<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Good Idea! Archives - EduBright Resources</title>
	<atom:link href="https://edubrights.com/resource/category/good-idea/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://edubrights.com/resource/category/good-idea/</link>
	<description>EdTech Solutions</description>
	<lastBuildDate>Sun, 13 Sep 2026 14:02:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.10</generator>

<image>
	<url>https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2018/11/cropped-edb-logo-grey-32x32.png</url>
	<title>Good Idea! Archives - EduBright Resources</title>
	<link>https://edubrights.com/resource/category/good-idea/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความท้าทายในการนำแพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะแห่งชาติของจีนมาใช้ในพื้นที่ชนบท</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/09/13/china-national-smart-education-platform-rural-adoption-challenges-with/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=china-national-smart-education-platform-rural-adoption-challenges-with</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/09/13/china-national-smart-education-platform-rural-adoption-challenges-with/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2026 14:02:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2157</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะแห่งชาติของจีน (China’s Nation [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/09/13/china-national-smart-education-platform-rural-adoption-challenges-with/">ความท้าทายในการนำแพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะแห่งชาติของจีนมาใช้ในพื้นที่ชนบท</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="936" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/09/ChatGPT-Image-13-ก.ย.-2569-20_51_45-1024x936.png" alt="" class="wp-image-2158" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/09/ChatGPT-Image-13-ก.ย.-2569-20_51_45-1024x936.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/09/ChatGPT-Image-13-ก.ย.-2569-20_51_45-300x274.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/09/ChatGPT-Image-13-ก.ย.-2569-20_51_45-768x702.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/09/ChatGPT-Image-13-ก.ย.-2569-20_51_45.png 1312w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>แพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะแห่งชาติของจีน (China’s National Smart Education Platform: NSEP)</strong> ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาระหว่างเมืองกับชนบท โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการนำทรัพยากรการเรียนรู้ดิจิทัลคุณภาพสูงไปให้ผู้เรียนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงได้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเชิงประจักษ์ในช่วงปี 2025–2026 พบว่า การนำ NSEP ไปใช้ในพื้นที่ชนบทยังคงเผชิญกับปัญหาที่เรียกว่า <strong>“</strong><strong>ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลระดับที่สอง” (second-level digital divide)</strong> ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการมีหรือไม่มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึง <strong>ความง่ายในการใช้งาน ความเสถียรของระบบ ทักษะดิจิทัล และการได้รับการสนับสนุนจากผู้เกี่ยวข้อง</strong></p>



<p>การสำรวจขนาดใหญ่ที่ศึกษากลุ่มนักเรียน ครู และผู้บริหารสถานศึกษา พบว่าผู้ใช้ในชนบทยังคงเสียเปรียบในด้านการรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งานและคุณภาพของระบบ แม้จะควบคุมปัจจัยอื่น ๆ แล้วก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบระบบยังอาจสร้างข้อจำกัดให้กับผู้ใช้ในพื้นที่ชนบท</p>



<p><strong>เป้าหมายของนโยบายและความหวังในการลดความเหลื่อมล้ำ</strong></p>



<p>NSEP ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์การศึกษาอัจฉริยะของจีน และมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ <strong>SDG 4 </strong><strong>การศึกษาที่มีคุณภาพ</strong> และ <strong>SDG 10 </strong><strong>การลดความเหลื่อมล้ำ</strong></p>



<p>ภาครัฐของจีนอธิบายว่า NSEP เป็นแหล่งรวมทรัพยากรทางการศึกษาขนาดใหญ่ระดับโลก และช่วยสร้างแนวคิดที่เปรียบเสมือน <strong>“</strong><strong>ห้องเรียนที่เดินทางไปหาผู้เรียน” (walking classroom)</strong> ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนในชนบทสามารถเข้าถึงบทเรียนเดียวกับนักเรียนในเมือง</p>



<p>เอกสารนโยบายล่าสุดยังเน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการและการทดลองนำร่อง เพื่อทดสอบแนวทางใหม่ ๆ ซึ่งสะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายตระหนักว่า คุณภาพของการนำแพลตฟอร์มไปใช้ยังแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลเดียวกันยังชี้ว่า การปิดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทยังคงเป็น <strong>“</strong><strong>แนวรบสำคัญลำดับถัดไป”</strong> เพราะแม้โรงเรียนจะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเกือบทั่วถึงแล้ว แต่ความแตกต่างด้านการใช้งาน ทักษะ และผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ยังคงมีอยู่</p>



<p><strong>1. </strong><strong>ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์</strong></p>



<p>ในระดับพื้นฐาน โรงเรียนชนบทยังคงประสบปัญหาด้านอุปกรณ์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>งานทบทวนวรรณกรรมในปี 2024 ซึ่งถูกนำมาอ้างอิงในงานวิเคราะห์ปี 2026 ประเมินว่า จีนยังขาดคอมพิวเตอร์ประมาณ <strong>8.5 </strong><strong>ล้านเครื่องในพื้นที่ชนบท</strong> เมื่อเทียบกับมาตรฐานระดับชาติที่กำหนดให้มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 15 คน</p>



<p>แม้บางโรงเรียนจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาการเชื่อมต่อก็อาจสูงมาก ตัวอย่างเช่น มีรายงานว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งในมณฑลกานซู่ใช้เงินถึงประมาณ <strong>สองในสามของงบประมาณโรงเรียนไปกับค่าอินเทอร์เน็ต</strong> ทำให้เหลืองบประมาณไม่เพียงพอสำหรับการบำรุงรักษาและจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม</p>



<p>ปัญหายังขยายไปถึงระดับครัวเรือนด้วย แม้สมาร์ตโฟนจะพบได้ทั่วไปในพื้นที่ชนบท แต่การคาดหวังให้นักเรียนใช้โทรศัพท์ของผู้ปกครองในการทำการบ้านหรือใช้งานเครื่องมือ AI เป็นเวลานานอาจไม่เหมาะสม เพราะหลายครอบครัวต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันหรือมีข้อจำกัดด้านแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต</p>



<p>ดังนั้น จึงเกิดช่องว่างระหว่าง <strong>“</strong><strong>โรงเรียนมีอินเทอร์เน็ต”</strong> กับ <strong>“</strong><strong>นักเรียนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเรียนที่บ้านได้อย่างสม่ำเสมอ”</strong></p>



<p><strong>2. </strong><strong>คุณภาพของระบบและความง่ายในการใช้งาน</strong></p>



<p>นอกจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว งานวิจัยล่าสุดยังพบอุปสรรคที่เกิดจากตัวแพลตฟอร์มเอง และปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อผู้ใช้ในชนบทมากกว่าผู้ใช้ในเมือง</p>



<p>การศึกษาเชิงปริมาณเกี่ยวกับ NSEP ในปี 2026 พบความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างผู้ตอบแบบสอบถามในเมืองและชนบทในด้าน <strong>ความง่ายในการใช้งาน (Cohen’s d = 0.78)</strong> และ <strong>คุณภาพของระบบ (d = 0.64)</strong></p>



<p>กล่าวง่าย ๆ คือ ครูและนักเรียนในชนบทมองว่าแพลตฟอร์มใช้งานยากกว่าและมีความเสถียรทางเทคนิคน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ใช้ในเมือง</p>



<p>ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากอินเทอร์เน็ตช้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบที่อาจตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ผู้ใช้มีอินเทอร์เน็ตที่เสถียร มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และสามารถเข้าถึงเจ้าหน้าที่สนับสนุนด้านเทคนิคได้</p>



<p>เมื่อเครือข่ายไม่เสถียรหรืออุปกรณ์เก่า ผู้ใช้ต้องเสียเวลาแก้ปัญหา รอโหลดข้อมูล หรือพยายามทำความเข้าใจกับเมนูที่ใช้งานไม่ง่าย ส่งผลให้ความรู้สึกว่าแพลตฟอร์มมีประโยชน์และความพึงพอใจลดลง</p>



<p>งานวิจัยยังพบว่า <strong>ครูในชนบทมีระดับความง่ายในการใช้งานที่ต่ำกว่านักเรียนและผู้บริหาร</strong> ซึ่งอาจสะท้อนว่าฟังก์ชันสำหรับครู เช่น การจัดการทรัพยากรและการเตรียมการสอน ยังเป็นจุดที่ต้องปรับปรุง</p>



<p><strong>3. </strong><strong>ความพร้อมของครูและการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการสอน</strong></p>



<p>แม้โรงเรียนจะมีโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ แต่ <strong>ความพร้อมของครู</strong> ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ</p>



<p>รายงานระดับประเทศพบว่า AI และเครื่องมือดิจิทัลกำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น ขณะเดียวกันช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลพื้นฐานระหว่างครูในเมืองและชนบทก็ลดลง โดยในหลายตัวชี้วัดมีความแตกต่างน้อยกว่า 5 จุดเปอร์เซ็นต์</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ครูต้องการไม่ได้มีเพียง “ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี” แต่คือ <strong>คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง</strong> เช่น วิธีสร้างสื่อการเรียนรู้ วิธีใช้เครื่องมือให้มีประสิทธิภาพ และวิธีนำเทคโนโลยีไปประยุกต์กับสถานการณ์การเรียนการสอนเฉพาะด้าน</p>



<p>เกือบครึ่งหนึ่งของครูต้องการกฎระเบียบและแนวทางด้านจริยธรรมที่ชัดเจนขึ้นสำหรับการใช้ AI ในการศึกษา แสดงให้เห็นว่าครูจำนวนไม่น้อยยังไม่มั่นใจว่า AI ควรถูกนำมาใช้ในลักษณะใดจึงจะเหมาะสม</p>



<p>ในพื้นที่ชนบท ปัญหานี้ยิ่งซับซ้อนขึ้น เนื่องจากครูอาจมีโอกาสเข้าร่วมการพัฒนาวิชาชีพคุณภาพสูงน้อยกว่า มีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูน้อยกว่า และมีภาระงานที่สูงกว่า</p>



<p>หากไม่มีการฝึกอบรมที่ออกแบบโดยคำนึงถึงครูเป็นศูนย์กลางและมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง NSEP อาจกลายเป็นเพียง <strong>คลังเนื้อหาดิจิทัลที่มีทรัพยากรจำนวนมาก แต่ถูกนำมาใช้น้อย</strong> แทนที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนอย่างแท้จริง</p>



<p><strong>4. </strong><strong>ความเหมาะสมของเนื้อหาและบริบทท้องถิ่น</strong></p>



<p>อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญคือ <strong>เนื้อหาบนแพลตฟอร์มต้องสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน</strong></p>



<p>แม้ NSEP จะมีหลักสูตรและทรัพยากรจำนวนมาก แต่ครูในชนบทมักต้องการสื่อที่สอดคล้องกับระบบการสอบในพื้นที่ ตัวอย่างใกล้ตัว และลักษณะห้องเรียนที่มีนักเรียนหลากหลายระดับความสามารถ</p>



<p>งานวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ดิจิทัลในพื้นที่ชนบทชี้ว่า หากเนื้อหาไม่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ผู้ใช้จะมองว่าเนื้อหามีประโยชน์น้อยลง และมีแนวโน้มที่จะใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องลดลง</p>



<p>จีนจึงเริ่มใช้แนวทางการส่งเนื้อหาหลายช่องทาง เช่น ในมณฑลกวางตุ้ง มีการทำงานร่วมกับเครือข่ายวิทยุและโทรทัศน์เพื่อนำหลักสูตรจาก NSEP ไปเผยแพร่ผ่านเคเบิลทีวีไปยังประมาณ <strong>23 </strong><strong>ล้านครัวเรือน</strong></p>



<p>แนวทางนี้สะท้อนแนวคิด <strong>“TV as the last mile”</strong> หรือการใช้โทรทัศน์เป็นช่องทางสุดท้ายในการเข้าถึงผู้เรียน เพื่อแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียรและการขาดแคลนอุปกรณ์ในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล</p>



<p><strong>5. </strong><strong>ข้อจำกัดด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ</strong></p>



<p>งบประมาณเป็นอีกปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อความยั่งยืนของการนำ NSEP ไปใช้ แม้นโยบายระดับชาติจะสนับสนุนให้โรงเรียนวางแผนงบประมาณเพื่อการศึกษาดิจิทัล แต่โรงเรียนชนบทจำนวนมากยังมีงบประมาณจำกัด</p>



<p>หากเงินส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์พื้นฐาน ก็จะเหลืองบประมาณน้อยลงสำหรับการบำรุงรักษา การเปลี่ยนอุปกรณ์ และการฝึกอบรมครู ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการใช้งานแพลตฟอร์มในระยะยาว</p>



<p>นอกจากนี้ การใช้ NSEP อย่างมีประสิทธิภาพยังต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหลายระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ มณฑล เมือง อำเภอ ไปจนถึงโรงเรียน หากพื้นที่ใดมีบุคลากรด้านเทคนิคจำกัดหรือมีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นระบบ นโยบายที่ดีในระดับประเทศก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ดีในระดับโรงเรียนได้</p>



<p><strong>แนวทางแก้ไขที่กำลังเกิดขึ้น</strong></p>



<p>จีนกำลังทดลองแนวทางหลายรูปแบบเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ได้แก่</p>



<p><strong>1. </strong><strong>การส่งเนื้อหาหลายช่องทาง</strong><br>ใช้โทรทัศน์และระบบจัดเก็บเนื้อหาแบบออฟไลน์ เพื่อช่วยนักเรียนที่มีอินเทอร์เน็ตไม่เสถียรหรือไม่มีอุปกรณ์เพียงพอ</p>



<p><strong>2. </strong><strong>โครงการนำร่องแบบเจาะจงพื้นที่</strong><br>มีการดำเนินโครงการใน 10 มณฑลและ 95 เขต ครอบคลุมโรงเรียนชนบท 252 แห่ง และนักเรียนประมาณ 60,000 คน พร้อมการสนับสนุนอย่างเป็นระบบและการจัดการเรียนการสอนมากกว่า 10,000 ชั่วโมง</p>



<p><strong>3. </strong><strong>การสนับสนุนครูโดยเฉพาะ</strong><br>เน้นการอบรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างทรัพยากร การใช้งานระบบ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในสถานการณ์จริง รวมถึงการสร้างแนวทางด้านจริยธรรมในการใช้ AI</p>



<p><strong>4. </strong><strong>การปรับปรุงการออกแบบระบบ</strong><br>เสนอให้มีชุดทรัพยากรแบบออฟไลน์ ระบบที่ใช้แบนด์วิดท์ต่ำ และการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เหมาะกับพื้นที่ชนบทโดยเฉพาะ</p>



<p>เป้าหมายสำคัญของแนวทางเหล่านี้คือการเปลี่ยนจากแนวคิด <strong>“</strong><strong>มีอินเทอร์เน็ตแล้ว”</strong> ไปสู่ <strong>“</strong><strong>สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียม”</strong></p>



