI </strong><strong>และระบบอัตโนมัติจะเปลี่ยนรูปแบบงาน</strong></p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายด้าน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิเคราะห์ข้อมูล</li>



<li>เขียนรายงาน</li>



<li>แปลภาษา</li>



<li>เขียนโปรแกรม</li>



<li>สร้างภาพและวิดีโอ</li>



<li>ตอบคำถามลูกค้า</li>
</ul>



<p>World Economic Forum (2025) คาดการณ์ว่า หลายอาชีพจะถูกปรับเปลี่ยนจาก AI ไม่ใช่เพราะงานทั้งหมดหายไป แต่เพราะ <strong>ลักษณะงาน (Job Tasks)</strong> เปลี่ยนแปลง</p>



<p>ดังนั้น คนทำงานจำเป็นต้อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เรียนรู้เครื่องมือใหม่</li>



<li>ทำงานร่วมกับ AI</li>



<li>เปลี่ยนบทบาทตามความต้องการขององค์กร</li>
</ul>



<p>ผู้ที่ปรับตัวได้เร็วจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ดีกว่าผู้ที่ยึดติดกับวิธีการเดิม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>ความรู้เฉพาะทางมีอายุสั้นลง</strong></p>



<p>ในอดีต ความรู้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยสามารถใช้ทำงานได้หลายสิบปี</p>



<p>แต่ในปัจจุบัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกปี</li>



<li>ซอฟต์แวร์อัปเดตตลอดเวลา</li>



<li>เครื่องมือ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว</li>



<li>หลายอาชีพเกิดใหม่</li>
</ul>



<p>ดังนั้น นักศึกษาไม่สามารถเรียนเพียงครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิตได้อีกต่อไป</p>



<p>OECD ระบุว่า</p>



<p>&#8220;ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)&#8221;</p>



<p>และ Adaptability คือทักษะที่ทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตเกิดขึ้นได้จริง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>โลกการทำงานมีความไม่แน่นอนมากขึ้น</strong></p>



<p>Nesta ศึกษาแนวโน้มแรงงานปี 2030 พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บางอาชีพจะเติบโต</li>



<li>บางอาชีพจะหายไป</li>



<li>หลายอาชีพจะเปลี่ยนรูปแบบ</li>
</ul>



<p>แรงงานจึงต้องสามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปลี่ยนสายงาน</li>



<li>เรียนรู้ทักษะใหม่</li>



<li>ใช้เครื่องมือใหม่</li>



<li>ทำงานข้ามสาขาวิชา</li>
</ul>



<p>ตัวอย่าง</p>



<p>นักบัญชีอาจต้องเรียนรู้ AI</p>



<p>วิศวกรอาจต้องใช้ Data Analytics</p>



<p>ครูต้องใช้ AI ในการออกแบบการเรียนรู้</p>



<p>แพทย์ต้องใช้ระบบ AI ช่วยวินิจฉัยโรค</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>งานวิจัยสนับสนุน</strong></p>



<p>OECD ระบุว่า Adaptability มีความสัมพันธ์กับคุณลักษณะสำคัญหลายประการ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity)</li>



<li>การเปิดรับความคิดเห็นใหม่ (Open-mindedness)</li>



<li>ความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience)</li>



<li>การยอมรับความไม่แน่นอน (Tolerance for Ambiguity)</li>



<li>ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</li>



<li>การแก้ปัญหา (Problem Solving)</li>
</ul>



<p>กล่าวคือ Adaptability ไม่ใช่ทักษะเดี่ยว แต่เป็น &#8220;ทักษะเหนือทักษะ&#8221; (Meta-skill) ที่ช่วยเสริมสร้างและเชื่อมโยงทักษะอื่น ๆ ให้สามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>Adaptability </strong><strong>กับการศึกษา</strong></p>



<p>สำหรับนักศึกษา Adaptability หมายถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเรียนรู้ด้วยตนเอง</li>



<li>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร</li>



<li>การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเรียน</li>



<li>การทำงานร่วมกับเพื่อนที่มีความแตกต่าง</li>



<li>การคิดวิเคราะห์ในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบตายตัว</li>
</ul>



<p>OECD แนะนำให้สถาบันการศึกษาพัฒนาทักษะนี้ผ่านกิจกรรม เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Problem-Based Learning (PBL)</li>



<li>Project-Based Learning</li>



<li>Simulation</li>



<li>Game-based Learning</li>



<li>Case Study</li>
</ul>



<p>กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาเผชิญปัญหาที่ใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริง และฝึกการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>Adaptability </strong><strong>กับการทำงาน</strong></p>



<p>ในตลาดแรงงานปี 2030 นายจ้างไม่ได้มองเพียงว่า</p>



<p>&#8220;คุณรู้อะไร&#8221;</p>



<p>แต่ยังถามว่า</p>



<p>&#8220;คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วแค่ไหน&#8221;</p>



<p>คนที่มี Adaptability สามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปลี่ยนตำแหน่งงานได้</li>



<li>เปลี่ยนอุตสาหกรรมได้</li>



<li>ใช้เทคโนโลยีใหม่ได้</li>



<li>ทำงานร่วมกับ AI ได้</li>



<li>เรียนรู้ทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง</li>
</ul>



<p>จึงมีแนวโน้มได้รับโอกาสในการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพมากกว่า</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>เหตุใด Adaptability </strong><strong>จึงสำคัญกว่าทักษะอื่น</strong></p>



<p>ความรู้ทางเทคนิค (Technical Skills)</p>



<p>เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเขียนโปรแกรม</li>



<li>การใช้โปรแกรม Microsoft Excel</li>



<li>การออกแบบกราฟิก</li>



<li>การใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง</li>
</ul>



<p>สามารถล้าสมัยได้เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน</p>



<p>แต่ Adaptability ไม่ล้าสมัย เพราะเป็นทักษะที่ช่วยให้บุคคลสามารถเรียนรู้และอัปเดตความรู้ใหม่ได้ตลอดเวลา</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการจำนวนมากจึงจัดให้ Adaptability เป็น <strong>Meta-skill</strong> หรือ &#8220;ทักษะเหนือทักษะ&#8221; เนื่องจากเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ตัวอย่างในบริบทประเทศไทย</strong></p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยไทย ทักษะการปรับตัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และนโยบาย <strong>Thailand 4.0</strong> ซึ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้หลายอาชีพต้องใช้ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำงานแบบสหวิชาชีพ (Interdisciplinary Work) มากขึ้น ดังนั้น บัณฑิตไทยจึงควรพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานทั้งในประเทศและระดับนานาชาติได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>กล่าวโดยสรุป <strong>Adaptability</strong> เป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับปี ค.ศ. 2030 เพราะช่วยให้บุคคลสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งใหม่ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน งานวิจัยของ OECD และ Nesta สนับสนุนว่า ความสำเร็จในอนาคตจะขึ้นอยู่กับ <strong>การคิดอย่างยืดหยุ่น (Flexible Thinking)</strong> <strong>การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</strong> และ <strong>ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</strong></p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย การพัฒนาทักษะการปรับตัวจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างศักยภาพในการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเป็นพลเมืองที่สามารถรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างยั่งยืน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p>Source : <strong>เอกสารอ้างอิง (รูปแบบ APA 7th Edition)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Nesta. (2017). <em>The Future of Skills: Employment in 2030</em>. <a href="https://media.nesta.org.uk/documents/the_future_of_skills_employment_in_2030_0.pdf">https://media.nesta.org.uk/documents/the_future_of_skills_employment_in_2030_0.pdf</a></li>



<li>OECD. (2023). <em>OECD Learning Compass 2030: Adaptability</em>. <a href="https://www.oecd.org/education/2030-project/">https://www.oecd.org/education/2030-project/</a></li>



<li>World Economic Forum. (2025). <em>The Future of Jobs Report 2025</em>. <a href="https://www.weforum.org/reports/the-future-of-jobs-report-2025/">https://www.weforum.org/reports/the-future-of-jobs-report-2025/</a></li>
</ul>



<p><strong>หมายเหตุสำหรับนักศึกษา:</strong> เมื่ออ้างอิงในเนื้อหา (in-text citation) สามารถใช้รูปแบบ เช่น <em>(OECD, 2023)</em>, <em>(Nesta, 2017)</em> และ <em>(World Economic Forum, 2025)</em> ตามมาตรฐาน APA 7th Edition.</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/">Why Adaptability Will Be the Most Important Skill in 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/07/19/why-adaptability-will-be-the-most-important-skill-in-2030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Will AI Make University Degrees Less Valuable by 2030</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2026 13:38:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2104</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้ปริญญามหาวิทยาลัยมีคุณค่าน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/">Will AI Make University Degrees Less Valuable by 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2105" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/07/will_ai_make_university_degrees_less_valuable_by_2030_k8puyxp0f67eysihy7yq_1.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI) </strong><strong>จะทำให้ปริญญามหาวิทยาลัยมีคุณค่าน้อยลงภายในปี ค.ศ. 2030 </strong><strong>หรือไม่</strong></p>



<p>ภายในปี ค.ศ. 2030 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มีแนวโน้มที่จะทำให้ <strong>ปริญญาบางสาขามีคุณค่าลดลง</strong> แต่ไม่น่าจะทำให้ <strong>ปริญญามหาวิทยาลัยโดยรวมหมดความสำคัญ</strong> สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงคือ นายจ้างจะให้ความสำคัญกับ <strong>ทักษะ ความสามารถ และหลักฐานที่แสดงว่าผู้สำเร็จการศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้จริง</strong> มากกว่าการพิจารณาเพียงวุฒิการศึกษา โดยเฉพาะในอาชีพที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมาก</p>



<p><strong>การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น</strong></p>



<p>ปัจจุบัน ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนไปสู่การจ้างงานที่ให้ความสำคัญกับ <strong>ทักษะ (Skills-based Hiring)</strong> มากขึ้น โดยเฉพาะในตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบจาก AI รายงาน <strong>PwC Global AI Jobs Barometer 2025</strong> ระบุว่า ในช่วงปี ค.ศ. 2019–2024 สัดส่วนของประกาศรับสมัครงานที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีวุฒิปริญญา ลดลงจาก <strong>43% </strong><strong>เหลือ 38%</strong> สำหรับตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะเดียวกัน ทักษะที่นายจ้างต้องการในงานกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าอาชีพอื่นถึง <strong>66%</strong> ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า นายจ้างกำลังให้ความสำคัญกับ <strong>สิ่งที่ผู้สมัครสามารถทำได้ในปัจจุบัน</strong> มากกว่าสิ่งที่เคยเรียนมาเมื่อหลายปีก่อน</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้บุคคลสามารถเรียนรู้ความรู้เฉพาะทางได้รวดเร็วและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นแหล่งความรู้เพียงแห่งเดียวเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังปรับตัวด้วยการนำ AI มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) และการสนับสนุนนักศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล</p>



<p><strong>เหตุใดปริญญาจึงยังคงมีความสำคัญ</strong></p>



<p>แม้ AI จะสามารถช่วยในการเรียนรู้และทำงานได้มากขึ้น แต่ <strong>ปริญญามหาวิทยาลัยยังคงมีคุณค่าในหลายมิติ</strong> เพราะปริญญาไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานว่าผู้เรียนได้รับความรู้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความสามารถในการทำงานระยะยาวภายใต้มาตรฐานทางวิชาการที่องค์กรต่าง ๆ ให้การยอมรับ</p>



<p>ผลการศึกษาของ PwC ยังชี้ให้เห็นว่า แม้งานหลายประเภทจะได้รับการเสริมด้วย AI หรือมีระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย แต่ตำแหน่งงานส่วนใหญ่ยังคงต้องการผู้สมัครที่มีวุฒิปริญญา นั่นหมายความว่า การศึกษาระดับอุดมศึกษายังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการประกอบอาชีพจำนวนมาก</p>



<p>โดยเฉพาะวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับ <strong>กฎหมาย จริยธรรม การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และความเชื่อมั่นของสังคม</strong> เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ การศึกษา และงานภาครัฐ สาขาเหล่านี้ไม่น่าจะลดความสำคัญของปริญญาในระยะเวลาอันใกล้ เพราะสังคมต้องการบุคลากรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงผู้ที่สามารถใช้ AI ทำงานได้รวดเร็ว</p>



<p>ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่คำถามว่า <strong>&#8220;</strong><strong>ปริญญาจะยังจำเป็นหรือไม่&#8221;</strong> แต่เป็นคำถามว่า <strong>&#8220;</strong><strong>ปริญญาสาขาใดจะยังคงมีคุณค่าในตลาดแรงงาน&#8221;</strong></p>



<p><strong>ปริญญาที่มีความเสี่ยงมากที่สุด</strong></p>



<p>ปริญญาที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ หลักสูตรที่เน้นการท่องจำ ถ่ายทอดความรู้แบบเดิม หรือวัดผลด้วยงานที่ AI สามารถสร้างหรือช่วยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากหลักสูตรขาดการฝึกปฏิบัติ ขาดประสบการณ์จริง หรือไม่เชื่อมโยงกับความต้องการของอุตสาหกรรม นายจ้างอาจให้ความสำคัญกับ <strong>แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)</strong> การฝึกงาน ใบรับรองวิชาชีพ (Professional Certifications) และประสบการณ์จากโครงการจริง มากกว่าวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว</p>



<p>แม้แต่ปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำก็อาจเผชิญแรงกดดัน หาก AI ทำให้การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพสูงเป็นเรื่องง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำจะสูญเสียคุณค่า แต่ข้อได้เปรียบของมหาวิทยาลัยเหล่านี้อาจเปลี่ยนจาก <strong>ความพิเศษในการเข้าศึกษา</strong> ไปสู่ <strong>คุณภาพของบัณฑิต เครือข่ายศิษย์เก่า ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และชื่อเสียงของสถาบัน</strong></p>



<p><strong>ปริญญาแบบใดที่จะยังคงมีคุณค่า</strong></p>



<p>ปริญญาที่มีความยืดหยุ่นและมีคุณค่าในอนาคต คือ หลักสูตรที่ผสมผสาน <strong>ความรู้เชิงลึกในสาขาวิชา</strong> เข้ากับ <strong>ทักษะของมนุษย์</strong> และ <strong>ความสามารถในการใช้ AI </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>