<p><strong>บทสรุป: การศึกษาอัจฉริยะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong></p>



<p>หลักฐานจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการนำ NSEP ไปใช้ในพื้นที่ชนบทไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็น <strong>ปัญหาเชิงระบบ</strong> ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายปัจจัย ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ การออกแบบแพลตฟอร์ม ข้อจำกัดด้านความพร้อมของครู ความเหมาะสมของเนื้อหา และข้อจำกัดด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ</p>



<p>การลดช่องว่างทางการศึกษาระหว่างเมืองและชนบทจึงควรให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องหลัก ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ออกแบบระบบให้เหมาะกับพื้นที่ทรัพยากรจำกัด</strong> เช่น มีโหมดออฟไลน์ ระบบที่ใช้งานง่าย และสามารถรับมือกับข้อผิดพลาดได้ดี</li>



<li><strong>ลงทุนในการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง</strong> โดยเน้นการอบรมที่นำไปใช้ได้จริงและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่</li>



<li><strong>จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องและชัดเจน</strong> สำหรับอุปกรณ์ การบำรุงรักษา และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ใช่เน้นเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ</li>



<li><strong>ใช้ช่องทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย</strong> ทั้งเว็บไซต์ โทรทัศน์ และเซิร์ฟเวอร์ออฟไลน์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพความเป็นจริงของแต่ละชุมชน</li>
</ul>



<p>ท้ายที่สุด การมีแพลตฟอร์มการศึกษาดิจิทัลระดับประเทศไม่ได้หมายความว่าความเหลื่อมล้ำจะหายไปโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญกว่าคือ <strong>ผู้เรียนทุกคนสามารถใช้แพลตฟอร์มนั้นได้จริง มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม มีครูที่พร้อมให้คำแนะนำ และได้รับเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง</strong></p>



<p>หากการปรับปรุงเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น NSEP อาจมีความเสี่ยงที่จะ <strong>เพิ่มความเหลื่อมล้ำแทนที่จะลดความเหลื่อมล้ำ</strong> เพราะแม้ทรัพยากรการศึกษาคุณภาพสูงจะมีอยู่ในระบบ แต่ผู้ที่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่อาจยังคงเป็นนักเรียนในโรงเรียนเมืองและพื้นที่ที่มีทรัพยากรพร้อมมากกว่า</p>



<p><strong>ประเด็นที่นักศึกษาควรเรียนรู้</strong></p>



<p>กรณีของ NSEP แสดงให้เห็นว่า <strong>“Digital Access </strong><strong>ไม่เท่ากับ Digital Equity”</strong> การมีอินเทอร์เน็ตหรือมีแพลตฟอร์มออนไลน์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา</p>



<p>การศึกษาในยุคดิจิทัลจึงต้องคิดให้ไกลกว่าเรื่อง <strong>“</strong><strong>ใครเข้าถึงเทคโนโลยีได้?”</strong> และถามต่อว่า <strong>“</strong><strong>ใครสามารถใช้เทคโนโลยีนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใครกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง?”</strong></p>



<p>นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับการพัฒนา AI และการศึกษาอัจฉริยะในอนาคต ไม่ว่าจะในจีน เอเชีย หรือประเทศไทย</p>



<p>Source : MDPI</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/09/13/china-national-smart-education-platform-rural-adoption-challenges-with/">ความท้าทายในการนำแพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะแห่งชาติของจีนมาใช้ในพื้นที่ชนบท</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/09/13/china-national-smart-education-platform-rural-adoption-challenges-with/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Rise of AI Literacy Programs in Asian Universities</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2026 07:39:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI LITERACY]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2131</guid>

					<description><![CDATA[<p>AI Literacy กับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย ทักษะคว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/">The Rise of AI Literacy Programs in Asian Universities</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>AI Literacy </strong><strong>กับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย</strong></p>



<p><strong>ทักษะความรู้และความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy)</strong> กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากในระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเอเชีย การเกิดขึ้นของ Generative AI หรือ AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ได้ เช่น ChatGPT, Gemini และ Copilot ได้เปลี่ยนวิธีที่นักศึกษาเรียน เขียนงาน ทำวิจัย และเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงาน</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงกำลังก้าวออกจากแนวคิดเดิมที่มองว่าเรื่อง AI เป็นความรู้เฉพาะสำหรับนักศึกษาด้านคอมพิวเตอร์หรือวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยจำนวนมากเริ่มนำ <strong>AI Literacy</strong> มาใช้กับนักศึกษาทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นศึกษาศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงศิลปะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-1024x683.png" alt="" class="wp-image-2132" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-1024x683.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM-768x512.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/ChatGPT-Image-Aug-23-2026-02_18_19-PM.png 1536w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>AI Literacy </strong><strong>คืออะไร?</strong></p>



<p>AI Literacy ไม่ได้หมายถึงเพียง <strong>“</strong><strong>การใช้เครื่องมือ AI </strong><strong>เป็น”</strong> เท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถในการเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร สามารถประเมินความถูกต้องและอคติของคำตอบจาก AI รู้จักปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และสามารถประยุกต์ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์กับปัญหาในสาขาวิชาหรือวิชาชีพของตนเอง</p>



<p>ตามกรอบสมรรถนะของ UNESCO นักศึกษาควรพัฒนา 4 ด้านสำคัญ ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>แนวคิดที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centred mindset)</strong></li>



<li><strong>จริยธรรมด้าน AI (AI Ethics)</strong></li>



<li><strong>ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคและการประยุกต์ใช้ AI (AI Techniques and Applications)</strong></li>



<li><strong>การออกแบบระบบ AI (AI System Design)</strong></li>
</ol>



<p>สำหรับอาจารย์ ยังควรมีความรู้เพิ่มเติมด้าน <strong>การจัดการเรียนการสอนด้วย AI (AI Pedagogy)</strong> และการพัฒนาวิชาชีพโดยใช้ AI สนับสนุน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ทำไม AI Literacy </strong><strong>จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ?</strong></p>



<p>การเติบโตของ AI Literacy ในมหาวิทยาลัยเอเชียเกิดจากแรงกดดันสำคัญ 3 ประการ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การแพร่หลายอย่างรวดเร็วของ Generative AI</li>



<li>ความกังวลเกี่ยวกับการทุจริตทางวิชาการ</li>



<li>ความต้องการบัณฑิตที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>



<p>อย่างไรก็ตาม การนำ AI Literacy มาใช้ยังไม่เท่าเทียมกัน ประเทศหรือระบบการศึกษาที่มีทรัพยากรและเทคโนโลยีพร้อม เช่น <strong>สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน</strong> กำลังพัฒนาโครงการ AI Literacy ในระดับมหาวิทยาลัย ขณะที่มหาวิทยาลัยในบริบทที่มีทรัพยากรจำกัดยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ภาษา และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม</p>



<p><strong>จาก “ห้ามใช้ AI” </strong><strong>สู่ “สอนให้ใช้ AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ”</strong></p>



<p>หลังจาก ChatGPT เปิดตัวในช่วงปลายปี 2022 มหาวิทยาลัยจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า <strong>“</strong><strong>การศึกษาในมหาวิทยาลัยควรเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อ AI </strong><strong>เข้ามามีบทบาท?”</strong></p>



<p>ในช่วงแรก หลายมหาวิทยาลัยตอบสนองด้วยการห้ามหรือจำกัดการใช้ AI รวมถึงออกกฎด้านความซื่อสัตย์ทางวิชาการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มหาวิทยาลัยจำนวนมากตระหนักว่า <strong>การห้ามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้</strong></p>



<p>เพราะนักศึกษาจะต้องพบเจอ AI ทั้งในการเรียนและการทำงานในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่มหาวิทยาลัยควรทำคือ <strong>สอนให้นักศึกษารู้จักใช้ AI </strong><strong>อย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ</strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น</p>



<p>การใช้ AI เพื่อขอคำแนะนำในการปรับปรุงร่างรายงาน อาจช่วยสนับสนุนการเรียนรู้<br>แต่การส่งเรียงความที่ AI เขียนทั้งหมดโดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง อาจทำให้นักศึกษาไม่ได้พัฒนาทักษะการคิดและการเขียนด้วยตนเอง</p>



<p>นักศึกษาจึงต้องเข้าใจว่าเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นอาจ <strong>ผิดพลาด มีอคติ ไม่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรม หรือมีแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>AI Literacy </strong><strong>กับการเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงาน</strong></p>



<p>AI Literacy ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในห้องเรียน แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ <strong>ความสามารถในการหางานและการทำงานในอนาคต</strong></p>



<p>บัณฑิตยุคใหม่มีแนวโน้มที่จะต้องทำงานร่วมกับ AI ในหลายรูปแบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การค้นคว้าและทำวิจัย</li>



<li>การวิเคราะห์ข้อมูล</li>



<li>การแปลภาษา</li>



<li>การออกแบบ</li>



<li>การเขียนโปรแกรม</li>



<li>การสื่อสาร</li>



<li>การช่วยตัดสินใจ</li>
</ul>



<p>ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยมอง AI Literacy เป็นเพียงทักษะเฉพาะทางสำหรับนักศึกษาบางสาขา นักศึกษาจำนวนมากอาจไม่ได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับตลาดแรงงานที่ AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานมากขึ้น</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>รูปแบบการสอน AI Literacy </strong><strong>ที่กำลังเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเอเชีย</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>วิชา AI </strong><strong>พื้นฐานสำหรับนักศึกษาทุกคน</strong></p>



<p>แนวทางแรกคือการกำหนดให้มีวิชาหรือโมดูล AI สำหรับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเรียนสาขาอะไร</p>



<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ <strong>National University of Singapore (NUS)</strong> ซึ่งในปี 2026 ได้ประกาศให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีเรียนวิชาพื้นฐานด้าน Generative AI ชื่อ <strong>“Applied Generative AI: From Prompting to Evaluation”</strong></p>



<p>จุดสำคัญของวิชานี้ไม่ได้อยู่ที่การเขียน Prompt เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการประเมินคำตอบของ AI และการเรียนรู้ว่าจะนำ AI ไปใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละสาขาวิชาได้อย่างไร</p>



<p>ขณะเดียวกัน <strong>Nanyang Technological University (NTU)</strong> ก็มีแนวทางให้มีบทเรียน AI Literacy สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคน โดยบูรณาการเข้ากับรายวิชาในชั้นปีแรก เนื้อหาครอบคลุมการใช้งานจริง การตรวจสอบความถูกต้องและอคติของ AI ประเด็นด้านจริยธรรม และการสร้างเครื่องมือที่ใช้ AI สนับสนุน</p>



<p><strong>ข้อดีของแนวทางนี้</strong> คือทำให้ AI Literacy ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักศึกษาสาย STEM และทำให้นักศึกษาทุกคนมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ AI ในระดับใกล้เคียงกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>บูรณาการ AI </strong><strong>เข้าไปในทุกสาขาวิชา</strong></p>



<p>อีกแนวทางหนึ่งคือ <strong>ไม่สร้างวิชา AI </strong><strong>แยกออกมา แต่ให้นักศึกษาเรียนรู้ AI </strong><strong>ผ่านรายวิชาที่เรียนอยู่แล้ว</strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น Ngee Ann Polytechnic ในสิงคโปร์ ซึ่งกำหนดให้นักศึกษาได้เรียนรู้ Generative AI อย่างน้อยหนึ่งโมดูลในแต่ละปี โดยใช้แนวคิด <strong>PAIR: Problem – AI – Interaction – Reflection</strong></p>



<p>นักศึกษาจะต้อง</p>



<p><strong>กำหนดปัญหา </strong><strong>→</strong><strong> </strong><strong>เลือกและใช้</strong><strong> AI → </strong><strong>ทดสอบคำตอบ </strong><strong>→</strong><strong> </strong><strong>สะท้อนผลกระทบของ</strong><strong> AI </strong><strong>ต่อการคิดและการตัดสินใจของตนเอง</strong></p>



<p>แนวทางนี้สำคัญเพราะการใช้ AI ในแต่ละสาขาวิชาไม่เหมือนกัน</p>



<p>ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นักศึกษาครูอาจใช้ AI ช่วยสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วตรวจสอบว่ากิจกรรมนั้นเหมาะสมกับวัฒนธรรมและผู้เรียนที่มีความต้องการแตกต่างกันหรือไม่</li>



<li>นักศึกษาบริหารธุรกิจอาจวิเคราะห์อคติของ AI ในกระบวนการคัดเลือกพนักงาน</li>



<li>นักศึกษากฎหมายอาจตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเหตุผลทางกฎหมายที่ AI สร้างขึ้น</li>
</ul>



<p>ดังนั้น นักศึกษาไม่ได้เรียนเพียง <strong>“</strong><strong>วิธีใช้ AI”</strong> แต่เรียนรู้ <strong>“</strong><strong>วิธีคิดและตัดสินใจเมื่อใช้ AI”</strong> ด้วย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>ระบบการเรียนรู้แบบเป็นระดับในญี่ปุ่น</strong></p>



<p>ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ <strong>คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และ AI</strong> ในระดับปริญญาตรีมากขึ้น</p>



<p>ตัวอย่างเช่น Osaka University มีแนวทางแบบ 2 ระดับ คือ</p>



<p><strong>ระดับที่ 1:</strong> ความรู้พื้นฐานด้าน AI สำหรับนักศึกษาทุกคน<br><strong>ระดับที่ 2:</strong> รายวิชา AI ที่ประยุกต์ใช้กับแต่ละสาขาวิชา</p>



<p>แนวทางนี้เหมาะกับมหาวิทยาลัยเพราะนักศึกษาแต่ละคนมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีไม่เท่ากัน ทุกคนจึงควรได้รับความรู้พื้นฐานก่อน จากนั้นผู้ที่ต้องการพัฒนาความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมจึงสามารถเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. AI </strong><strong>ในวิชาศึกษาทั่วไปของเกาหลีใต้</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้กำลังมุ่งสู่การให้ความรู้ด้าน AI แก่นักศึกษาทุกคนเช่นกัน โดยบางหลักสูตรผสมผสาน <strong>AI + </strong><strong>จริยธรรม + การคิดเชิงวิพากษ์</strong></p>



<p>นักศึกษาอาจเรียนวิชา AI ในลักษณะวิชาศึกษาทั่วไปในปีแรก แล้วจึงเรียนต่อว่า AI สามารถนำมาใช้ในสาขาของตนเองอย่างไร</p>



<p>แนวทางนี้ทำให้ AI Literacy ไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมทักษะสำหรับตลาดแรงงาน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>การศึกษาสำหรับการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมดิจิทัล</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ทักษะ AI Literacy </strong><strong>ที่นักศึกษาควรมี</strong></p>



<p>หลักสูตร AI Literacy ที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยอย่างน้อย <strong>5 </strong><strong>ด้านสำคัญ</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>พื้นฐานด้าน AI</strong></p>



<p>เข้าใจแนวคิดพื้นฐาน เช่น Machine Learning, ข้อมูลสำหรับการฝึก AI, Algorithm, Large Language Models และ Generative AI</p>



<p><strong>2. </strong><strong>การคิดและตรวจสอบอย่างมีวิจารณญาณ</strong></p>



<p>นักศึกษาต้องตรวจสอบข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น รู้จัก Hallucination ตรวจสอบคุณภาพของแหล่งข้อมูล และเข้าใจข้อจำกัดของการให้เหตุผลโดย AI</p>



<p><strong>3. </strong><strong>จริยธรรมและความรับผิดชอบ</strong></p>



<p>ควรเข้าใจเรื่องความเป็นธรรม ความเป็นส่วนตัว ความรับผิดชอบ ลิขสิทธิ์ อคติทางวัฒนธรรม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบทบาทของมนุษย์ในการตัดสินใจ</p>



<p><strong>4. </strong><strong>การประยุกต์ใช้จริง</strong></p>



<p>สามารถใช้ AI ในงาน เช่น การระดมความคิด การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม การแปลภาษา การให้ Feedback การจำลองสถานการณ์ และการสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<p><strong>5. </strong><strong>การสะท้อนคิดและการตัดสินใจตามสาขาวิชา</strong></p>



<p>นักศึกษาควรสามารถอธิบายได้ว่า <strong>ทำไมจึงเลือกใช้ AI </strong><strong>ใช้แล้วงานดีขึ้นหรือไม่ และส่วนใดของงานยังจำเป็นต้องใช้ความรู้และวิจารณญาณของมนุษย์</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ประโยชน์และความท้าทาย</strong></p>



<p>AI Literacy สามารถช่วยให้นักศึกษาเป็นผู้เรียนที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น เพราะ AI สามารถให้คำอธิบาย Feedback และโอกาสในการฝึกฝนได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถช่วยด้านการเขียน การสร้างไอเดีย การเขียนโปรแกรม และการแก้ปัญหาแบบข้ามศาสตร์</p>



<p>AI ยังสามารถช่วยลดอุปสรรคในการเรียนรู้ เช่น นักศึกษาที่เรียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่อาจใช้ AI ช่วยด้านภาษาและการแก้ไขงาน ขณะที่นักศึกษาที่มีความต้องการเฉพาะสามารถใช้ระบบแปลงเสียง การแปล การสรุป และระบบที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ได้</p>



<p>แต่ AI Literacy ก็มีความท้าทายเช่นกัน</p>



<p><strong>ความท้าทายที่ 1: </strong><strong>ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง</strong><br>นักศึกษาแต่ละคนมีอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ และสิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือ AI แบบเสียเงินไม่เท่ากัน หากมหาวิทยาลัยสมมติว่านักศึกษาทุกคนสามารถใช้ AI แบบ Premium ได้ อาจยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มขึ้น</p>



<p><strong>ความท้าทายที่ 2: </strong><strong>ความพร้อมของอาจารย์</strong><br>อาจารย์เองก็ต้องได้รับการพัฒนาทักษะด้าน AI โดยเฉพาะ AI Pedagogy การออกแบบการประเมินผล การคุ้มครองข้อมูล และการประยุกต์ใช้ AI ในแต่ละสาขาวิชา</p>



<p><strong>ความท้าทายที่ 3: </strong><strong>การประเมินผลการเรียน</strong><br>งาน Essay และงานที่ทำที่บ้านอาจตรวจสอบได้ยากขึ้นเมื่อมี Generative AI เข้ามาช่วย มหาวิทยาลัยจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการสอบปากเปล่า การสาธิตผลงาน การประเมินโดยเพื่อน Portfolio และงานที่ต้องอธิบายความคิดเห็นหรือกระบวนการคิดของตนเอง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>มหาวิทยาลัยเอเชียควรเตรียมตัวอย่างไร?</strong></p>



<p>จากเนื้อหาต้นฉบับ สามารถสรุปแนวทางสำคัญได้ 8 ข้อ ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li>มอง AI Literacy เป็น <strong>คุณลักษณะที่บัณฑิตทุกคนควรมี</strong></li>



<li>จัดการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI การใช้อย่างรับผิดชอบ และ Academic Integrity</li>



<li>บูรณาการกิจกรรม AI เข้ากับแต่ละสาขาวิชา</li>



<li>พัฒนาอาจารย์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่อบรมเพียงครั้งเดียว</li>



<li>ปรับรูปแบบการประเมินให้เน้นงานจริง กระบวนการคิด การอธิบาย และการสะท้อนผล</li>



<li>สร้างโอกาสให้นักศึกษาทุกคนเข้าถึงเครื่องมือและอุปกรณ์อย่างเท่าเทียม</li>



<li>มีกฎที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Privacy, Copyright, การเปิดเผยการใช้ AI และการใช้ AI ในงานวิจัย</li>



<li>ประเมินความสำเร็จจาก <strong>ผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านการคิดของนักศึกษา</strong> ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนครั้งที่ใช้ AI</li>
</ol>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>สรุป: นักศึกษายุค AI </strong><strong>ต้อง “ใช้ AI </strong><strong>เป็น” และ “คิดเป็น”</strong></p>



<p>การเติบโตของ AI Literacy ในมหาวิทยาลัยเอเชียสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากแนวคิดเดิมที่เน้น <strong>“</strong><strong>ควบคุมและห้ามใช้ AI”</strong> ไปสู่แนวคิดใหม่ที่เน้น <strong>“</strong><strong>เรียนรู้และใช้ AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยไม่ได้ถามเพียงว่า</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาควรใช้ AI </strong><strong>หรือไม่?”</strong></p>



<p>แต่กำลังเปลี่ยนคำถามเป็น</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาควรรู้อะไรเกี่ยวกับ AI?”</strong><br><strong>“AI </strong><strong>ควรถูกนำมาใช้ในการเรียนรู้อย่างไร?”</strong><br><strong>“</strong><strong>ทักษะอะไรของมนุษย์ที่ยังต้องเป็นหัวใจสำคัญ?”</strong></p>



<p>แนวทางที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชียจึงมีจุดร่วมสำคัญ คือ <strong>การเรียนรู้พื้นฐาน AI </strong><strong>สำหรับทุกคน + การประยุกต์ใช้ AI </strong><strong>ตามสาขาวิชา</strong></p>



<p>เป้าหมายของ AI Literacy ไม่ใช่การทำให้นักศึกษากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทุกคน แต่คือการทำให้นักศึกษาสามารถ <strong>ใช้ AI </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ คิดอย่างมีวิจารณญาณ ตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม และรู้ว่าเมื่อใดควรใช้ AI </strong><strong>และเมื่อใดควรใช้ความสามารถของมนุษย์</strong></p>



<p>ท้ายที่สุด มหาวิทยาลัยในเอเชียไม่ได้กำลังแข่งขันกันว่า <strong>“</strong><strong>ใครใช้ AI </strong><strong>ได้มากที่สุด”</strong> แต่กำลังเผชิญคำถามที่สำคัญกว่า คือ <strong>“</strong><strong>เราจะทำอย่างไรให้ AI </strong><strong>ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ การเรียนรู้ และศักยภาพของมนุษย์ได้มากที่สุด”</strong></p>



<p>Source : Unesco</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/">The Rise of AI Literacy Programs in Asian Universities</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/23/the-rise-of-ai-literacy-programs-in-asian-universities/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How are Asian universities reforming assessments to address AI use</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 06:41:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2126</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังปรับรูปแบบการประเมินผลอย่างไร เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/">How are Asian universities reforming assessments to address AI use</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-1024x683.png" alt="" class="wp-image-2127" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-1024x683.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-300x200.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026-768x512.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/10.08.2026.png 1536w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังปรับรูปแบบการประเมินผลอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>เพื่อรับมือกับการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI?</strong></p>



<p>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Generative AI เช่น ChatGPT ได้เข้ามามีบทบาทอย่างรวดเร็วในชีวิตการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเอเชีย ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องกลับมาทบทวนคำถามสำคัญว่า <strong>“</strong><strong>เราควรประเมินความรู้และความสามารถของนักศึกษาอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>ในยุคที่</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>สามารถช่วยเขียน</strong><strong> </strong><strong>วิเคราะห์</strong><strong> </strong><strong>สรุปข้อมูล</strong><strong> </strong><strong>และแก้ปัญหาได้</strong><strong>?”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในเอเชียไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเลือกวิธี “ห้ามใช้ AI ทั้งหมด” อีกต่อไป แต่กำลังปรับระบบการประเมินไปใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ <strong>การออกแบบงานประเมินรูปแบบใหม่ที่ลดการพึ่งพา</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างไม่เหมาะสม</strong><strong> (</strong><strong>AI-resistant assessment)</strong> และ <strong>การออกแบบงานที่ให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีเป้าหมายและมีความรับผิดชอบ</strong><strong> (</strong><strong>AI-integrated assessment)</strong></p>



<p>ขณะเดียวกัน หลายมหาวิทยาลัยเริ่มทดลองใช้ AI ช่วยตรวจและให้คะแนนงาน แต่ยังคงกำหนดให้มนุษย์ โดยเฉพาะอาจารย์ เป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อรักษาความถูกต้อง ความยุติธรรม และความโปร่งใสในการประเมินผล</p>



<p><strong>1. </strong><strong>การออกแบบงานประเมินรูปแบบใหม่</strong><strong></strong></p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังลดการพึ่งพาการสอบหรือการบ้านแบบเดิม เช่น เรียงความหรือรายงานที่นักศึกษาสามารถทำที่บ้านได้ทั้งหมด เพราะงานประเภทนี้อาจเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้ AI สร้างคำตอบโดยที่อาจารย์ไม่สามารถเห็นกระบวนการคิดที่แท้จริงได้</p>



<p>มหาวิทยาลัยจึงหันมาใช้การประเมินที่ให้นักศึกษา <strong>แสดงความเข้าใจด้วยตนเองแบบเรียลไทม์</strong> หรือภายใต้การควบคุมที่เหมาะสมมากขึ้น</p>



<p><strong>การสอบในชั้นเรียนและการสอบแบบมีผู้ควบคุม</strong><strong></strong></p>



<p>ตัวอย่างเช่น Yong Pung How School of Law ในสิงคโปร์กำลังเพิ่มการสอบแบบเปิดหนังสือบางส่วนและการสอบแบบปิดหนังสือสำหรับวิชาหลัก รวมถึงเพิ่มการทำแบบทดสอบในชั้นเรียน การตอบคำถามด้วยวาจา และการอภิปราย</p>



<p>ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ทุกวิชาหลักจะต้องมีกิจกรรมอย่างน้อยหนึ่งกิจกรรมที่เรียกว่า <strong>“AI-resistant activity”</strong> หรือกิจกรรมที่ออกแบบให้ต้องใช้การวิเคราะห์และการให้เหตุผลในระดับที่ AI ไม่สามารถทำแทนนักศึกษาได้ทั้งหมด</p>



<p>แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการเพียงรู้ว่า “คำตอบคืออะไร” แต่ต้องการรู้ว่า <strong>นักศึกษาสามารถคิดและอธิบายเหตุผลของตนเองได้หรือไม่</strong></p>



<p><strong>การสอบปากเปล่าและการแก้ปัญหาแบบสด</strong><strong></strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียมีแนวโน้มเพิ่มการสอบปากเปล่า (oral defence) การแก้ปัญหาแบบสด และการนำเสนอผลงานที่ให้นักศึกษาอธิบายกระบวนการทำงานของตนเอง</p>



<p>ตัวอย่างเช่น นักศึกษาอาจได้รับคำตอบที่สร้างโดย AI แล้วถูกขอให้ <strong>ตรวจสอบว่าคำตอบนั้นถูกต้องหรือไม่</strong><strong> </strong><strong>ระบุข้อผิดพลาด</strong><strong> </strong><strong>และอธิบายว่าจะปรับปรุงอย่างไร</strong></p>



<p>วิธีนี้เปลี่ยนจุดเน้นจาก</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาสร้างผลงานอะไร</strong><strong>?”</strong></p>



<p>ไปสู่</p>



<p><strong>“</strong><strong>นักศึกษาเข้าใจสิ่งที่สร้างขึ้นมากน้อยเพียงใด</strong><strong> </strong><strong>และสามารถตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้หรือไม่</strong><strong>?”</strong></p>



<p><strong>การออกแบบงานที่บูรณาการ</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ในทางกลับกัน บางมหาวิทยาลัยไม่ได้ห้าม AI แต่กำหนดให้นักศึกษาใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เช่น ให้นักศึกษาใช้ AI ช่วยสร้างร่างแรก จากนั้นต้องบันทึกและอธิบายว่าแก้ไขส่วนใด เพราะเหตุใด หรือให้นักศึกษาสร้าง AI agent และประเมินประสิทธิภาพของ AI ดังกล่าว</p>



<p>ตัวอย่างเช่น Nanyang Technological University (NTU) ในสิงคโปร์กำหนดให้ <strong>AI literacy </strong><strong>เป็นทักษะที่นักศึกษาชั้นปีที่</strong><strong> </strong><strong>1 </strong><strong>ต้องเรียนรู้</strong> และตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 นักศึกษาจะได้รับการประเมินความสามารถในการสร้างและบริหารจัดการ AI agents โดยใช้เครื่องมือระดับองค์กร</p>



<p>แนวทางดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า นักศึกษาในอนาคตไม่ควรเป็นเพียง “ผู้ใช้ AI” แต่ควรเป็น <strong>ผู้ที่เข้าใจ</strong><strong> </strong><strong>ควบคุม</strong><strong> </strong><strong>ตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>และใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างรับผิดชอบ</strong></p>



<p><strong>2. </strong><strong>การกำหนดกติกาการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ในงานส่ง</strong><strong></strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงอีกด้านหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยเริ่มกำหนดให้นักศึกษาระบุอย่างชัดเจนว่า <strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>หรือไม่</strong><strong> </strong><strong>ใช้เครื่องมืออะไร</strong><strong> </strong><strong>และใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อวัตถุประสงค์ใด</strong></p>



<p><strong>การประกาศการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>นโยบายของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในเอเชียกำหนดให้นักศึกษาต้องเปิดเผยการใช้ AI ในงาน เช่น ระบุชื่อเครื่องมือ AI วัตถุประสงค์ในการใช้ และระดับการมีส่วนร่วมของ AI</p>



<p>ตัวอย่างเช่น นักศึกษาอาจระบุว่าใช้ AI เพื่อระดมความคิด ตรวจสอบไวยากรณ์ หรือช่วยสร้างโครงร่าง แต่เนื้อหาสุดท้ายได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงโดยนักศึกษาเอง</p>



<p>แนวคิดสำคัญคือ <strong>การใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ไม่ได้หมายความว่านักศึกษาทุจริตโดยอัตโนมัติ</strong> แต่สิ่งสำคัญคือ นักศึกษาต้องใช้ AI ตามกติกา เปิดเผยการใช้งาน และสามารถรับผิดชอบต่อผลงานของตนเองได้</p>



<p><strong>3. “</strong><strong>พื้นที่ห้ามใช้</strong><strong> </strong><strong>AI” </strong><strong>และ</strong><strong> </strong><strong>“</strong><strong>งานที่ต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI”</strong></p>



<p>มหาวิทยาลัยบางแห่งกำลังใช้แนวทางแบบสองทางควบคู่กัน</p>



<p><strong>AI-free zone</strong> คือ การประเมินที่ห้ามใช้ AI เพื่อทดสอบทักษะพื้นฐานของนักศึกษา เช่น การเขียน การคิดวิเคราะห์ การคำนวณ หรือการเขียนโปรแกรมด้วยตนเอง</p>



<p>ในขณะที่ <strong>AI-required task</strong> คือ งานที่กำหนดให้นักศึกษาใช้ AI และประเมินว่านักศึกษาสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีวิจารณญาณหรือไม่</p>



<p>แนวทางนี้มีข้อดี เพราะช่วยรักษาทักษะพื้นฐานของมนุษย์ ขณะเดียวกันก็เตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ</p>



<p><strong>4. </strong><strong>การนำ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>มาใช้ช่วยตรวจและให้คะแนน</strong><strong></strong></p>



<p>นอกจากการปรับรูปแบบข้อสอบแล้ว มหาวิทยาลัยบางแห่งในเอเชียกำลังทดลองใช้ AI ช่วยตรวจงาน โดยเฉพาะงานเขียนและข้อสอบที่มีนักศึกษาจำนวนมาก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม หลักการสำคัญคือ <strong>AI </strong><strong>ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคะแนนเพียงลำพัง</strong></p>



<p><strong>สิงคโปร์</strong><strong>: </strong><strong>AI </strong><strong>ช่วยตรวจ</strong><strong> </strong><strong>แต่คนยังเป็นผู้ตัดสินใจ</strong><strong></strong></p>



<p>สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทดลองใช้ AI ในการประเมินผลการศึกษาอย่างจริงจัง</p>



<p>มหาวิทยาลัย เช่น NUS, NTU, SUTD และ SIT อนุญาตให้อาจารย์ใช้ AI ช่วยตรวจงานที่มีผลต่อคะแนนปลายภาคได้ในบางกรณี แต่กำหนดว่า <strong>คะแนนที่</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>สร้างขึ้นต้องได้รับการตรวจสอบโดยอาจารย์</strong> และนักศึกษาต้องได้รับแจ้งเมื่อมีการใช้ AI ในการประเมิน</p>



<p>NUS มีแนวทางที่เข้มงวด โดยอนุญาตให้ใช้ AI ตรวจงานเฉพาะเครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบความแม่นยำและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีการนำไปใช้กับการประเมินเรียงความภาษาอังกฤษบางประเภท โดย AI ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจเพิ่มเติม และอาจารย์จะตรวจสอบผลลัพธ์ โดยเฉพาะกรณีที่คะแนนอยู่ในช่วงก้ำกึ่ง</p>



<p>ในทางกลับกัน SMU และ SUSS ไม่อนุญาตให้ AI เป็นผู้ให้คะแนนการประเมินแบบมีผลต่อคะแนนสุดท้าย เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรม โดย SMU อนุญาตให้ใช้ AI เพื่อให้ feedback ในงานที่มีความเสี่ยงต่ำหรือเพื่อทดลองด้านการเรียนการสอน แต่ไม่ให้ AI เป็นผู้ตัดสินคะแนนสุดท้าย</p>



<p>กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ยังเน้นว่า หากใช้ AI ช่วยให้คะแนน เครื่องมือดังกล่าวต้องได้รับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ อาจารย์ต้องยังคงมีส่วนร่วมในกระบวนการ และต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อคะแนนสุดท้าย นักศึกษาควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ AI และเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน</p>



<p><strong>5. </strong><strong>เกาหลีใต้</strong><strong>: </strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อปฏิรูประบบการสอบ</strong><strong></strong></p>



<p>เกาหลีใต้กำลังนำ AI เข้ามาใช้ควบคู่กับการเปลี่ยนจากการสอบแบบปรนัยไปสู่การประเมินแบบเขียนคำตอบมากขึ้น</p>



<p>สำนักงานการศึกษาของกรุงโซล ปูซาน และอินชอนร่วมกันดำเนินระบบ <strong>“Chaeum AI”</strong> สำหรับตรวจเรียงความและคำตอบแบบเขียน โดยมีความแม่นยำในระดับที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการประเมินได้ ขณะที่จังหวัดคยองกีได้พัฒนาระบบ <strong>“Hi-Learning AI Essay and Short-Answer Assessment System”</strong> เพื่อช่วยให้การประเมินมีมาตรฐานและลดภาระการตรวจงานของครู</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาการใช้ AI ช่วยตรวจข้อสอบแบบเขียนสำหรับการปฏิรูประบบ CSAT หรือ Suneung ซึ่งเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สำคัญของเกาหลีใต้ โดยมีการทดลองระบบ AI ในสถานศึกษาแล้วตั้งแต่ปี 2025</p>



<p><strong>6. </strong><strong>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังทดลองแนวทางใหม่</strong><strong></strong></p>



<p>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปฏิรูปยังอยู่ในระยะทดลอง แต่มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น</p>



<p><strong>เวียดนาม</strong><strong></strong></p>



<p>British University Vietnam ทดลองใช้ <strong>AI Assessment Scale (AIAS)</strong> ซึ่งเป็นกรอบ 5 ระดับ ตั้งแต่ “ไม่ใช้ AI” ไปจนถึง “ใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ” เพื่อช่วยให้อาจารย์และนักศึกษารู้ว่า AI สามารถใช้ในงานแต่ละประเภทได้มากน้อยเพียงใด</p>



<p>ผลการทดลองพบว่า แนวทางดังกล่าวช่วยลดปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ GenAI และเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักศึกษา ขณะเดียวกันอาจารย์สามารถออกแบบงานที่ใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมส่งเสริมการคิดวิเคราะห์</p>



<p><strong>ประเทศไทย</strong><strong></strong></p>



<p>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการใช้พื้นที่ทดลองที่ปลอดภัยหรือ <strong>“ChulaGENIE sandbox”</strong> เพื่อประเมินความสามารถของนักศึกษาในการสร้าง AI assistants ที่เหมาะกับสาขาวิชา รวมถึงการตรวจสอบและวิพากษ์ผลลัพธ์ของ AI โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล</p>



<p>แนวทางนี้แสดงให้เห็นว่า นักศึกษาไทยในอนาคตอาจไม่ได้ถูกประเมินเพียงว่า “ใช้ AI ได้หรือไม่” แต่จะถูกประเมินว่า <strong>สามารถออกแบบ</strong><strong> </strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>ตรวจสอบ</strong><strong> </strong><strong>และควบคุม</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้ดีเพียงใด</strong></p>



<p><strong>7. </strong><strong>นักศึกษาควรเตรียมตัวอย่างไร</strong><strong>?</strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความหมายโดยตรงต่อนักศึกษามหาวิทยาลัย เพราะการเรียนในยุค AI ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกใช้ AI แต่หมายความว่า <strong>เราต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างฉลาดและรับผิดชอบมากขึ้น</strong></p>



<p>นักศึกษาควรพัฒนาทักษะสำคัญอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>AI literacy</strong> – เข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร มีข้อจำกัดอะไร และควรใช้เมื่อใด</li>



<li><strong>Critical thinking</strong> – สามารถตรวจสอบข้อมูลและคำตอบที่ AI สร้างขึ้น</li>



<li><strong>Prompt skills</strong> – สามารถสื่อสารกับ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ</li>



<li><strong>Ethical AI use</strong> – รู้จักเรื่องความเป็นส่วนตัว ลิขสิทธิ์ ความลำเอียง และความซื่อสัตย์ทางวิชาการ</li>



<li><strong>Human skills</strong> – การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการตัดสินใจ</li>
</ol>



<p><strong>บทสรุป</strong><strong></strong></p>



<p>การปฏิรูปการประเมินผลของมหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า <strong>“</strong><strong>เราจะป้องกันไม่ให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างไร</strong><strong>?”</strong> ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ <strong>“</strong><strong>เราจะออกแบบการเรียนรู้และการประเมินอย่างไร</strong><strong> </strong><strong>เพื่อให้นักศึกษาใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีความรู้</strong><strong> </strong><strong>มีวิจารณญาณ</strong><strong> </strong><strong>และมีความรับผิดชอบ</strong><strong>?”</strong></p>



<p>แนวโน้มสำคัญคือ การประเมินจะมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการสอบในชั้นเรียน การสอบปากเปล่า การแก้ปัญหาแบบสด การวิพากษ์คำตอบของ AI โครงงานที่บูรณาการ AI และการประกาศการใช้ AI อย่างโปร่งใส</p>



<p>ขณะเดียวกัน การใช้ AI ช่วยตรวจงานจะเพิ่มขึ้น แต่ <strong>มนุษย์ยังคงต้องอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ</strong> โดยเฉพาะการประเมินที่มีผลกระทบสูงต่ออนาคตของนักศึกษา</p>



<p>สำหรับมหาวิทยาลัยและอาจารย์ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ <strong>(1) </strong><strong>กำหนดกติกาให้ชัดเจนว่าเมื่อใดห้ามใช้</strong><strong> </strong><strong>อนุญาตให้ใช้</strong><strong> </strong><strong>หรือจำเป็นต้องใช้</strong><strong> </strong><strong>AI (2) </strong><strong>พัฒนาทักษะของอาจารย์ในการออกแบบการประเมินที่เหมาะกับยุค</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>และ</strong><strong> (</strong><strong>3) </strong><strong>ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>อย่างมีจริยธรรมและการเปิดเผยการใช้</strong><strong> </strong><strong>AI</strong></p>



<p>ท้ายที่สุด เป้าหมายของการศึกษาในยุค AI ไม่ใช่การสร้างนักศึกษาที่ “ไม่ใช้ AI” แต่คือการสร้างบัณฑิตที่ <strong>“</strong><strong>ใช้</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีวิจารณญาณ</strong><strong> </strong><strong>และยังคงคิดเป็นด้วยตนเอง</strong><strong>”</strong> เพราะในโลกการทำงานแห่งอนาคต ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครสามารถเข้าถึง AI ได้ก่อน แต่อยู่ที่ว่า <strong>ใครสามารถทำงานร่วมกับ</strong><strong> </strong><strong>AI </strong><strong>ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong><strong> </strong><strong>มีจริยธรรม</strong><strong> </strong><strong>และมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด</strong></p>



<p>Source : cte.smu.edu.sg</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/">How are Asian universities reforming assessments to address AI use</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/10/how-are-asian-universities-reforming-assessments-to-address-ai-use/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2026 08:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครู]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2114</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทนำ: เมื่อ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/">วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="2116" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1.png" alt="" class="wp-image-2116" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/08/research_trends_in_ai_and_higher_education_across_asia_20202026_qtyrgtf7x670esqzx0u6_1-1-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>บทนำ: เมื่อ AI </strong><strong>ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน</strong></p>



<p>หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน หลายคนยังมองว่า <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)</strong> เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในห้องทดลองหรือเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี <strong>ค.ศ. 2022</strong> เป็นต้นมา โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวของ <strong>Generative AI</strong> เช่น ChatGPT โลกของการอุดมศึกษาได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>มหาวิทยาลัยทั่วเอเชียเริ่มนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกภารกิจ ตั้งแต่การเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ ไปจนถึงการวางแผนเชิงนโยบายระดับสถาบัน สิ่งที่เคยเป็นเพียง &#8220;เครื่องมือช่วยงาน&#8221; ได้พัฒนาเป็น &#8220;โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล&#8221; ที่ส่งผลต่อวิธีคิด วิธีเรียน วิธีทำวิจัย และการเตรียมกำลังคนสำหรับตลาดแรงงานแห่งอนาคต</p>



<p>การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็วอย่างยิ่ง หลายมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวจากการทดลองใช้ AI ในวงจำกัด ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน นักศึกษาและอาจารย์ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ มีจริยธรรม และสามารถสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง</p>



<p>บทความนี้นำเสนอภาพรวมของแนวโน้มการวิจัยและการประยุกต์ใช้ AI ในการอุดมศึกษาของเอเชียระหว่างปี ค.ศ. 2020–2026 พร้อมทั้งวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างประเทศ โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบที่นักศึกษามหาวิทยาลัยควรตระหนัก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>1. </strong><strong>จากโครงการทดลองสู่ยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย</strong></p>



<p>ในช่วงปี <strong>ค.ศ. 2020</strong><strong>–2022</strong> การใช้ AI ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะของ <strong>โครงการนำร่อง (Pilot Projects)</strong> หรือการทดลองใช้งานในบางคณะและบางสาขาวิชา เช่น การใช้ Chatbot ตอบคำถามนักศึกษา ระบบตรวจข้อสอบอัตโนมัติ หรือระบบแนะนำรายวิชาที่เหมาะสมกับผู้เรียน</p>



<p>แม้โครงการเหล่านี้จะแสดงให้เห็นศักยภาพของ AI แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในระดับองค์กร เนื่องจากหลายมหาวิทยาลัยยังขาดงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และนโยบายที่ชัดเจน</p>



<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน <strong>ค.ศ. 2022</strong> เมื่อ ChatGPT เปิดให้ประชาชนใช้งาน เครื่องมือ Generative AI สามารถสร้างข้อความ สรุปบทความ วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโปรแกรม และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มหาวิทยาลัยทั่วโลกต้องเร่งทบทวนแนวทางการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล</p>



<p>ภายในปี <strong>ค.ศ. 2025</strong> มีโครงการ AI อย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัยเอเชียเกือบ <strong>1,000 </strong><strong>โครงการ</strong> สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย การบริหาร และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. Generative AI: </strong><strong>จุดเปลี่ยนของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</strong></p>



<p>การถือกำเนิดของ <strong>Generative AI (GenAI)</strong> ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดของวงการอุดมศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่จากข้อมูลเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ สรุปเอกสาร แปลภาษา วิเคราะห์ข้อมูล หรือสร้างภาพและโค้ดคอมพิวเตอร์</p>



<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มบูรณาการเครื่องมือ เช่น ChatGPT, Google Gemini และ Microsoft Copilot เข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้เพื่อ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อธิบายแนวคิดที่ซับซ้อน</li>