<p>สาขาวิชาที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การตัดสินใจเชิงจริยธรรม การสื่อสาร ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง จะยังคงเป็นที่ต้องการ เนื่องจากทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์</p>



<p>นอกจากนี้ ปริญญาจะมีคุณค่ามากขึ้น หากหลักสูตรมีความเชื่อมโยงกับประสบการณ์การทำงานจริง ผ่านการฝึกงาน ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย หรือโครงการที่สามารถแสดงผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นายจ้างในอนาคตกำลังมองหาผู้สำเร็จการศึกษาที่สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ผลลัพธ์ และตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>



<p>กล่าวอีกนัยหนึ่ง <strong>ปริญญาจะมีคุณค่าเมื่อเป็นหลักฐานของ &#8220;ความสามารถ&#8221; (Capability) </strong><strong>มากกว่าการเป็นเพียง &#8220;ใบรับรอง&#8221; (Certificate)</strong></p>



<p><strong>แนวโน้มภายในปี ค.ศ. 2030</strong></p>



<p>ภายในปี ค.ศ. 2030 ปริญญามหาวิทยาลัยอาจมีคุณค่า <strong>ลดลงในฐานะเครื่องยืนยันความสามารถเพียงอย่างเดียว</strong> แต่จะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>ชุดทักษะ (Skills Profile)</strong> ที่ครอบคลุมมากขึ้น</p>



<p>นักศึกษาที่เรียนควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้าน AI การฝึกงาน การทำวิจัย การสร้างโครงการจริง การแข่งขันทางวิชาการ และการฝึกแก้ปัญหาในสถานการณ์การทำงาน จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดแรงงานมากกว่าผู้ที่มีเพียงวุฒิปริญญาแต่ขาดประสบการณ์และทักษะที่จำเป็น</p>



<p>ในทางกลับกัน ผู้ที่พึ่งพาปริญญาเพียงอย่างเดียวอาจพบว่า วุฒิการศึกษาไม่สามารถรับประกันโอกาสในการทำงานได้เหมือนในอดีต เนื่องจากตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และนายจ้างสามารถประเมินทักษะของผู้สมัครได้จากผลงานจริงมากขึ้น</p>



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>การคาดการณ์ที่มีเหตุผลที่สุด คือ AI จะ <strong>ไม่ทำให้ปริญญามหาวิทยาลัยหมดคุณค่า</strong> แต่จะทำให้ <strong>คุณค่าของปริญญาแต่ละประเภทแตกต่างกันมากขึ้น</strong> AI จะลดคุณค่าของวุฒิการศึกษาบางสาขา เพิ่มความสำคัญของทักษะเชิงปฏิบัติ และผลักดันให้มหาวิทยาลัยต้องพิสูจน์บทบาทและความเกี่ยวข้องกับโลกการทำงานอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<p>ดังนั้น ภายในปี ค.ศ. 2030 ปริญญามหาวิทยาลัยจะยังคงมีความสำคัญ แต่ปริญญาที่มีคุณค่ามากที่สุดจะเป็นปริญญาที่สะท้อนให้เห็นถึง <strong>ความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้ตลอดชีวิต การใช้ AI </strong><strong>อย่างเหมาะสม และการประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง</strong> มากกว่าการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเพียงอย่างเดียว</p>



<p>Source: CNBC.com</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/">Will AI Make University Degrees Less Valuable by 2030</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/07/05/will-ai-make-university-degrees-less-valuable-by-2030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>National AI Policies and Their Impact on University Students</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 05:47:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2100</guid>

					<description><![CDATA[<p>นโยบาย AI ระดับชาติส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างไร?  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/">National AI Policies and Their Impact on University Students</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945.jpg" alt="" class="wp-image-2101" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945.jpg 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-300x300.jpg 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-150x150.jpg 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-768x768.jpg 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-24x24.jpg 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-48x48.jpg 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what-is-artificial-intelligence-video-409945-96x96.jpg 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">A futuristic classroom setting with a diverse group of students engaged in learning about artificial intelligence. In the background, a large screen displays abstract visuals of neural networks and digital data streams, symbolizing AI technology. The students are interacting with holographic AI models, showcasing the integration of technology in education. </figcaption></figure></div>


<p><strong>นโยบาย AI </strong><strong>ระดับชาติส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างไร?</strong></p>



<p><strong>เมื่อ AI </strong><strong>ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นนโยบายที่กำหนดอนาคตการศึกษา</strong></p>



<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษา หลายประเทศทั่วโลกได้ออก “นโยบาย AI ระดับชาติ” (National AI Policies) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัย การพัฒนากำลังคน และการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ</p>



<p>แม้ว่านโยบายเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องของรัฐบาลหรือผู้กำหนดนโยบาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักศึกษามหาวิทยาลัยคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะนโยบาย AI มีอิทธิพลต่อวิธีการเรียนรู้ การประเมินผล ทักษะที่จำเป็นในอนาคต ตลอดจนโอกาสในการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา</p>



<p>ดังนั้น การทำความเข้าใจนโยบาย AI จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับโลกการทำงานและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</p>



<p><strong>1. </strong><strong>นโยบาย AI </strong><strong>ช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาทักษะของนักศึกษา</strong></p>



<p>หนึ่งในเป้าหมายหลักของนโยบาย AI ระดับชาติคือการพัฒนากำลังคนที่มีความสามารถในการใช้และพัฒนา AI รัฐบาลหลายประเทศตระหนักว่าแรงงานในอนาคตจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงได้รับแรงสนับสนุนให้ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)</li>



<li>การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)</li>



<li>จริยธรรม AI (AI Ethics)</li>



<li>ความปลอดภัยทางไซเบอร์</li>



<li>การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking)</li>



<li>AI Literacy หรือความรู้เท่าทัน AI</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา สิ่งนี้หมายความว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะความรู้ในสาขาวิชาเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคต</p>



<p>แม้นักศึกษาจะเรียนในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรง เช่น บริหารธุรกิจ การศึกษา นิเทศศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ แต่ความสามารถในการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพก็กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่นายจ้างต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. AI </strong><strong>เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย</strong></p>



<p>นโยบาย AI ของรัฐบาลมักสนับสนุนให้สถาบันการศึกษานำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน</p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถช่วยนักศึกษาได้หลายด้าน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรุปบทเรียน</li>



<li>แปลภาษา</li>



<li>ช่วยค้นคว้างานวิจัย</li>



<li>ช่วยเขียนโค้ด</li>



<li>สร้างแบบฝึกหัดเฉพาะบุคคล</li>



<li>ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานเขียน</li>
</ul>



<p>เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติ เครื่องมือเหล่านี้จึงมีโอกาสถูกนำมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น</p>