<li>ช่วยวางแผนการเรียน</li>



<li>สนับสนุนการค้นคว้าวรรณกรรม</li>



<li>ช่วยตรวจสอบโค้ดคอมพิวเตอร์</li>



<li>ช่วยร่างบทความวิชาการ</li>



<li>ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำโครงงาน</li>
</ul>



<p>สำหรับนักศึกษา AI เปรียบเสมือน &#8220;ผู้ช่วยการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง&#8221; ที่สามารถตอบคำถาม อธิบายเนื้อหา และช่วยแก้ปัญหาได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนจำเป็นต้องพัฒนาทักษะในการตั้งคำถาม (Prompting Skills) การประเมินความถูกต้องของข้อมูล และการตรวจสอบอคติของ AI เพราะคำตอบที่ AI สร้างขึ้นไม่ได้ถูกต้องเสมอไป</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>การเรียนการสอนยุคใหม่: จากการสอนแบบเดียวกันสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล</strong></p>



<p>หนึ่งในประโยชน์สำคัญของ AI คือ <strong>Personalized Learning</strong> หรือการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน</p>



<p>ในอดีต อาจารย์ต้องใช้รูปแบบการสอนเดียวกันสำหรับนักศึกษาทั้งชั้นเรียน แม้ว่านักศึกษาแต่ละคนจะมีพื้นฐาน ความเร็วในการเรียนรู้ และความสนใจแตกต่างกัน</p>



<p>ปัจจุบัน AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนของนักศึกษา เช่น คะแนนสอบ ระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนออนไลน์ จำนวนครั้งที่เข้าใช้งานระบบ และรูปแบบการตอบคำถาม เพื่อนำมาปรับเนื้อหา ระดับความยาก และกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถตรวจจับนักศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อการเรียนไม่สำเร็จผ่านเทคนิค <strong>Predictive Analytics</strong> ทำให้อาจารย์สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ก่อนที่จะเกิดปัญหารุนแรง เช่น ผลการเรียนตก การขาดเรียน หรือการลาออกกลางคัน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่งานวิจัยพบว่าการใช้งานจริงยังแตกต่างกันมากระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจัยด้านความพร้อมของอาจารย์ ทักษะดิจิทัลของบุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. AI </strong><strong>กับการปฏิวัติงานวิจัย</strong></p>



<p>AI ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะห้องเรียน แต่ยังเปลี่ยนวิธีการทำวิจัยของนักวิชาการอย่างสิ้นเชิง</p>



<p>ในอดีต นักวิจัยอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นหาและอ่านบทความหลายร้อยเรื่อง แต่ปัจจุบัน AI สามารถช่วยสรุปวรรณกรรม วิเคราะห์แนวโน้มของงานวิจัย และค้นหาช่องว่างขององค์ความรู้ได้ภายในเวลาอันสั้น</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สร้างแบบจำลองทางสถิติ วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ จำแนกข้อมูลดาวเทียม และช่วยเขียนโค้ดสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ศักยภาพดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) ระบบคลาวด์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง</p>



<p>สิงคโปร์และฮ่องกงถือเป็นผู้นำในด้านนี้ ขณะที่มหาวิทยาลัยจำนวนมากในประเทศกำลังพัฒนายังคงเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล: ความท้าทายที่เอเชียยังต้องเผชิญ</strong></p>



<p>แม้หลายประเทศจะลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนายังไม่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ประเทศที่มีรายได้สูง เช่น สิงคโปร์และฮ่องกง มีโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และนโยบายที่พร้อมต่อการประยุกต์ใช้ AI ในทุกมิติ</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเผชิญปัญหา เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่ครอบคลุม</li>



<li>ความพร้อมของอาจารย์แตกต่างกัน</li>



<li>งบประมาณด้านเทคโนโลยีมีจำกัด</li>



<li>นักศึกษาในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ยาก</li>
</ul>



<p>ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวอาจส่งผลให้โอกาสทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยขยายตัวมากขึ้น หากไม่มีการลงทุนและนโยบายที่ช่วยลดช่องว่างด้านดิจิทัล</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>นักศึกษามหาวิทยาลัยควรเตรียมตัวอย่างไร</strong></p>



<p>ในยุคที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียนรู้ นักศึกษาไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับ AI แต่ควรเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ทักษะสำคัญที่ควรพัฒนา ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความรู้ด้าน AI (AI Literacy)</li>



<li>การตั้งคำถามกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ (Prompt Engineering)</li>



<li>การคิดวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล</li>



<li>จริยธรรมในการใช้ AI</li>



<li>การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล</li>



<li>การอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างถูกต้อง</li>



<li>การใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนรู้</li>
</ul>



<p>นักศึกษาที่สามารถใช้ AI เป็น &#8220;ผู้ช่วย&#8221; มากกว่า &#8220;ผู้แทน&#8221; จะมีความได้เปรียบทั้งในการเรียน การวิจัย และการทำงานในอนาคต</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>ในช่วงปี ค.ศ. 2020–2026 การพัฒนา AI ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของการอุดมศึกษาในเอเชียอย่างลึกซึ้ง จากเดิมที่ AI เป็นเพียงเทคโนโลยีเฉพาะทาง กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริหารมหาวิทยาลัย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการใช้ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ</p>



<p>สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย AI จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่ช่วยทำงานให้เร็วขึ้น หากแต่เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ วิธีคิด วิธีวิจัย และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 ผู้ที่เข้าใจ AI ใช้อย่างมีวิจารณญาณ และสามารถผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เข้ากับศักยภาพของ AI ได้ จะเป็นผู้ที่พร้อมรับมือกับโลกการทำงานและสังคมแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคง</p>



<p> source: timeshighereducation</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/">วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการอุดมศึกษาในเอเชีย (ค.ศ. 2020–2026)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/08/02/research-trends-in-ai-and-higher-education-across-asia-2020-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถิติชี้นักเรียนทั่วโลกใช้ AI สูงขึ้นอย่างมากในปี 2026</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/05/09/statistics-how-high-adoption-rates-of-ai-tools-by-students/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=statistics-how-high-adoption-rates-of-ai-tools-by-students</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/05/09/statistics-how-high-adoption-rates-of-ai-tools-by-students/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 09:40:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Edtech]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2080</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2026 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้กลายเป็นส่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/05/09/statistics-how-high-adoption-rates-of-ai-tools-by-students/">สถิติชี้นักเรียนทั่วโลกใช้ AI สูงขึ้นอย่างมากในปี 2026</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-683x1024.png" alt="" class="wp-image-2081" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-683x1024.png 683w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-200x300.png 200w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0-768x1152.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/05/statistics_show_high_adoption_rates_of_ai_tools_by_students_m42hiqee4dkprkfmkydf_0.png 832w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ในปี 2026 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักศึกษาและผู้เรียนทั่วโลกอย่างชัดเจน จากข้อมูลล่าสุดพบว่า นักเรียนกว่า 86% ทั่วโลกใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยในการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการสรุปบทเรียน ค้นคว้าข้อมูล เขียนรายงาน หรือช่วยอธิบายเนื้อหาที่ยากให้เข้าใจง่ายขึ้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียง “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “ผู้ช่วยทางการเรียน” ที่นักศึกษาใช้งานเป็นประจำในชีวิตประจำวัน</p>



<p>การใช้งาน AI ของนักศึกษาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้นหาข้อมูลเหมือนในอดีต แต่ยังรวมถึงการใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ เช่น การสร้างคำถามทบทวนบทเรียน การช่วยวางโครงงานวิจัย การแปลภาษา หรือแม้แต่การช่วยเขียนโค้ดในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักศึกษาหลายคนใช้งาน AI เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพราะสามารถช่วยประหยัดเวลาและทำให้เข้าใจบทเรียนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<p>สาเหตุสำคัญที่ทำให้ AI ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนักศึกษา คือ ความสะดวกและรวดเร็ว นักศึกษาสามารถเข้าถึง AI ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ต่างจากการเรียนแบบเดิมที่อาจต้องรอถามอาจารย์หรือค้นหาจากหนังสือจำนวนมาก AI สามารถตอบคำถาม อธิบายเนื้อหา และให้คำแนะนำได้ทันที จึงช่วยลดความเครียดและเพิ่มความมั่นใจในการเรียน</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังช่วยสนับสนุน “การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล” หรือ Personalized Learning ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักศึกษาทุกคนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน บางคนเรียนรู้ได้เร็ว บางคนต้องการเวลาในการทำความเข้าใจเพิ่มเติม AI สามารถปรับรูปแบบการอธิบายให้เหมาะสมกับแต่ละคน เช่น อธิบายแบบง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเพิ่มเติม หรือสร้างแบบฝึกหัดเฉพาะจุดที่ผู้เรียนยังไม่เข้าใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้นักศึกษารู้สึกว่า AI เป็นผู้ช่วยที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์การเรียนของตนเอง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะมีประโยชน์มาก แต่การใช้งานอย่างไม่มีขอบเขตก็อาจส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ได้เช่นกัน ปัญหาที่หลายมหาวิทยาลัยกังวลคือ การพึ่งพา AI มากเกินไป นักศึกษาบางคนอาจใช้ AI เขียนรายงานทั้งหมดโดยไม่ได้คิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ลดลงในระยะยาว</p>



<p>อีกประเด็นสำคัญคือ “ความถูกต้องของข้อมูล” แม้ AI จะสามารถตอบคำถามได้รวดเร็ว แต่ข้อมูลบางอย่างอาจไม่ถูกต้องหรือมีอคติ (Bias) หากนักศึกษาเชื่อข้อมูลทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงอื่น อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือการใช้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือในการทำงานวิชาการ ดังนั้น ทักษะสำคัญของนักศึกษาในยุค AI คือ การคิดวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ</p>



<p>ในปี 2026 หลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกจึงเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับการใช้ AI ในห้องเรียนมากขึ้น โดยไม่ได้มองว่า AI เป็นสิ่งที่ต้องห้าม แต่เป็นเครื่องมือที่ต้องใช้อย่างมีจริยธรรม หลายสถาบันเริ่มสอนเรื่อง “AI Literacy” หรือความรู้เท่าทัน AI เพื่อให้นักศึกษารู้วิธีใช้งานอย่างรับผิดชอบ เช่น การอ้างอิงข้อมูลที่ได้จาก AI การตรวจสอบความถูกต้อง และการเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี</p>



<p>นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาหลายแห่งยังออกแนวทางเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) เพราะ AI บางระบบอาจเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน หากนักศึกษาใส่ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลวิจัยสำคัญลงไปโดยไม่ระมัดระวัง อาจเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลได้ ดังนั้น การเรียนรู้เรื่องจริยธรรมดิจิทัลจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ทักษะทางวิชาการ</p>



<p>อีกด้านหนึ่ง AI ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ในบางกรณี นักศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือขาดโอกาสในการเข้าถึงติวเตอร์ สามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเรียนได้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายต่ำ ทำให้สามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียที่เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว</p>



<p>ในอนาคต AI จะมีบทบาทในระบบการศึกษามากขึ้นอย่างแน่นอน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสร้างสมดุลระหว่าง “การใช้ AI” และ “การคิดด้วยตนเอง” นักศึกษาควรใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาความเข้าใจ ไม่ใช่ใช้แทนการเรียนรู้ทั้งหมด เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาไม่ใช่เพียงการทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด แต่คือการพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาที่จะใช้ได้จริงในโลกการทำงาน</p>



<p>สรุปได้ว่า สถิติการใช้งาน AI ของนักศึกษาที่สูงถึง 86% ในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกการศึกษา AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีทั้งข้อดีและความท้าทาย แต่หากนักศึกษาใช้งานอย่างมีวิจารณญาณและมีจริยธรรม AI ก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>source : The Future of AI</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/05/09/statistics-how-high-adoption-rates-of-ai-tools-by-students/">สถิติชี้นักเรียนทั่วโลกใช้ AI สูงขึ้นอย่างมากในปี 2026</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/05/09/statistics-how-high-adoption-rates-of-ai-tools-by-students/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Teacher training for AI tutors in rural areas</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/02/15/teacher-training-for-ai-tutors-in-rural-areas/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=teacher-training-for-ai-tutors-in-rural-areas</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/02/15/teacher-training-for-ai-tutors-in-rural-areas/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Feb 2026 12:55:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2029</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้ทักษะความรู้เท่าทัน AI (AI Literacy) เพื่อการเรีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/02/15/teacher-training-for-ai-tutors-in-rural-areas/">Teacher training for AI tutors in rural areas</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>การใช้ทักษะความรู้เท่าทัน AI (AI Literacy) </strong><strong>เพื่อการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล</strong></p>



<p>ครูสามารถใช้ทักษะ <strong>AI literacy</strong> เพื่อออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้ โดยอาศัยการเขียนคำสั่ง (prompt) อย่างมีเป้าหมาย การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเพื่อหาข้อมูลเชิงลึก และการจัดเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตามความต้องการ รูปแบบการเรียนรู้ และความเร็วของผู้เรียนแต่ละคน แนวทางนี้สามารถใช้เครื่องมือ AI ฟรี เช่น ChatGPT หรือ Gemini เพื่อช่วยจัดการความแตกต่างของผู้เรียนโดยอัตโนมัติ ทำให้ครูมีเวลามากขึ้นสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์เชิงลึกกับนักเรียน</p>



<p>งานวิจัยคาดการณ์ว่าในปี 2026 การใช้ AI เพื่อปรับการเรียนรู้แบบเรียลไทม์จะช่วยเพิ่มความมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้ประมาณ <strong>20–30%</strong> และช่วยส่งเสริมความเสมอภาคในการเรียนรู้ในห้องเรียนที่มีความหลากหลาย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0.png" alt="" class="wp-image-2030" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/teacher_training_for_ai_tutors_in_rural_areas_9es9q78hsbl67693ilwg_0-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>1. </strong><strong>การสร้างสื่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคลด้วย Prompt</strong></p>



<p>ทักษะ AI literacy ช่วยให้ครูสามารถเขียน prompt ที่ชัดเจนและตรงจุด เพื่อสร้างสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน ตัวอย่างเช่น</p>



<p>“สร้างแบบทดสอบคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 5 สำหรับผู้เรียนที่ถนัดการเรียนรู้แบบภาพ และยังมีปัญหาเรื่องเศษส่วน โดยมีแผนภาพและคำอธิบายเป็นขั้นตอน”</p>



<p>ระบบ AI จะนำข้อมูลผู้เรียน เช่น ผลการเรียนหรือความชอบ มาวิเคราะห์และสร้างใบงาน วิดีโอ หรือเรื่องเล่าที่เหมาะสม ครูควรทดสอบผลลัพธ์ ตรวจสอบอคติ และปรับแก้ด้วยมนุษย์เพื่อให้เนื้อหาถูกต้องและเหมาะสม</p>



<p><strong>ตัวอย่างการประยุกต์ใช้</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การอ่านแบบแยกระดับ: สร้างบทอ่านที่เหมาะกับระดับ Lexile ของผู้เรียน</li>



<li>การสนับสนุนหลายภาษา: อธิบายบทเรียนเป็นภาษาที่ผู้เรียนใช้ในชีวิตประจำวัน</li>



<li>การเข้าถึงการเรียนรู้: เพิ่มเสียงบรรยายสำหรับผู้เรียนที่มีภาวะดิสเล็กเซีย</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>การสร้างเส้นทางการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Learning Paths)</strong></p>



<p>ครูสามารถป้อนข้อมูลผู้เรียน เช่น คะแนนแบบทดสอบหรือความสนใจ ลงในระบบ AI เพื่อออกแบบเส้นทางการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น เช่น</p>



<p>“จากข้อมูลผู้เรียนนี้ ช่วยออกแบบหน่วยการเรียนวิทยาศาสตร์ 2 สัปดาห์ สำหรับผู้เรียนที่ถนัดการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ พร้อมจุดตรวจสอบความก้าวหน้า”</p>



<p>แพลตฟอร์ม AI สามารถสร้างกิจกรรมแบบแตกแขนง เช่น กิจกรรมเสริมสำหรับผู้เรียนที่ยังมีช่องว่างความรู้ หรือโจทย์ท้าทายสำหรับผู้เรียนที่ก้าวหน้าแล้ว ทั้งนี้ ครูต้องใช้ AI literacy เพื่อไม่ให้ผู้เรียนพึ่งพา AI มากเกินไป แต่ยังคงมุ่งสู่ความเข้าใจอย่างแท้จริง</p>



<p><strong>แนวทางการนำไปใช้</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ทบทวนรายสัปดาห์: AI ช่วยระบุผู้เรียนที่มีความเสี่ยงเพื่อวางแผนช่วยเหลือ</li>



<li>การเรียนรู้แบบเกม: เพิ่มรางวัลที่สอดคล้องกับแรงจูงใจของผู้เรียน</li>



<li>การจัดกลุ่มผู้เรียน: รวมผู้เรียนที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>การให้ข้อเสนอแนะเฉพาะบุคคลแบบทันที</strong></p>



<p>ครูสามารถใช้ AI เพื่อช่วยให้ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา (formative feedback) เช่น</p>



<p>“วิเคราะห์เรียงความเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของนักเรียนคนนี้ ระบุจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และเสนอแนวทางปรับปรุง 3 ข้อในระดับของผู้เรียน”</p>



<p>AI สามารถผสานการประเมินตามเกณฑ์ (rubric) กับคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้ เหมาะกับชั้นเรียนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ครูต้องตรวจสอบความเหมาะสมทางวัฒนธรรมและความถูกต้องของข้อมูลเสมอ</p>



<p><strong>ประโยชน์ที่ได้</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คำถามเชิงโสเครติส: กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดและค้นพบคำตอบด้วยตนเอง</li>



<li>การติดตามพัฒนาการ: เห็นแนวโน้มความก้าวหน้าเพื่อปรับการสอน</li>



<li>ความเสมอภาค: ตรวจสอบว่า feedback ไม่มีอคติ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาข้อมูลเชิงลึก</strong></p>



<p>เมื่อป้อนข้อมูลผู้เรียนที่ไม่ระบุตัวตนให้ AI เช่น</p>



<p>“สรุปแนวโน้มจากแบบทดสอบของนักเรียน 20 คน และระบุช่องว่างการเรียนรู้ที่พบบ่อยในแต่ละกลุ่ม”</p>



<p>AI จะช่วยค้นหารูปแบบ เช่น ความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มผู้เรียน ทำให้ครูสามารถออกแบบกลยุทธ์การสอนที่ครอบคลุมและเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ AI literacy ช่วยให้ครูใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม โดยคำนึงถึงความยินยอม ความเป็นส่วนตัว และความโปร่งใส</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>การติดตามและปรับปรุงอย่างมีจริยธรรม</strong></p>



<p>ครูควรตรวจสอบผลลัพธ์ของ AI อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในด้านความเป็นธรรมและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเสนอแนวทาง แต่การตัดสินใจสุดท้ายยังเป็นบทบาทของครู แนวโน้มในปี 2026 เน้นรูปแบบ <strong>การสอนแบบผสมผสาน (Hybrid Model)</strong> เพื่อให้การปรับการเรียนรู้มีความยั่งยืน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>สรุป</strong></p>



<p>การใช้ AI literacy ช่วยเปลี่ยนการสอนแบบ “ขนาดเดียวใช้ได้กับทุกคน” ไปสู่ระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้ครูสามารถดึงศักยภาพของผู้เรียนทุกคนออกมาได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ</p>



<p>source: the-future-of-ai-in-education</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/02/15/teacher-training-for-ai-tutors-in-rural-areas/">Teacher training for AI tutors in rural areas</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/02/15/teacher-training-for-ai-tutors-in-rural-areas/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสูตร AI Literacy แบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-paced)</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/02/01/free-self-paced-ai-literacy-courses-for-beginner-teachers/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=free-self-paced-ai-literacy-courses-for-beginner-teachers</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/02/01/free-self-paced-ai-literacy-courses-for-beginner-teachers/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Feb 2026 12:34:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[parents]]></category>
		<category><![CDATA[student]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2021</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลักสูตร AI Literacy แบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-paced)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/02/01/free-self-paced-ai-literacy-courses-for-beginner-teachers/">หลักสูตร AI Literacy แบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-paced)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลักสูตร <strong>AI Literacy แบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-paced)</strong> ที่เปิดให้เรียนฟรี ช่วยให้ครูมือใหม่เข้าใจพื้นฐานของ AI การใช้อย่างมีจริยธรรม และการนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อนหรือเสียค่าใช้จ่าย หลักสูตรเหล่านี้ส่วนใหญ่มักใช้เวลาเพียง <strong>1–6 ชั่วโมง</strong> ประกอบด้วยวิดีโอ แบบทดสอบ และใบรับรอง ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครูที่มีเวลาจำกัด แพลตฟอร์มอย่าง <strong>PanoramaEd</strong> และ <strong>aiEDU</strong> นำเสนอเนื้อหาที่เน้นการใช้งานจริงในระดับ K-12 ครอบคลุมเรื่องการเขียน prompt อคติของ AI (bias) และการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ช่วยให้ครูผู้เริ่มต้นสร้างความมั่นใจได้ท่ามกลางการนำ AI มาใช้ในระบบการศึกษาในปี 2026</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2.png" alt="" class="wp-image-2022" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/02/free_self-paced_ai_literacy_courses_for_beginner_teachers__43rxoi7zvsytrfniaf8i_2-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หลักสูตรแนะนำยอดนิยม</strong></p>



<p><strong>AI Literacy Essentials for K-12 (PanoramaEd)</strong></p>



<p>หลักสูตรรับรองฟรี 2 ชั่วโมง ที่ช่วย “ทำให้ AI เป็นเรื่องเข้าใจง่าย” สำหรับครู ครอบคลุมพื้นฐาน AI กลยุทธ์ด้านจริยธรรม และการประยุกต์ใช้ในห้องเรียน เช่น การวางแผนการสอน<br>เป็นหลักสูตรเรียนด้วยตนเอง ใช้ตัวอย่างจริง และเมื่อจบจะได้รับ <strong>Professional Badge</strong> ที่สามารถแชร์บน LinkedIn ได้ เหมาะมากสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว [1]</p>



<p><strong>Teach AI Curriculum (aiEDU)</strong></p>



<p>ชุดหลักสูตรฟรีเชิงปฏิบัติสำหรับครูระดับ K-12 ประกอบด้วยโมดูลเกี่ยวกับแนวคิด AI จริยธรรม และกิจกรรม เช่น “Moral Machine” เพื่อใช้อภิปรายเรื่องอคติของ AI<br>สามารถดาวน์โหลดไปใช้แบบออฟไลน์ได้ มีคู่มือครูและสื่อสำหรับนักเรียน สมัครผ่านเว็บไซต์ และได้รับใบรับรองเมื่อเรียนจบ [3]</p>



<p><strong>AI Literacy Skills 101 (Toddle)</strong></p>



<p>บทเรียนสั้น 8 บท (อ้างอิงกรอบ OECD) ครอบคลุมทักษะหลัก ได้แก่ ความเข้าใจ AI จริยธรรม และการนำไปใช้<br>รูปแบบ <strong>ดู–สะท้อนคิด–ลงมือปฏิบัติ</strong> เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น รองรับหลายภาษา และมีใบรับรอง เหมาะสำหรับการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูและนักเรียน [2]</p>



<p><strong>Generative AI for Educators (Monsha </strong><strong>หรือ MIT RAISE)</strong></p>



<p>หลักสูตรแนะนำ GenAI แบบรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เน้นการใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยประหยัดเวลา เช่น การให้ feedback แก่นักเรียน<br>เรียนด้วยตนเอง มีตัวอย่างใช้งานจริง เน้นครูเป็นศูนย์กลาง สมัครและเริ่มเรียนได้ทันที [4]</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ตัวเลือกที่น่าสนใจเพิ่มเติม</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Elements of AI (University of Helsinki)</strong><br>หลักสูตรแนะนำ AI ระยะเวลา 6 สัปดาห์ (รวม ~30 ชม. เรียนยืดหยุ่น) ไม่ต้องมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ ได้รับความนิยมทั่วโลก มีผู้เรียนหลายล้านคน พร้อมใบรับรอง เหมาะสำหรับผู้ต้องการความรู้พื้นฐานที่ลึกขึ้น [5]</li>



<li><strong>AI for Educators (Alison)</strong><br>หลักสูตรฟรีเกี่ยวกับการใช้ AI เพื่อสนับสนุนผู้เรียนที่หลากหลาย มีแบบทดสอบและใบรับรอง เน้นการ “เสริมพลังครู” ไม่ใช่การแทนครู [6]</li>



<li><strong>Canva AI in the Classroom Certification</strong><br>หลักสูตร 60 นาที เน้นการใช้ AI ของ Canva เพื่อออกแบบสื่อการสอน เหมาะกับสายสร้างสรรค์ ได้รับ Badge รับรอง [7]</li>



<li><strong>AI Samarth (CENTA)</strong><br>หลักสูตร 3.5 ชั่วโมง มากกว่า 50 บทเรียน รองรับหลายภาษา เน้น AI อย่างมีความรับผิดชอบ ครูทุกคนได้รับใบรับรอง [8]</li>



<li><strong>Custom GPTs for K-12 (OpenAI Academy)</strong><br>โมดูลสั้น ๆ สำหรับสร้างผู้ช่วย AI แบบไม่ต้องเขียนโค้ด เช่น ใช้ช่วยงานสื่อสารหรือเอกสาร เหมาะกับครูมือใหม่ [9]</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ตารางเปรียบเทียบหลักสูตร</strong></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><td><strong>หลักสูตร</strong></td><td><strong>ระยะเวลา</strong></td><td><strong>จุดเด่น</strong></td><td><strong>ใบรับรอง</strong></td><td><strong>เหมาะสำหรับ</strong></td></tr></thead><tbody><tr><td>PanoramaEd AI Literacy</td><td>2 ชม.</td><td>จริยธรรม, prompts, เทคนิคในห้องเรียน</td><td>มี</td><td>ต้องการใบรับรองเร็ว</td></tr><tr><td>aiEDU Teach AI</td><td>ยืดหยุ่น</td><td>กิจกรรมเชิงปฏิบัติ, อคติ AI</td><td>มี</td><td>ผู้เริ่มต้นที่ชอบลงมือทำ</td></tr><tr><td>Toddle AI Literacy 101</td><td>8 บทเรียน</td><td>กรอบ OECD, ฝึกทักษะ</td><td>มี</td><td>พัฒนาทักษะหลัก</td></tr><tr><td>Monsha GenAI</td><td>&lt;30 นาที</td><td>ตัวอย่าง GenAI ใช้งานจริง</td><td>ไม่มี</td><td>เริ่มต้นแบบเร็ว</td></tr><tr><td>Elements of AI</td><td>30 ชม. ยืดหยุ่น</td><td>พื้นฐานครอบคลุม</td><td>มี</td><td>ต้องการความรู้ลึก</td></tr></tbody></table></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>เคล็ดลับการสมัครและเรียนให้จบ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สมัครง่าย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต</li>



<li>บางหลักสูตรมีบนแพลตฟอร์มอย่าง Khan Academy (เช่น AI for Education ร่วมกับ ISTE/ETS)</li>



<li>เรียนวันละ 15–20 นาที ต่อเนื่องไม่กี่สัปดาห์</li>



<li>ใช้แดชบอร์ดติดตามความก้าวหน้า และกลับมาทบทวนบทเรียนได้</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>ประโยชน์และผลลัพธ์</strong></p>



<p>หลักสูตรเหล่านี้ช่วยลดความกังวลของครูมือใหม่—จากผลสำรวจพบว่า <strong>กว่า 70% </strong><strong>ของครูมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลังอบรม</strong><br>เนื้อหาย้ำแนวคิด <strong>มนุษย์ + AI </strong><strong>ทำงานร่วมกัน</strong> ใช้ AI เพื่อการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับความเท่าเทียมและจริยธรรม<br>ภายในปี 2026 ใบรับรองด้าน AI Literacy จะช่วยเสริมโปรไฟล์วิชาชีพครู ท่ามกลางนโยบายที่ผลักดัน AI ในการศึกษา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชอบภาพและงานสร้างสรรค์ → <strong>Canva</strong></li>



<li>ชอบกิจกรรมและการอภิปราย → <strong>aiEDU</strong></li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ยังสามารถเข้าร่วมชุมชนอย่าง Reddit r/teachers หรือ EdCafe.ai เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ครูในพื้นที่ทรัพยากรจำกัดยังได้ประโยชน์จากบทเรียนแบบดาวน์โหลดออฟไลน์ Source : panoramaed</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/02/01/free-self-paced-ai-literacy-courses-for-beginner-teachers/">หลักสูตร AI Literacy แบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-paced)</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/02/01/free-self-paced-ai-literacy-courses-for-beginner-teachers/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How to adapt AI equity training for under resource schools</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2026/01/18/how-to-adapt-ai-equity-training-for-under-resource-schools/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-to-adapt-ai-equity-training-for-under-resource-schools</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2026/01/18/how-to-adapt-ai-equity-training-for-under-resource-schools/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Jan 2026 12:40:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EduBright Article]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=2014</guid>

					<description><![CDATA[<p>การปรับการฝึกอบรมด้านความเท่าเทียมของ AI สำหรับโรงเรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/01/18/how-to-adapt-ai-equity-training-for-under-resource-schools/">How to adapt AI equity training for under resource schools</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>การปรับการฝึกอบรมด้านความเท่าเทียมของ AI </strong><strong>สำหรับโรงเรียนที่มีทรัพยากรจำกัด</strong></p>