<p>ข้อดีสำคัญคือการเรียนรู้มีความเป็นรายบุคคล (Personalized Learning) มากขึ้น นักศึกษาสามารถเรียนตามจังหวะของตนเอง และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับระดับความรู้ของตน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการใช้งาน AI อย่างมีวิจารณญาณ เพราะ AI ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป บางครั้งอาจสร้างข้อมูลที่ผิดพลาดหรือมีอคติได้</p>



<p>ดังนั้น นโยบาย AI ที่ดีจึงไม่ควรสอนเพียง “วิธีใช้ AI” แต่ต้องสอน “วิธีคิดเกี่ยวกับ AI” ด้วย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. AI Literacy </strong><strong>ทักษะสำคัญของนักศึกษาในยุคใหม่</strong></p>



<p>ในอดีต ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ถือเป็นทักษะสำคัญ แต่ในปัจจุบัน ความรู้เท่าทัน AI หรือ AI Literacy กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นไม่แพ้กัน</p>



<p>AI Literacy ไม่ได้หมายถึงการเขียนโปรแกรม AI เท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถในการ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เข้าใจข้อจำกัดของ AI</li>



<li>ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล</li>



<li>รู้จักอคติของอัลกอริทึม</li>



<li>ประเมินความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์</li>



<li>ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม</li>
</ul>



<p>นักศึกษาที่มี AI Literacy สูงจะสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม หากพึ่งพา AI มากเกินไปโดยไม่เข้าใจข้อจำกัด อาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาในระยะยาว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>นโยบาย AI </strong><strong>กับความเท่าเทียมทางการศึกษา</strong></p>



<p>แม้ AI จะมีศักยภาพในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่หากออกแบบนโยบายไม่ดี ก็อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน</p>



<p>นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือมีทรัพยากรพร้อม มักเข้าถึงเครื่องมือ AI คุณภาพสูง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการสนับสนุนจากอาจารย์ได้ง่ายกว่า</p>



<p>ในขณะที่นักศึกษาจากพื้นที่ห่างไกลหรือสถาบันที่มีทรัพยากรจำกัด อาจเผชิญกับอุปสรรค เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขาดอุปกรณ์ดิจิทัล</li>



<li>อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร</li>



<li>ขาดการฝึกอบรม</li>



<li>ขาดโอกาสเข้าถึงเครื่องมือ AI</li>
</ul>



<p>ดังนั้น นโยบาย AI ระดับชาติจึงควรมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสนับสนุนเครื่องมือแบบเปิด (Open Access) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียมกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. AI </strong><strong>กับความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</strong></p>



<p>หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในมหาวิทยาลัยทั่วโลกคือเรื่อง “ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ” (Academic Integrity)</p>



<p>ปัจจุบันนักศึกษาจำนวนมากใช้ AI ในการ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรุปเนื้อหา</li>



<li>ค้นคว้าข้อมูล</li>



<li>ระดมความคิด</li>



<li>ช่วยเขียนรายงาน</li>
</ul>



<p>คำถามสำคัญคือ การใช้ AI มากน้อยเพียงใดจึงถือว่าเหมาะสม?</p>



<p>นโยบาย AI ของทั้งรัฐบาลและมหาวิทยาลัยกำลังพยายามหาคำตอบสำหรับคำถามนี้</p>



<p>งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การเน้นตรวจจับหรือการลงโทษเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน</p>



<p>แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ</li>



<li>การกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน</li>



<li>การเปิดเผยการใช้ AI อย่างโปร่งใส</li>



<li>การออกแบบการประเมินผลรูปแบบใหม่</li>
</ul>



<p>ตัวอย่างเช่น อาจารย์อาจเน้นการสอบปากเปล่า การสะท้อนความคิด (Reflection) หรือการทำโครงงานที่แสดงกระบวนการคิดมากกว่าผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นโยบาย AI </strong><strong>กับอนาคตการทำงานของนักศึกษา</strong></p>



<p>ตลาดแรงงานในอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของ AI</p>



<p>งานบางประเภทอาจถูกทำงานอัตโนมัติมากขึ้น ขณะที่งานใหม่ ๆ เกี่ยวกับข้อมูล AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>นโยบาย AI ของหลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling)</li>



<li>การเพิ่มทักษะเดิม (Upskilling)</li>



<li>การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา นี่หมายความว่าการเรียนเพื่อรับปริญญาเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป</p>



<p>ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอนาคตจะต้องสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตการทำงาน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>7. </strong><strong>บทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทยและอาเซียน</strong></p>



<p>ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศต่าง ๆ มีระดับความพร้อมด้าน AI แตกต่างกัน บางประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ขณะที่บางประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น</p>



<p>ดังนั้น นโยบาย AI ที่มีประสิทธิภาพควรเชื่อมโยงกับการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างใกล้ชิด</p>



<p>มหาวิทยาลัยควรได้รับการสนับสนุนให้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พัฒนาหลักสูตร AI Literacy</li>



<li>ส่งเสริมการวิจัยด้าน AI</li>



<li>สร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม</li>



<li>พัฒนาทักษะดิจิทัลของนักศึกษา</li>



<li>ส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม</li>
</ul>



<p>หากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาค</p>



<p><strong>สรุป</strong></p>



<p>นโยบาย AI ระดับชาติส่งผลต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนโยบายเหล่านี้กำหนดทั้งวิธีการเรียนรู้ การประเมินผล การเข้าถึงเทคโนโลยี และการเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต</p>



<p>นักศึกษายุคใหม่จึงไม่ควรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่ควรมองว่าเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้และใช้อย่างมีวิจารณญาณ ผู้ที่สามารถผสมผสานความรู้เฉพาะทางเข้ากับ AI Literacy ความคิดเชิงวิพากษ์ จริยธรรม และความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะเป็นผู้ที่พร้อมที่สุดสำหรับโลกการทำงานในยุค AI</p>



<p>source : iesalc</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/">National AI Policies and Their Impact on University Students</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/06/22/national-ai-policies-and-their-impact-on-university-students/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเรียนรู้ของมนุษย์ยังมีคุณค่าอย่างไรในอนาคตที่ AI ครองโลก</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2026 16:10:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[kid]]></category>
		<category><![CDATA[parents]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2096</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/">การเรียนรู้ของมนุษย์ยังมีคุณค่าอย่างไรในอนาคตที่ AI ครองโลก</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2097" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/what_makes_human_learning_valuable_in_an_ai-dominated_future_czdq07z6i1eg1u3xhh1m_0.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่การศึกษา การทำงาน ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “เมื่อ AI สามารถตอบคำถาม เขียนบทความ แปลภาษา และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มนุษย์ยังจำเป็นต้องเรียนรู้อีกหรือไม่?”</p>



<p>คำตอบคือ “จำเป็นอย่างยิ่ง” เพราะการเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างคำตอบ แต่เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิด ตัดสินใจ เข้าใจผู้อื่น และดำเนินชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ทำไมการเรียนรู้ของมนุษย์จึงยังสำคัญ</a></h2>



<p>แม้ AI จะสามารถสรุปข้อมูล เขียนรายงาน แปลภาษา หรือแก้ปัญหางานที่เป็นกิจวัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มนุษย์ยังคงต้องเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรคือข้อมูลที่ถูกต้อง มีประโยชน์ และเหมาะสมต่อการนำไปใช้</p>



<p>ความกังวลสำคัญในวงการศึกษาปัจจุบันคือ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้นักศึกษาลดการใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ หากปล่อยให้ AI ทำหน้าที่แทนในส่วนที่เป็นกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมด นักศึกษาอาจได้รับคำตอบที่รวดเร็ว แต่ไม่ได้พัฒนาความสามารถในการตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือประเมินคุณภาพของคำตอบนั้น</p>



<p>แท้จริงแล้ว การเรียนรู้ไม่ได้หมายถึงการได้คำตอบที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล ตั้งคำถามอย่างลึกซึ้ง และพัฒนาความเข้าใจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>การเรียนรู้ช่วยสร้างความหมายและคุณค่าของชีวิต</a></h2>



<p>การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดขึ้นผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ทั้งการลองผิดลองถูก การสะท้อนความคิด (reflection) การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำงานร่วมกับผู้อื่น</p>



<p>หลายครั้ง ความรู้ที่มีคุณค่าที่สุดไม่ได้เกิดจากการอ่านคำตอบสำเร็จรูป แต่เกิดจากการต่อสู้กับปัญหา การวิเคราะห์มุมมองที่แตกต่าง และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p>



<p>องค์กรด้านการศึกษาระดับโลกอย่าง UNESCO ได้เน้นย้ำว่า การนำ AI มาใช้ในการศึกษาควรให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Education) โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความยุติธรรม และการมีส่วนร่วมของทุกคน มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพหรือความรวดเร็วของเทคโนโลยี</p>



<p>นั่นหมายความว่า การศึกษาที่ดีไม่เพียงสอนให้นักศึกษารู้ข้อมูล แต่ยังช่วยให้พวกเขาเข้าใจผลกระทบของการกระทำ เข้าใจผู้อื่น และสามารถตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมในโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>สิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์</a></h2>



<p>AI มีความสามารถโดดเด่นในการวิเคราะห์รูปแบบข้อมูลจำนวนมหาศาลและสร้างข้อความที่คล้ายกับมนุษย์ แต่ AI ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิต ความรู้สึก ความรับผิดชอบ หรือความเข้าใจบริบททางสังคมในแบบเดียวกับมนุษย์</p>



<p>AI อาจสามารถอธิบายความหมายของคำว่า “ความสูญเสีย” หรือ “ความรัก” ได้ แต่ไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นจริง ๆ ได้</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ นักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้จำนวนมากจึงเสนอว่า นักศึกษาไม่ควร “มอบการคิดทั้งหมดให้ AI” แต่ควรใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ ในขณะที่ยังคงรักษากระบวนการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ไว้กับตนเอง</p>



<p>โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งการสร้างข้อโต้แย้งทางวิชาการ การวิเคราะห์เชิงลึก และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้สูญเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะเหล่านี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังคงมีความสำคัญ</a></h2>



<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้อย่างแท้จริงคือ “ความสัมพันธ์ของมนุษย์”</p>



<p>การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นจากตำราเรียนหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพูดคุยกับอาจารย์ การทำงานร่วมกับเพื่อน การได้รับคำแนะนำ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแม้กระทั่งการถกเถียงในห้องเรียน</p>



<p>ความสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยพัฒนาความมั่นใจ อัตลักษณ์ และความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่</p>



<p>AI อาจให้คำตอบได้ แต่ไม่สามารถสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจ หรือแรงบันดาลใจในรูปแบบเดียวกับมนุษย์ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ทักษะที่สำคัญมากขึ้นในยุค AI</a></h2>



<p>เมื่อ AI สามารถทำงานเชิงเทคนิคได้มากขึ้น ทักษะที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับมนุษย์กลับเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์</p>



<p>ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</li>



<li>ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</li>



<li>การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving)</li>



<li>การสื่อสาร (Communication)</li>



<li>การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)</li>



<li>การตัดสินใจเชิงจริยธรรม (Ethical Reasoning)</li>



<li>ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)</li>
</ul>



<p>ทักษะเหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น มองเห็นอคติที่อาจซ่อนอยู่ในระบบ และตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบตายตัว</p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย การเตรียมตัวสู่อนาคตจึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้วิธีใช้ AI แต่ต้องเรียนรู้วิธีประเมินข้อมูล สร้างข้อโต้แย้งที่มีเหตุผล ทำงานข้ามศาสตร์ และเข้าใจประเด็นด้านจริยธรรมของเทคโนโลยี เช่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และความเสี่ยงจากการเลือกปฏิบัติ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ตัวอย่างในชีวิตจริงของนักศึกษา</a></h2>



<p>ลองจินตนาการว่านักศึกษาคนหนึ่งกำลังเขียนรายงานเกี่ยวกับนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>



<p>AI อาจช่วยสร้างโครงร่างบทความ ค้นหาข้อมูลเบื้องต้น หรือสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ภายในไม่กี่วินาที</p>



<p>แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนนักศึกษาได้คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การประเมินว่าแหล่งข้อมูลใดน่าเชื่อถือ</li>



<li>การเลือกมุมมองหรือข้อโต้แย้งที่ต้องการนำเสนอ</li>



<li>การเชื่อมโยงข้อมูลกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนจริง</li>



<li>การพิจารณาด้านจริยธรรมและผลกระทบต่อสังคม</li>
</ul>



<p>กระบวนการเหล่านี้คือหัวใจของการเรียนรู้ เพราะเป็นการเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้กลายเป็น “ความเข้าใจ” และเปลี่ยน “ความเข้าใจ” ให้กลายเป็น “วิจารณญาณ”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>บทสรุป</a></h2>



<p>แม้ AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีบทบาทสำคัญในอนาคต แต่การเรียนรู้ของมนุษย์ยังคงมีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยพัฒนาสิ่งที่ AI ไม่มี ได้แก่ จิตสำนึก ความรับผิดชอบ การตีความ ความยืดหยุ่นทางความคิด ความเห็นอกเห็นใจ และความสามารถในการสร้างความหมายให้กับชีวิต</p>



<p>ในอนาคตที่ AI สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายของการศึกษาไม่ควรเป็นการแข่งขันกับเครื่องจักรในเรื่องความเร็ว แต่ควรเป็นการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นมนุษย์ เพื่อให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด มีจริยธรรม และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง</p>



<p>ดังนั้น นักศึกษาที่จะประสบความสำเร็จในยุค AI ไม่ใช่ผู้ที่ใช้ AI มากที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ พร้อมกับรักษาความสามารถในการคิด เรียนรู้ และตัดสินใจด้วยตนเองไว้ได้เสมอ</p>