<p>การนำการฝึกอบรมด้านความเท่าเทียมของ AI (AI equity training) ไปใช้ในโรงเรียนที่มีทรัพยากรจำกัด จำเป็นต้องอาศัยการใช้ทรัพยากรฟรี เครื่องมือที่ไม่ซับซ้อนทางเทคโนโลยี โมเดลการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน และเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถขยายผลได้ เพื่อเอาชนะอุปสรรค เช่น อินเทอร์เน็ตที่จำกัด งบประมาณน้อย และอุปกรณ์ไม่เพียงพอ กลยุทธ์เหล่านี้เน้นความเข้าถึงง่าย ความสอดคล้องกับวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยดึงแนวทางจากโครงการในพื้นที่ชนบทและชุมชนรายได้น้อยทั่วโลก การใช้แพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่ทำงานแบบออฟไลน์และการดำเนินงานแบบเป็นขั้นตอน จะช่วยให้โรงเรียนสามารถสร้างศักยภาพครูได้โดยไม่ทำให้เกิดภาระงบประมาณมากเกินไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2.png" alt="" class="wp-image-2015" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2026/01/how_to_adapt_ai_equity_training_for_under_resource_schools_a6xcfmqwto7nkj18owce_2-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>1. </strong><strong>ประเมินความต้องการและใช้ทรัพยากรฟรี</strong></p>



<p>เริ่มต้นด้วยการประเมินความต้องการในรูปแบบต้นทุนต่ำ เช่น แบบสอบถามง่าย ๆ หรือการประชุมชุมชน เพื่อระบุช่องว่างที่แท้จริง เช่น ปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรืออุปสรรคด้านภาษา ใช้แพลตฟอร์มฟรี เช่น <strong>Teach AI </strong><strong>ของ aiEDU</strong> ซึ่งมีโมดูลเกี่ยวกับการรู้เท่าทัน AI การตรวจจับอคติ และจริยธรรมสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย และสามารถปรับใช้สำหรับการฝึกอบรมครูได้ เนื้อหาประกอบด้วยสไลด์ดาวน์โหลด เกมคิดเชิงวิพากษ์ เช่น <em>Moral Machine</em> และเวิร์กช็อปผ่าน Zoom ที่ใช้เทคโนโลยีไม่มาก</p>



<p><strong>แนวทางการปรับใช้</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เน้นโมดูลที่สามารถดาวน์โหลดและใช้แบบออฟไลน์บนอุปกรณ์ที่โรงเรียนมีร่วมกัน</li>



<li>แปลเอกสารสำคัญโดยใช้เครื่องมือฟรี เช่น Google Translate หรืออาสาสมัครในชุมชน</li>



<li>ร่วมมือกับ NGO เพื่อจัดทำเอกสารแจกในภาษาท้องถิ่น</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>ใช้โมเดลการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนและแบบผสมผสาน</strong></p>



<p>เปลี่ยนไปใช้แนวทาง <strong>train-the-trainer</strong> โดยให้ครูกลุ่มเล็ก (เช่น 5-10 คน) ได้รับการฝึกอบรมออนไลน์เบื้องต้น แล้วนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อผ่านเวิร์กช็อปภายในโรงเรียน วิธีนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความเป็นเจ้าของในท้องถิ่น เหมาะกับโรงเรียนชนบทที่มีครูไม่เพียงพอ รูปแบบผสมผสาน (hybrid) รวมการเรียนออนไลน์เป็นครั้งคราวกับการพบปะในห้องเรียน โดยใช้อุปกรณ์พื้นฐาน เช่น โปรเจ็กเตอร์หรือไวท์บอร์ด เน้นกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น การจำลองสถานการณ์อคติ</p>



<p><strong>กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผล</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จัดประชุมครูรายเดือน โดยหมุนเวียนผู้รับผิดชอบการสอน</li>



<li>ใช้กลุ่ม WhatsApp เพื่อแชร์เคล็ดลับสั้น ๆ และอัปเดตความก้าวหน้า โดยไม่เปลืองอินเทอร์เน็ตมาก</li>



<li>ใช้เรื่องเล่าจากบริบทท้องถิ่นเพื่ออธิบายปัญหาความเท่าเทียม ทำให้เนื้อหามีความเกี่ยวข้องจริง</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>เน้นเนื้อหาที่เรียบง่ายและใช้เทคโนโลยีต่ำ</strong></p>



<p>ปรับเนื้อหาให้ตรงกับทักษะสำคัญ เช่น การรู้จักอคติของ AI การสร้างคำสั่งที่ครอบคลุม และการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม โดยจัดทำเป็นบทเรียนสั้น ๆ ผ่านมือถือ (5-15 นาที) ใช้ทรัพยากรแบบ SMS หรือเสียงจากกรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO ซึ่งมีคู่มือที่เข้าใจง่ายเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI กิจกรรมสาธิตสามารถใช้แอปฟรี เช่น ChatGPT เวอร์ชันมือถือ หรือโปรแกรมจำลอง AI แบบออฟไลน์เพื่อฝึกการตรวจสอบความเท่าเทียม โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขั้นสูง</p>



<p><strong>การทำให้ง่ายขึ้น</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฝึกการรับรู้อคติผ่านกรณีศึกษาในท้องถิ่นที่พิมพ์แจก แล้วอภิปรายร่วมกัน</li>



<li>ฝึกการสร้างคำสั่งที่ครอบคลุมบนกระดาษ ก่อนทดลองในระบบดิจิทัล</li>



<li>ใช้แบบทดสอบเกมผ่าน Google Forms ฟรี เพื่อประเมินตนเอง</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>สร้างความร่วมมือกับชุมชนอย่างยั่งยืน</strong></p>



<p>ร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่น มหาวิทยาลัย และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเครื่องมือที่ใช้แบนด์วิดท์ต่ำ และการยืมอุปกรณ์เป็นครั้งคราว โครงการอย่างการให้คำปรึกษา AI ในห้องเรียนชนบทสามารถใช้แอปสอนเสริมที่ทำงานแบบออฟไลน์ ซึ่งยังช่วยเป็นสื่อการฝึกอบรมได้อีกด้วย การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและนักเรียนในกิจกรรมจะช่วยสร้างการยอมรับและขยายการเรียนรู้ไปนอกเวลาเรียน</p>



<p><strong>ประโยชน์จากความร่วมมือ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มหาวิทยาลัยสามารถส่งวิทยากรเข้าร่วมผ่านวิดีโอคอลฟรี</li>



<li>ใช้การระดมทุนเพื่อจัดหาเครื่องชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับอุปกรณ์ในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า</li>



<li>รวมกลุ่มโรงเรียนเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันและจัดกิจกรรมฝึกอบรมร่วม</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>5. </strong><strong>ติดตามความก้าวหน้าด้วยตัวชี้วัดง่าย ๆ</strong></p>



<p>ติดตามผลด้วยเครื่องมือที่เข้าถึงง่าย เช่น บันทึกบนกระดาษ หรือแอปฟรี เพื่อวัดระดับความมั่นใจของครู การปรับบทเรียน และความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับความครอบคลุม การประชุมกลุ่มทุกไตรมาสช่วยให้ปรับปรุงการฝึกอบรมให้ตรงกับความต้องการ เรื่องราวความสำเร็จจากการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในพื้นที่ทรัพยากรต่ำ แสดงให้เห็นว่าการฝึกอบรม AI สามารถเพิ่มผลลัพธ์ได้เมื่อมีการติดตามอย่างง่าย</p>



<p><strong>วิธีประเมินพื้นฐาน</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แบบสอบถามก่อนและหลังการฝึกอบรม (4-5 คำถาม)</li>



<li>แบบตรวจสอบการใช้ AI ในห้องเรียน</li>



<li>รายงานประจำปีที่แชร์กับพันธมิตรเพื่อรับการสนับสนุนต่อเนื่อง</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>6. </strong><strong>ขยายผลผ่านการผลักดันเชิงนโยบาย</strong></p>



<p>ผลักดันให้มีการสนับสนุนจากเขตการศึกษา โดยเริ่มจากโครงการนำร่องและบันทึกผลลัพธ์ เพื่อให้โรงเรียนเป็นต้นแบบ งานวิจัยระดับโลกชี้ว่า การปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปและขับเคลื่อนโดยชุมชนสามารถลดช่องว่าง ทำให้การฝึกอบรม AI ด้านความเท่าเทียมเป็นไปได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่จำกัด ภายในปี 2026 แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ครูในโรงเรียนที่มีทรัพยากรจำกัดสามารถสร้างห้องเรียนที่ครอบคลุมได้อย่างยั่งยืน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>สรุป</strong></p>



<p>วิธีการเหล่านี้ทำให้การฝึกอบรมด้านความเท่าเทียมของ AI เป็นไปได้จริง มีผลกระทบ และสามารถขยายผลได้ โดยเปลี่ยนข้อจำกัดด้านทรัพยากรให้กลายเป็นจุดแข็ง ผ่านความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือ</p>



<p>source :  onlinelibrary</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2026/01/18/how-to-adapt-ai-equity-training-for-under-resource-schools/">How to adapt AI equity training for under resource schools</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2026/01/18/how-to-adapt-ai-equity-training-for-under-resource-schools/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทักษะการเขียนเชิงวิชาการขั้นสูงสำหรับงานวิจัยด้าน AI การศึกษา</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2025/11/15/professional-development-for-ai-education-researchers/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=professional-development-for-ai-education-researchers</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2025/11/15/professional-development-for-ai-education-researchers/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Nov 2025 08:41:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=1993</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเกิดขึ้นของ Generative AI ทำให้โลกการศึกษาเปลี่ยนไปอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2025/11/15/professional-development-for-ai-education-researchers/">ทักษะการเขียนเชิงวิชาการขั้นสูงสำหรับงานวิจัยด้าน AI การศึกษา</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0.png" alt="" class="wp-image-1994" srcset="https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0.png 1024w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0-300x300.png 300w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0-150x150.png 150w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0-768x768.png 768w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0-24x24.png 24w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0-48x48.png 48w, https://edubrights.com/resource/wp-content/uploads/2025/11/interdisciplinary_approaches_in_ai_education_scholarship_professional_development_for_ai_education__t4wsr4rol959l8097zwc_0-96x96.png 96w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>การเกิดขึ้นของ Generative AI ทำให้โลกการศึกษาเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งนักศึกษาและอาจารย์จำเป็นต้องมีทักษะใหม่เพื่อทำงานและวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้สรุปแนวคิดสำคัญ 3 ด้าน คือ<br>1&#x20e3; ทักษะการเขียนเชิงวิชาการขั้นสูง<br>2&#x20e3; การทำงานแบบสหวิทยาการ<br>3&#x20e3; การพัฒนาตนเองของผู้ทำวิจัย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>1. </strong><strong>ทักษะการเขียนเชิงวิชาการขั้นสูงสำหรับงานวิจัยด้าน AI </strong><strong>การศึกษา</strong></p>



<p>การเขียนงานวิจัยในประเด็น AI ด้านการศึกษา ต้องมากกว่าแค่เขียนให้ถูกไวยากรณ์ แต่นักศึกษาต้องสามารถ:</p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2705.png" alt="✅" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 1.1 </strong><strong>เข้าใจประเด็นเชิงจริยธรรม เทคโนโลยี และสังคมของ AI</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>AI ทำงานอย่างไร</li>



<li>AI ถูกฝึกจากข้อมูลแบบไหน</li>



<li>ข้อมูลมีอคติหรือไม่</li>



<li>ผลกระทบต่อความเท่าเทียมทางการศึกษา</li>
</ul>



<p><strong>ตัวอย่าง:</strong><br>งานวิจัยด้าน <em>AI-assisted learning</em> พบว่า AI ช่วยให้นักศึกษาเขียนได้ดีขึ้นทั้งด้านโครงสร้าง เนื้อหา และคำศัพท์<br>แต่ถ้านักศึกษาพึ่งพา AI มากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องลอกงาน (plagiarism)</p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2705.png" alt="✅" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 1.2 </strong><strong>สังเคราะห์วรรณกรรม (Literature Review) </strong><strong>ได้อย่างมีระบบ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิทยาการคอมพิวเตอร์</li>



<li>การศึกษา</li>



<li>จิตวิทยา</li>



<li>จริยธรรม AI</li>
</ul>



<p>แล้วสรุปเป็นบทวิเคราะห์ที่ชัดเจน<br><strong>AI Tools </strong><strong>เช่น Scite, ResearchRabbit, Semantic Scholar</strong> สามารถช่วยค้นและจัดกลุ่มงานวิจัยได้</p>



<p><strong>ตัวอย่างการสังเคราะห์:</strong></p>



<p>“งานวิจัย A ชี้ว่า AI ช่วยเพิ่มความเร็วในการเขียน<br>ส่วนงานวิจัย B เน้นความเสี่ยงเรื่องข้อมูลผิดพลาด<br>เมื่อนำทั้งสองงานมาพิจารณาร่วมกัน พบว่าควรใช้ AI ในบทร่างแต่ต้องตรวจสอบด้วยมนุษย์เสมอ”</p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2705.png" alt="✅" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 1.3 </strong><strong>การแก้ไขงานเขียนอย่างลึกซึ้ง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปรับความชัดเจน</li>



<li>ตรวจสอบความถูกต้อง</li>



<li>เช็กความสอดคล้องของโครงเรื่อง</li>



<li>ตรวจการอ้างอิง</li>



<li>ตรวจความเสี่ยงการลอกงาน</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>2. </strong><strong>การใช้แนวคิดสหวิทยาการ (Interdisciplinary Approaches)</strong></p>



<p>AI ในการศึกษามีความซับซ้อน เพราะเกี่ยวข้องหลายสาขา นักศึกษาต้อง:</p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f310.png" alt="🌐" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>เข้าใจคำศัพท์และวิธีคิดของหลายสาขา</strong></p>



<p>ตัวอย่าง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากวิทยาการคอมพิวเตอร์ → ความเข้าใจอัลกอริทึม</li>



<li>จากจิตวิทยาการเรียนรู้ → อธิบายผลต่อผู้เรียน</li>



<li>จากจริยธรรม → วิเคราะห์ผลกระทบเชิงคุณธรรม</li>



<li>จากสถิติ → วิเคราะห์ข้อมูล</li>
</ul>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f504.png" alt="🔄" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>ใช้หลายวิธีวิจัยร่วมกัน</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากระบบ LMS</li>



<li>สัมภาษณ์ผู้เรียนเพื่อดูประสบการณ์จริง</li>



<li>ใช้ AI ช่วยจำแนกพฤติกรรมผู้ใช้</li>
</ul>



<p><strong>ตัวอย่างหัวข้องานวิจัยปริญญาตรี:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>“ผลของการใช้ ChatGPT ต่อคุณภาพงานเขียนเชิงวิชาการของนักศึกษาปี 1”</li>