<p>source :  harbourspace</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/">การเรียนรู้ของมนุษย์ยังมีคุณค่าอย่างไรในอนาคตที่ AI ครองโลก</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/06/06/what-makes-human-learning-valuable-in-an-ai-dominated-future/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้าวข้าม AI Literacy: การเติบโตของการศึกษาแบบ Human-Centered Education ในยุค AI</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/06/01/beyond-ai-literacy-the-rise-of-human-centered-education/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=beyond-ai-literacy-the-rise-of-human-centered-education</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/06/01/beyond-ai-literacy-the-rise-of-human-centered-education/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2026 07:45:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2093</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intel [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/01/beyond-ai-literacy-the-rise-of-human-centered-education/">ก้าวข้าม AI Literacy: การเติบโตของการศึกษาแบบ Human-Centered Education ในยุค AI</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/beyond_ai_literacy-_the_rise_of_human-centered_education_1mio95tk8599eui0u7yz_0-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2094" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/beyond_ai_literacy-_the_rise_of_human-centered_education_1mio95tk8599eui0u7yz_0-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/beyond_ai_literacy-_the_rise_of_human-centered_education_1mio95tk8599eui0u7yz_0-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/beyond_ai_literacy-_the_rise_of_human-centered_education_1mio95tk8599eui0u7yz_0-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/06/beyond_ai_literacy-_the_rise_of_human-centered_education_1mio95tk8599eui0u7yz_0.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><a>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการศึกษาทั่วโลก ตั้งแต่การช่วยค้นคว้าข้อมูล การสร้างเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการเป็นผู้ช่วยในการเรียนรู้ของนักศึกษา ส่งผลให้ “AI Literacy” หรือ “ความรู้เท่าทัน AI” กลายเป็นทักษะสำคัญที่สถาบันการศึกษาและผู้กำหนดนโยบายให้ความสนใจอย่างมาก</a></p>



<p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า AI Literacy ยังเป็นศาสตร์ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าผู้เรียนควรเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับ AI มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ในขณะเดียวกัน โลกการศึกษากำลังเริ่มมองเห็นแนวโน้มใหม่ที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ การเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นเพียงทักษะทางเทคโนโลยี ไปสู่การศึกษาแบบ “Human-Centered Education” หรือ “การศึกษาที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>AI Literacy คืออะไร และทำไมจึงยังไม่เพียงพอ</a></h2>



<p>AI Literacy หมายถึง ความสามารถในการเข้าใจ ประเมิน และใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ ผู้เรียนควรมีความรู้เกี่ยวกับหลักการทำงานของอัลกอริทึม การรับรู้ถึงอคติ (Bias) ในข้อมูล การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และข้อจำกัดของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น</p>



<p>ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกดิจิทัล แต่หากระบบการศึกษามุ่งเน้นเฉพาะการสอนให้นักศึกษาเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ที่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เราหลงลืมบทบาทสำคัญของการศึกษาในการพัฒนาความเป็นมนุษย์</p>



<p>การศึกษาไม่ควรมีหน้าที่เพียงช่วยให้ผู้เรียนปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี แต่ควรช่วยให้ผู้เรียนสามารถตั้งคำถาม วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ว่าเทคโนโลยีนั้นควรถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสังคมแบบใด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>Human-Centered Education: การศึกษาที่มองมนุษย์เป็นศูนย์กลาง</a></h2>



<p>แนวคิด Human-Centered Education มองว่าการศึกษาไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือคะแนนสอบ แต่เป็นกระบวนการพัฒนามนุษย์ทั้งคน</p>



<p>แนวทางนี้ให้ความสำคัญกับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity)</li>



<li>ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy)</li>



<li>ความรับผิดชอบต่อสังคม (Responsibility)</li>



<li>การดูแลตนเองและผู้อื่น (Care)</li>



<li>สุขภาวะทางกายและใจ (Well-being)</li>



<li>การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)</li>
</ul>



<p>ในมุมมองนี้ การศึกษาไม่ควรถามเพียงว่า</p>



<p>“นักศึกษาควรรู้อะไรเกี่ยวกับ AI?”</p>



<p>แต่ควรถามเพิ่มเติมว่า</p>



<p>“นักศึกษากำลังเติบโตเป็นมนุษย์แบบใดในโลกที่เต็มไปด้วย AI?”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>AI ไม่ได้เป็นกลางเสมอไป</a></h2>



<p>หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Human-Centered Education มีความจำเป็น คือ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เป็นกลางอย่างสมบูรณ์</p>



<p>AI ถูกสร้างขึ้นจากข้อมูล การออกแบบ และสมมติฐานของมนุษย์ ดังนั้น AI อาจสะท้อนหรือขยายอคติที่มีอยู่ในสังคมได้ หากไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ</p>



<p>ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความลำเอียงทางเพศ</li>



<li>ความไม่เท่าเทียมทางสังคม</li>



<li>การละเมิดความเป็นส่วนตัว</li>



<li>ปัญหาด้านลิขสิทธิ์</li>



<li>การเฝ้าระวังข้อมูลผู้ใช้</li>
</ul>



<p>การศึกษาแบบ Human-Centered จึงสนับสนุนให้นักศึกษาตั้งคำถามเชิงจริยธรรมเกี่ยวกับ AI ไม่ใช่เพียงเรียนรู้วิธีใช้งานเท่านั้น</p>



<p>นักศึกษาควรสามารถพิจารณาได้ว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>AI ช่วยสร้างความเป็นธรรมมากขึ้นหรือไม่</li>



<li>การใช้ AI ส่งผลต่อสิทธิของมนุษย์อย่างไร</li>



<li>เทคโนโลยีนี้กำลังรับใช้มนุษย์ หรือเพียงเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร</li>
</ul>



<p>เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ” แต่รวมถึง “การตัดสินใจว่าเมื่อใดไม่ควรใช้ AI”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ความสัมพันธ์ยังคงเป็นหัวใจของการเรียนรู้</a></h2>



<p>แม้ AI จะสามารถสร้างเนื้อหา ให้ข้อเสนอแนะ หรือปรับบทเรียนให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคนได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้คือ “ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์”</p>



<p>ครูสามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สร้างแรงบันดาลใจ</li>



<li>รับฟังปัญหาของผู้เรียน</li>



<li>ให้คำปรึกษา</li>



<li>สร้างความไว้วางใจ</li>



<li>สนับสนุนการเติบโตทางอารมณ์</li>
</ul>



<p>งานวิจัยด้าน Human-Centered Education ชี้ว่า การเรียนรู้ที่มีความหมายเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่ใช่เพียงการรับข้อมูล</p>



<p>ดังนั้น เทคโนโลยีควรทำหน้าที่เสริมพลังการสอนของครู มากกว่าการเข้ามาแทนที่ครู</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ความคิดสร้างสรรค์: ทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้</a></h2>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถสร้างบทความ รูปภาพ โค้ด หรือแม้แต่งานศิลปะได้ภายในไม่กี่วินาที</p>



<p>แต่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างผลลัพธ์ใหม่เท่านั้น</p>



<p>ความคิดสร้างสรรค์ยังรวมถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จินตนาการ</li>



<li>การตีความ</li>



<li>การเชื่อมโยงความรู้ข้ามศาสตร์</li>



<li>การตัดสินใจเชิงคุณค่า</li>



<li>การแก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบตายตัว</li>
</ul>



<p>การศึกษาแบบ Human-Centered จึงสนับสนุนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ทดลอง</li>