<li>“การรับรู้เรื่องอคติของ AI ของนักศึกษาไทย”</li>



<li>“การใช้ Generative AI เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ในรายวิชาการเขียนภาษาอังกฤษ”</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>3. </strong><strong>การพัฒนาวิชาชีพของผู้ทำวิจัยด้าน AI </strong><strong>การศึกษา</strong></p>



<p>การเปลี่ยนแปลงของ AI เกิดขึ้นเร็วมาก ผู้ทำวิจัยต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น</p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f4cc.png" alt="📌" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>เข้าร่วมอบรมหรือ Workshop</strong></p>



<p>หัวข้อที่สำคัญ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Prompt engineering</li>



<li>AI literacy</li>



<li>การตรวจสอบอคติของ AI</li>



<li>จริยธรรมด้านข้อมูล</li>
</ul>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f4cc.png" alt="📌" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>เรียนรู้การใช้เครื่องมือวิจัยใหม่ ๆ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>AI วิเคราะห์ข้อมูล</li>



<li>AI สร้างกราฟ</li>



<li>ระบบเช็กคุณภาพการอ้างอิง</li>



<li>AI-based coding tools (Nvivo, Atlas.ti integration)</li>
</ul>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f4cc.png" alt="📌" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>เข้าร่วมประชุมวิชาการ (Conference)</strong></p>



<p>เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการศึกษา</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong>4. </strong><strong>คำแนะนำเชิงปฏิบัติ สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีที่อยากพัฒนาตนเอง</strong></p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2714.png" alt="✔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 1) </strong><strong>ใช้ AI </strong><strong>ช่วย แต่ต้องตรวจสอบเองเสมอ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ให้ AI ช่วยสรุปบทความ</li>



<li>แต่ต้องเช็กอ้างอิงและความถูกต้องด้วยตนเอง</li>
</ul>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2714.png" alt="✔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 2) </strong><strong>พัฒนาทักษะ Literature Review</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ AI ช่วยจัดกลุ่มบทความ</li>



<li>วิเคราะห์ว่าแต่ละงานมีจุดแข็ง–จุดอ่อนอย่างไร</li>
</ul>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2714.png" alt="✔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 3) </strong><strong>อ่านหลากหลายสาขา</strong></p>



<p>อ่านทั้งด้าน AI, จริยธรรม, การเรียนรู้ และเทคโนโลยีการศึกษา</p>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2714.png" alt="✔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 4) </strong><strong>เข้าร่วมอบรมฟรีออนไลน์ (MOOCs)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Coursera: AI in Education</li>



<li>Google: Responsible AI</li>



<li>FutureLearn: AI Literacy for Students</li>
</ul>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2714.png" alt="✔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> 5) </strong><strong>เขียนงานอย่างโปร่งใส</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ระบุในท้ายงานว่าใช้ AI ในการช่วยส่วนใด</li>



<li>ตรวจสอบด้วยตนเองก่อนส่งทุกครั้ง</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2b50.png" alt="⭐" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>สรุปใจความสำคัญสำหรับนักศึกษา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเขียนงานวิจัย AI ต้องมีความรู้ทั้งด้านเทคนิค จริยธรรม และสังคม</li>



<li>ต้องสังเคราะห์งานวิจัยจากหลายสาขา</li>



<li>ต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะ AI เปลี่ยนเร็วมาก</li>



<li>ใช้ AI อย่างชาญฉลาดแต่ไม่พึ่งพาเกินไป</li>



<li>เขียนอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ</li>
</ul>



<p>source : <a href="https://www.frontiersin.org/journals/psychology/articles/10.3389/fpsyg.2023.1260843/full">https://www.frontiersin.org/journals/psychology/articles/10.3389/fpsyg.2023.1260843/full</a></p>



<p><a href="http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6521040516_19230_28528.pdf">http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6521040516_19230_28528.pdf</a></p>



<p><a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2666990024000120">https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2666990024000120</a></p>



<p><a href="https://journals.uni-lj.si/elope/article/download/21692/18572/79981">https://journals.uni-lj.si/elope/article/download/21692/18572/79981</a></p>



<p><a href="https://www.eu-jer.com/evaluating-generative-ai-tools-for-improving-english-writing-skills-a-preliminary-comparison-of-chatgpt-4-google-gemini-and-microsoft-copilot">https://www.eu-jer.com/evaluating-generative-ai-tools-for-improving-english-writing-skills-a-preliminary-comparison-of-chatgpt-4-google-gemini-and-microsoft-copilot</a></p>



<p><a href="https://www.thesify.ai/blog/10-best-ai-tools-for-academic-writing-2025-100-ethical-academia-approved">https://www.thesify.ai/blog/10-best-ai-tools-for-academic-writing-2025-100-ethical-academia-approved</a></p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2025/11/15/professional-development-for-ai-education-researchers/">ทักษะการเขียนเชิงวิชาการขั้นสูงสำหรับงานวิจัยด้าน AI การศึกษา</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2025/11/15/professional-development-for-ai-education-researchers/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Generative AI in Education: Student Skills and Lecturer Roles</title>
		<link>https://edubrights.com/resource/2025/10/24/generative-ai-in-education-student-skills-and-lecturer-roles/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=generative-ai-in-education-student-skills-and-lecturer-roles</link>
					<comments>https://edubrights.com/resource/2025/10/24/generative-ai-in-education-student-skills-and-lecturer-roles/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[nattariya]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 06:01:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EdTech News]]></category>
		<category><![CDATA[Good Idea!]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Education]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[artificial intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://edubrights.com/resource/?p=1981</guid>

					<description><![CDATA[<p>AI : &#160;สร้างสรรค์ในวงการศึกษา: ทักษะของนักศึกษาและบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2025/10/24/generative-ai-in-education-student-skills-and-lecturer-roles/">Generative AI in Education: Student Skills and Lecturer Roles</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>AI : <strong>&nbsp;</strong><strong>สร้างสรรค์ในวงการศึกษา: ทักษะของนักศึกษาและบทบาทใหม่ของอาจารย์</strong></p>



<p>งานวิจัยเรื่อง <strong>“Generative AI in Education: Student Skills and Lecturer Roles”</strong> ได้ชี้ให้เห็นถึงทักษะสำคัญที่นักศึกษาควรพัฒนาเพื่อใช้เทคโนโลยี AI สร้างสรรค์ (Generative AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นถึงความสำคัญของ <strong>ความรู้เท่าทัน AI (AI literacy)</strong>, <strong>การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking)</strong> และ <strong>การจัดการผลลัพธ์จาก AI (Managing AI Output)</strong> ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นในการเรียนรู้ยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันทางการศึกษา<br>นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่ามีนักศึกษาจำนวนมากที่ยังขาดทักษะขั้นสูง เช่น <strong>การออกแบบคำสั่งให้ AI (Prompt Engineering)</strong> และ <strong>การตระหนักรู้เรื่องอคติใน AI (AI Bias Awareness)</strong> ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญสำหรับสถาบันการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-9-16 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Generative AI in Education: Student Skills and Lecturer Roles" width="563" height="1000" src="https://www.youtube.com/embed/n9sv51G_8Ss?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f9e0.png" alt="🧠" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>ความสำคัญของความรู้เท่าทัน AI (AI Literacy)</strong></p>



<p><strong>AI Literacy</strong> เป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้เครื่องมือ AI อย่างเข้าใจ หมายถึงการรู้ว่า AI ทำงานอย่างไร มีรูปแบบข้อมูลและผลลัพธ์แบบไหน รวมถึงความเสี่ยงและประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น<br>นักศึกษาที่มีความรู้เท่าทัน AI สามารถแปลความหมายของผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ และตัดสินใจได้ว่าควรใช้ AI ในสถานการณ์ใดอย่างเหมาะสม</p>



<p>นอกจากด้านเทคนิคแล้ว <strong>AI Literacy</strong> ยังรวมถึงการเข้าใจในแง่มุมจริยธรรม ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และผลกระทบทางสังคมจากการใช้ AI อีกด้วย<br>อย่างไรก็ตาม หลักสูตรการศึกษาหลายแห่งยังไม่ทันต่อการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้นักศึกษาบางส่วนใช้ AI โดยไม่เข้าใจข้อจำกัด เช่น การสร้างข้อมูลผิด (hallucination) หรือผลลัพธ์ที่มีอคติ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f50d.png" alt="🔍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</strong></p>



<p>เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือทั่วไปในการเรียนรู้ นักศึกษาจำเป็นต้องมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อประเมินความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรมของข้อมูลที่ได้จาก AI<br>ผู้ที่มีทักษะนี้จะสามารถตั้งคำถามต่อผลลัพธ์ของ AI ตรวจจับข้อมูลผิดหรือมีอคติ และเลือกใช้อย่างระมัดระวัง</p>



<p>นอกจากนี้ การคิดเชิงวิพากษ์ยังช่วยให้นักศึกษาสามารถใช้ AI เป็น “ผู้ช่วยร่วมคิด” ไม่ใช่แค่แหล่งข้อมูล พวกเขาจะรู้วิธีปรับและตรวจแก้ผลลัพธ์จาก AI ให้เหมาะสมกับงาน และรับผิดชอบต่อคุณภาพของผลงานตนเอง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2699.png" alt="⚙" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>การจัดการผลลัพธ์จาก AI (Managing AI Output)</strong></p>



<p>“การจัดการผลลัพธ์จาก AI” หมายถึง ความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล นำไปเชื่อมโยงกับเนื้อหาวิชาที่เรียน และปรับแต่งให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ<br>งานวิจัยพบว่านักศึกษาหลายคนมัก <strong>เชื่อ AI </strong><strong>มากเกินไป</strong> ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหา เช่น การลอกผลงาน (plagiarism) หรือการใช้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ</p>



<p>นักศึกษาจึงควรเรียนรู้ที่จะเป็น “ผู้ใช้เชิงรุก” (active user) ที่สามารถกลั่นกรองและตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่ใช่พึ่งพา AI อย่างเดียว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f4ac.png" alt="💬" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>ช่องว่างด้านทักษะ Prompt Engineering</strong></p>



<p>หนึ่งในช่องว่างสำคัญที่พบคือ นักศึกษาขาดทักษะในการ <strong>ออกแบบคำสั่ง (Prompt Engineering)</strong> เพื่อให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามต้องการ<br>Prompt ที่ดีต้องอาศัยความเข้าใจว่า AI แปลความหมายของภาษาอย่างไร ต้องใช้ความเฉพาะเจาะจง และมีการปรับแก้ซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด</p>



<p>เมื่อขาดทักษะนี้ ผลลัพธ์จาก AI มักไม่ชัดเจนหรือไม่ตรงประเด็น การฝึกให้เข้าใจหลักการของ prompt จะช่วยให้นักศึกษาใช้ AI ได้อย่างสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ และเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาเชิงนวัตกรรม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2696.png" alt="⚖" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>การตระหนักรู้เรื่องอคติใน AI (AI Bias Awareness)</strong></p>



<p>AI ไม่ได้เป็นกลางเสมอไป เพราะโมเดลถูกฝึกจากข้อมูลที่อาจมีอคติ งานวิจัยจึงเน้นว่า นักศึกษาควรเข้าใจและสามารถตรวจจับอคติในผลลัพธ์ของ AI ได้<br>การตระหนักรู้เรื่องอคติไม่ได้หมายถึงการรู้ว่า “AI อาจมีอคติ” เท่านั้น แต่รวมถึงการเข้าใจระบบการสร้างข้อมูล ปัญหาความไม่เท่าเทียม และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี</p>



<p>ทักษะนี้จะช่วยให้นักศึกษามีวิจารณญาณและใช้ AI อย่างรับผิดชอบ เป็นธรรม และให้คุณค่ากับความหลากหลายทางสังคม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f469-200d-1f3eb.png" alt="👩‍🏫" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>บทบาทใหม่ของอาจารย์ในยุค AI</strong></p>



<p>นอกจากนักศึกษาแล้ว งานวิจัยยังเน้นว่า <strong>บทบาทของอาจารย์</strong> ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน จากผู้ถ่ายทอดความรู้ มาเป็น <strong>ผู้นำทางและผู้ฝึกทักษะการใช้ AI </strong><strong>อย่างมีวิจารณญาณ</strong><br>อาจารย์ต้องช่วยให้นักศึกษาวิเคราะห์และตีความผลลัพธ์จาก AI เรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ เช่น prompt engineering และสอดแทรกประเด็นจริยธรรมในการเรียนการสอน</p>



<p>สถาบันการศึกษาควรสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์ผ่านการอบรมและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่บูรณาการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f3eb.png" alt="🏫" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>ข้อเสนอแนะสำหรับสถาบันการศึกษา</strong></p>



<p>งานวิจัยเสนอแนวทางเพื่อเตรียมนักศึกษาและบุคลากรให้พร้อมสำหรับยุค AI ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>บูรณาการในหลักสูตร:</strong> ใส่เนื้อหาเกี่ยวกับ AI literacy, การคิดเชิงวิพากษ์, prompt engineering และ bias awareness ไว้ในรายวิชาหลัก</li>



<li><strong>พัฒนาอาจารย์:</strong> จัดอบรมให้มีความรู้และความมั่นใจในการสอนเกี่ยวกับ AI</li>



<li><strong>สร้างกรอบจริยธรรม:</strong> จัดทำนโยบายการใช้ AI อย่างรับผิดชอบในชั้นเรียน</li>



<li><strong>สนับสนุนนักศึกษา:</strong> จัดเวิร์กช็อปและแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ AI</li>



<li><strong>ปรับรูปแบบการประเมิน:</strong> ให้ความสำคัญกับการคิดวิเคราะห์และการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์มากกว่าการท่องจำ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<p><strong><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/1f51a.png" alt="🔚" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> </strong><strong>บทสรุป</strong></p>



<p>งานวิจัยเรื่อง <strong>“Generative AI in Education: Student Skills and Lecturer Roles”</strong> ชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ นักศึกษาจำเป็นต้องมีทักษะที่ลึกซึ้งขึ้น ทั้งด้านเทคนิคและจริยธรรม<br>โดยเฉพาะ <strong>AI literacy, critical thinking, </strong><strong>และการจัดการผลลัพธ์จาก AI</strong> พร้อมกับการพัฒนาทักษะใหม่อย่าง <strong>prompt engineering</strong> และ <strong>การตระหนักรู้เรื่องอคติของ AI</strong></p>



<p>ในขณะเดียวกัน อาจารย์ต้องปรับบทบาทเป็นผู้นำทางทางปัญญาและผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกับ AI เพื่อให้การศึกษาในอนาคตเป็นทั้ง “ฉลาดด้วย AI” และ “รับผิดชอบต่อ AI</p>
<p>The post <a href="https://edubrights.com/resource/2025/10/24/generative-ai-in-education-student-skills-and-lecturer-roles/">Generative AI in Education: Student Skills and Lecturer Roles</a> appeared first on <a href="https://edubrights.com/resource">EduBright Resources</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://edubrights.com/resource/2025/10/24/generative-ai-in-education-student-skills-and-lecturer-roles/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