<li>สร้างสรรค์</li>



<li>ทำงานร่วมกัน</li>



<li>แก้ปัญหาในโลกจริง</li>
</ul>



<p>กระบวนการเหล่านี้ช่วยสร้างการเรียนรู้เชิงลึกมากกว่าการจดจำข้อมูลเพียงอย่างเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>การสร้างผู้เรียนที่มี Agency</a></h2>



<p>อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ “Learner Agency” หรือความสามารถของผู้เรียนในการกำหนดทิศทางการเรียนรู้ของตนเอง</p>



<p>ในยุคที่ AI สามารถแนะนำเนื้อหาและเส้นทางการเรียนรู้ได้โดยอัตโนมัติ ผู้เรียนอาจกลายเป็นเพียงผู้รับคำแนะนำจากอัลกอริทึม</p>



<p>Human-Centered Education พยายามป้องกันปัญหานี้ โดยส่งเสริมให้นักศึกษา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ด้วยตนเอง</li>



<li>ตั้งคำถาม</li>



<li>สะท้อนคิด</li>



<li>ประเมินตนเอง</li>



<li>ตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง</li>
</ul>



<p>เพราะเป้าหมายของการศึกษาไม่ใช่แค่การปรับตัวให้เข้ากับระบบ แต่คือการสร้างคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงและออกแบบระบบในอนาคตได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>บทบาทใหม่ของอาจารย์ในยุค AI</a></h2>



<p>เมื่อ AI สามารถช่วยงานด้านเอกสาร การประเมินผล และการสร้างเนื้อหาได้มากขึ้น บทบาทของอาจารย์จึงยิ่งมีความสำคัญในฐานะ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้ออกแบบการเรียนรู้</li>



<li>ที่ปรึกษา</li>



<li>ผู้นำทางด้านจริยธรรม</li>



<li>ผู้สร้างแรงบันดาลใจ</li>
</ul>



<p>การพัฒนาวิชาชีพครูในอนาคตจึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการเรียนรู้เครื่องมือ AI แต่ต้องรวมถึงการพัฒนาด้านการสอน จิตวิทยาการเรียนรู้ และการพัฒนามนุษย์ด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><a>ความสำคัญต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a></h2>



<p>สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปลี่ยนผ่านสู่ Human-Centered Education มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากแต่ละประเทศมีระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีและทรัพยากรทางการศึกษาที่แตกต่างกัน</p>



<p>แนวทางที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางช่วยลดความเสี่ยงที่การนำเทคโนโลยีมาใช้จะยิ่งขยายช่องว่างทางการศึกษา</p>



<p>นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยคำนึงถึงคุณค่าต่าง ๆ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความเอื้อเฟื้อ</li>



<li>ความเคารพ</li>



<li>ความรับผิดชอบต่อชุมชน</li>



<li>การอยู่ร่วมกันในสังคม</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading"><a>บทสรุป</a></h2>



<p>AI Literacy เป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 แต่เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ</p>



<p>อนาคตของการศึกษาไม่ได้อยู่ที่การสร้างผู้ใช้ AI ที่เก่งที่สุดเท่านั้น แต่อยู่ที่การสร้างมนุษย์ที่สามารถใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม</p>



<p>การศึกษาแบบ Human-Centered Education จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอกเห็นใจ ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจเชิงคุณค่า และความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น</p>



<p>ท้ายที่สุด ภารกิจที่แท้จริงของการศึกษาไม่ใช่เพียงการสอนให้นักศึกษาอยู่ร่วมกับ AI แต่คือการช่วยให้พวกเขายังคงรักษาความเป็นมนุษย์ไว้อย่างสมบูรณ์ในโลกที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน</p>



<p>Source : HumancenterEducation</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/06/01/beyond-ai-literacy-the-rise-of-human-centered-education/">ก้าวข้าม AI Literacy: การเติบโตของการศึกษาแบบ Human-Centered Education ในยุค AI</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/06/01/beyond-ai-literacy-the-rise-of-human-centered-education/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม “ความฉลาดทางอารมณ์” จะสำคัญกว่าทักษะทางเทคนิคในอนาคต</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/05/24/why-emotional-intelligence-will-become-more-important-than-technical-skills/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=why-emotional-intelligence-will-become-more-important-than-technical-skills</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/05/24/why-emotional-intelligence-will-become-more-important-than-technical-skills/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 May 2026 13:02:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[emotional]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2089</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในอดีต คนที่มีทักษะทางเทคนิคสูงมักถูกมองว่าเป็นคนที่ประ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/05/24/why-emotional-intelligence-will-become-more-important-than-technical-skills/">ทำไม “ความฉลาดทางอารมณ์” จะสำคัญกว่าทักษะทางเทคนิคในอนาคต</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-May-24-2026-07_49_06-PM-1024x683.png" alt="" class="wp-image-2090" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-May-24-2026-07_49_06-PM-1024x683.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-May-24-2026-07_49_06-PM-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-May-24-2026-07_49_06-PM-768x512.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-May-24-2026-07_49_06-PM.png 1536w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในอดีต คนที่มีทักษะทางเทคนิคสูงมักถูกมองว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบระบบ หรือการแก้ปัญหาทางวิศวกรรม ทักษะเหล่านี้เคยเป็น “ข้อได้เปรียบหลัก” ที่ทำให้คนได้งาน ได้เลื่อนตำแหน่ง และมีรายได้สูง แต่ในปี 2026 โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากการเติบโตของ AI และระบบอัตโนมัติ ทำให้หลายองค์กรเริ่มมองหาสิ่งที่ “เครื่องจักรยังแทนมนุษย์ไม่ได้” มากขึ้น และหนึ่งในสิ่งนั้นคือ “ความฉลาดทางอารมณ์” หรือ Emotional Intelligence (EQ)</p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถเขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล สร้างรายงาน หรือแม้แต่ช่วยตอบคำถามลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว หลายงานที่เคยต้องใช้ทักษะเฉพาะทางกำลังถูกทำให้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยี นั่นหมายความว่า “ความเก่งทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป คนที่โดดเด่นจริง ๆ คือคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น เข้าใจอารมณ์ของทีม สื่อสารได้ดี และปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>



<p><strong>ความฉลาดทางอารมณ์คืออะไร</strong></p>



<p>ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น รวมถึงการจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม ซึ่งประกอบด้วยหลายด้าน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การตระหนักรู้ตนเอง (Self-awareness)</li>



<li>การควบคุมอารมณ์ (Self-regulation)</li>



<li>ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy)</li>



<li>ทักษะการสื่อสาร (Communication)</li>



<li>การสร้างความสัมพันธ์ (Relationship management)</li>
</ul>



<p>คนที่มี EQ สูงไม่ได้หมายความว่าเป็นคนอ่อนโยนเสมอไป แต่คือคนที่สามารถรับมือกับความกดดัน เข้าใจคนรอบข้าง และแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p><strong>ทำไมโลกการทำงานจึงให้ความสำคัญกับ EQ </strong><strong>มากขึ้น</strong></p>



<p>หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ “ทักษะทางเทคนิคเริ่มถูกแทนที่ได้ง่ายขึ้น” AI สามารถเรียนรู้รูปแบบงานซ้ำ ๆ และทำได้เร็วกว่าแม่นยำกว่ามนุษย์ในหลายด้าน ตัวอย่างเช่น โปรแกรม AI สามารถช่วยสร้างเว็บไซต์ วิเคราะห์ข้อมูล หรือเขียนบทความเบื้องต้นได้ภายในไม่กี่วินาที</p>



<p>แต่สิ่งที่ AI ยังทำได้ยาก คือการเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ การสร้างความไว้วางใจ หรือการสื่อสารที่ซับซ้อนในสถานการณ์จริง เช่น การจัดการปัญหาภายในทีม การรับฟังลูกค้าที่ไม่พอใจ หรือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนทำงานร่วมกัน</p>



<p>ดังนั้น เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาทำงานด้านเทคนิคมากขึ้น “คุณค่าของมนุษย์” จึงเปลี่ยนจากการทำงานเชิงเทคนิค ไปสู่ความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p><strong>โลกยุคใหม่ต้องการการทำงานร่วมกันมากขึ้น</strong></p>



<p>งานในปัจจุบันไม่ใช่การทำงานคนเดียวอีกต่อไป หลายโครงการต้องอาศัยทีมจากหลายสาขา เช่น นักพัฒนา นักออกแบบ นักการตลาด และนักวิเคราะห์ข้อมูล ต้องทำงานร่วมกันตลอดเวลา</p>



<p>ในสถานการณ์แบบนี้ คนที่มี EQ สูงจะช่วยให้ทีมทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น เพราะสามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้</li>



<li>ลดความขัดแย้งภายในทีม</li>



<li>สื่อสารเป้าหมายให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน</li>



<li>สร้างบรรยากาศที่ทำให้คนกล้าแสดงความคิดเห็น</li>
</ul>



<p>ตรงกันข้าม แม้บางคนจะเก่งด้านเทคนิคมาก แต่ถ้าสื่อสารไม่ดี ไม่รับฟังคนอื่น หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคของทีมได้เช่นกัน</p>



<p><strong>EQ </strong><strong>สำคัญต่อการเป็นผู้นำ</strong></p>



<p>ในอดีต ผู้นำมักถูกวัดจากความเชี่ยวชาญหรืออำนาจในการสั่งงาน แต่ปัจจุบันองค์กรต้องการ “ผู้นำที่เข้าใจคน” มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่คนทำงานแบบ Hybrid และ Remote Work</p>



<p>ผู้นำที่มี EQ สูงจะสามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สร้างความเชื่อมั่นให้ทีม</li>



<li>รับฟังปัญหาของพนักงาน</li>



<li>จัดการความเครียดในองค์กร</li>



<li>สร้างแรงจูงใจในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอน</li>
</ul>



<p>สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก เพราะคนทำงานยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่เงินเดือน แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ดี ความเข้าใจ และความเคารพจากองค์กร</p>



<p>หลายบริษัทเริ่มพบว่า พนักงานมักลาออกไม่ใช่เพราะงานยาก แต่เพราะหัวหน้าสื่อสารไม่ดี หรือสร้างแรงกดดันทางอารมณ์มากเกินไป นี่คือเหตุผลที่ EQ กลายเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของผู้นำยุคใหม่</p>



<p><strong>EQ </strong><strong>ช่วยให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น</strong></p>



<p>โลกการทำงานในปี 2026 เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว เศรษฐกิจผันผวน และรูปแบบงานเปลี่ยนตลอดเวลา คนที่มี EQ สูงมักปรับตัวได้ดีกว่า เพราะสามารถจัดการความเครียดและควบคุมอารมณ์ของตนเองได้</p>



<p>ตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดปัญหา คนที่มี EQ สูงจะพยายามวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผล แทนที่จะตอบสนองด้วยอารมณ์ทันที พวกเขามักมองหาแนวทางแก้ปัญหา และช่วยให้คนรอบข้างสงบลงได้ด้วย</p>



<p>ในขณะที่บางคนแม้จะเก่งมาก แต่หากควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็อาจตัดสินใจผิดพลาดในช่วงที่มีแรงกดดันสูง</p>



<p><strong>ทำไมมหาวิทยาลัยควรพัฒนา EQ </strong><strong>ของนักศึกษา</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในยุคใหม่ไม่ควรสอนเพียงความรู้ทางวิชาการ แต่ควรช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมด้วย เพราะเมื่อเข้าสู่โลกการทำงานจริง นายจ้างไม่ได้มองแค่เกรดเฉลี่ยอีกต่อไป</p>



<p>องค์กรจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การสื่อสาร</li>



<li>การทำงานเป็นทีม</li>



<li>ความยืดหยุ่น</li>



<li>การแก้ปัญหา</li>



<li>ความเข้าใจผู้อื่น</li>
</ul>



<p>นักศึกษาที่มีทั้งความรู้และ EQ จะมีโอกาสเติบโตได้เร็วกว่า เพราะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำงานร่วมกับคนหลากหลาย และรับมือกับความท้าทายได้ดี</p>



<p><strong>ทักษะทางเทคนิคยังสำคัญไหม</strong></p>



<p>คำตอบคือ “ยังสำคัญมาก” เพราะทุกอาชีพยังต้องการความรู้เฉพาะทาง เช่น แพทย์ต้องมีความรู้ทางการแพทย์ วิศวกรต้องมีทักษะด้านวิศวกรรม และนักวิเคราะห์ข้อมูลต้องเข้าใจการใช้ข้อมูล</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ทักษะทางเทคนิคกำลังกลายเป็น “มาตรฐานขั้นต่ำ” มากกว่าความได้เปรียบหลัก เมื่อคนจำนวนมากสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI และเรียนรู้ทักษะใหม่ได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ทำให้บางคนโดดเด่นกว่าคนอื่นจึงกลายเป็น EQ</p>



<p>กล่าวง่าย ๆ คือ ทักษะทางเทคนิคช่วยให้คุณ “ทำงานได้” แต่ EQ ช่วยให้คุณ “ทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<p><strong>อนาคตของคนทำงานในยุค AI</strong></p>



<p>ในอนาคต คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอาจไม่ใช่คนที่เก่งเทคนิคที่สุด แต่คือคนที่สามารถผสมผสาน “ความเข้าใจเทคโนโลยี” เข้ากับ “ความเข้าใจมนุษย์” ได้พร้อมกัน</p>



<p>AI อาจช่วยเราทำงานเร็วขึ้น แต่ไม่สามารถแทนความเห็นอกเห็นใจ ความไว้วางใจ หรือการสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแท้จริง นั่นคือเหตุผลที่ Emotional Intelligence กำลังกลายเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกการทำงานยุคใหม่</p>



<p>สุดท้ายแล้ว อนาคตไม่ได้เป็นของคนที่แข่งขันกับ AI ได้ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นของคนที่รู้วิธี “ทำงานร่วมกับ AI” พร้อมกับยังคงรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้อย่างสมดุล</p>



<p>Source : Linkin</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/05/24/why-emotional-intelligence-will-become-more-important-than-technical-skills/">ทำไม “ความฉลาดทางอารมณ์” จะสำคัญกว่าทักษะทางเทคนิคในอนาคต</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/05/24/why-emotional-intelligence-will-become-more-important-than-technical-skills/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
